สถานการณ์นี้สอดคล้องกับแนวโน้มในเศรษฐกิจดิจิทัลอื่น ๆ ที่องค์กรต้องเผชิญการโจมตีหลากหลายรูปแบบ เช่น ฟิชชิง มัลแวร์ การเจาะข้อมูล และการโจมตีผ่านระบบเครือข่ายขององค์กร
เมื่อเหตุไซเบอร์เกิดขึ้น ผลกระทบมักไม่ได้จำกัดแค่ระบบไอทีเท่านั้น แต่ลุกลามไปถึงการดำเนินธุรกิจโดยตรง
ผลสำรวจระบุว่า 18% ของธุรกิจในฮ่องกงเคยประสบเหตุไซเบอร์ที่ทำให้ธุรกิจหยุดชะงักอย่างน้อยหนึ่งวัน
ในระดับโลก งานวิจัยของ QBE ยังพบว่า ประมาณ 1 ใน 7 ของธุรกิจทั่วโลกสูญเสียเวลาการดำเนินงานอย่างน้อยหนึ่งวันจากเหตุไซเบอร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
แม้การหยุดชะงักเพียงช่วงสั้น ๆ ก็อาจก่อให้เกิดต้นทุนต่อเนื่อง เช่น รายได้ที่หายไป การหยุดสายการผลิต ความเสียหายต่อชื่อเสียง และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
แม้ความเสี่ยงไซเบอร์จะเพิ่มขึ้น แต่ผู้บริหารธุรกิจในฮ่องกงยังคงมีทัศนคติเชิงบวกต่อ AI อย่างโดดเด่น
จากผลสำรวจของ QBE:
สิ่งนี้สะท้อนว่าองค์กรกำลังเร่งนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน วิเคราะห์ข้อมูล และปรับปรุงการตัดสินใจทางธุรกิจ
แม้รายงานจะไม่ได้ระบุสัดส่วนของเทคนิคโจมตีเฉพาะ เช่น ฟิชชิงที่สร้างด้วย AI หรือการหลอกลวงด้วยดีปเฟก แต่ข้อมูลจากการสำรวจยืนยันว่า เหตุไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เกิดขึ้นแล้วในโลกธุรกิจจริง
ตัวเลข 27% ของบริษัทที่รายงานเหตุไซเบอร์เกี่ยวกับ AI แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีกำลังใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มความเร็วและขยายขนาดของการโจมตี
นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนว่า AI สามารถช่วยให้ผู้โจมตีสร้างอีเมลฟิชชิงที่น่าเชื่อถือขึ้น ทำให้การหลอกลวงแบบ social engineering ซับซ้อนขึ้น และช่วยพัฒนามัลแวร์หรือเทคนิคการสอดแนมได้รวดเร็วกว่าเดิม
ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจคือ ช่องว่างระหว่างความเชื่อมั่นใน AI กับระดับการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์
รายงานชี้ว่า หลายองค์กรยังล้าหลังในมาตรการพื้นฐาน เช่น
โดยเฉพาะความเสี่ยงจากเครือข่ายคู่ค้า ผลสำรวจระบุว่า เกือบครึ่งหนึ่งของธุรกิจในฮ่องกงและสิงคโปร์เคยเผชิญการโจมตีไซเบอร์ผ่านซัพพลายเชน ซึ่งผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ของผู้ให้บริการหรือพันธมิตรเป็นจุดเข้าถึงระบบขององค์กร
ผลสำรวจของ QBE สะท้อนแนวโน้มสำคัญหลายประการที่กำลังกำหนดภูมิทัศน์ความเสี่ยงไซเบอร์ในเอเชีย ได้แก่
สำหรับหลายองค์กร ความท้าทายจึงไม่ใช่การตระหนักถึงภัยคุกคาม แต่คือ การปรับกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ การทำประกันภัย และความสามารถในการรับมือเหตุการณ์ ให้ทันกับความเร็วของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
เมื่อ AI ถูกฝังอยู่ในกระบวนการธุรกิจมากขึ้น ความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความยืดหยุ่นด้านความปลอดภัยจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดการความเสี่ยงไซเบอร์ในอนาคต