โปแลนด์กำลังเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของสงครามเต็มรูปแบบกับรัสเซีย แต่รัฐมนตรีช่วยกลาโหม Cezary Tomczyk ย้ำว่านี่ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าสงครามใกล้จะเกิดขึ้น Tomczyk ระบุว่ารัสเซียยังไม่สามารถเอาชนะ NATO ได้ในขณะนี้ แต่อาจฟื้นฟูศักยภาพทางทหารได้ภายในปี 2027 โดยขึ้นอยู่บางส่วนกับผลของสงครามในยูเครน เจ้าหน้าที่โปแลนด...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Polish Deputy Defense Minister Cezary Tomczyk warn about the possibility of a major Russian provocation against Poland within the c. Article summary: Tomczyk’s message was that Poland is preparing for the worst while seeking to deter it: a major Russian provocation could occur within months, and Warsaw must be ready for a full-scale conflict even though it hopes one n. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
โปแลนด์กำลังส่งสัญญาณว่า การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุดอาจเป็นหนทางยับยั้งไม่ให้สถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง Cezary Tomczyk รัฐมนตรีช่วยกลาโหมโปแลนด์ เตือนว่ารัสเซียอาจก่อเหตุยั่วยุครั้งใหญ่ต่อโปแลนด์ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ย้ำว่านี่เป็นการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่การบอกว่าสงครามเต็มรูปแบบกำลังจะเริ่มต้น
Tomczyk ระบุว่าโปแลนด์กำลังเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของสงครามกับรัสเซีย แม้หวังอย่างยิ่งว่าสงครามจะไม่เกิดขึ้น เขาไม่ได้ระบุว่าเหตุยั่วยุที่อาจเกิดขึ้นจะมีลักษณะอย่างไร เพียงบอกว่าปฏิบัติการขนาดใหญ่จากเครมลินอาจเกิดขึ้นได้ภายในช่วงไม่กี่เดือน
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อศักยภาพทางทหารของรัสเซียในอนาคต Tomczyk กล่าวว่า ขณะนี้รัสเซียยังไม่มีขีดความสามารถที่จะเอาชนะ NATO แต่โปแลนด์ไม่อาจถือว่าความได้เปรียบของพันธมิตรในปัจจุบันจะคงอยู่ตลอดไป รายงานที่อ้างถึงการประเมินของ NATO ระบุว่า รัสเซียอาจฟื้นฟูศักยภาพทางทหารได้ภายในปี 2027 โดยจังหวะเวลาและขนาดของการฟื้นตัวจะขึ้นอยู่บางส่วนกับผลลัพธ์ของสงครามในยูเครน
การเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ที่วิธีประเมินภัยคุกคามของวอร์ซอ Tomczyk กล่าวว่า โปแลนด์ไม่แบ่งสถานการณ์ออกเป็นเพียง “เป็นไปได้” และ “เป็นไปไม่ได้” อีกต่อไป แต่พิจารณาว่าสถานการณ์นั้น “มีแนวโน้มเกิดขึ้น” หรือ “มีแนวโน้มไม่เกิดขึ้น”
แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าโปแลนด์คาดว่าเหตุการณ์ทุกแบบจะเกิดขึ้นจริง แต่หมายความว่าสถานการณ์ที่ถูกมองว่ามีโอกาสต่ำ รวมถึงการยั่วยุครั้งใหญ่จากรัสเซีย ไม่ควรถูกปัดทิ้งว่าเป็นไปไม่ได้ หรือกำหนดกรอบเวลาตายตัวจนไม่ต้องเตรียมรับมือ
ดังนั้น การวางแผนของโปแลนด์จึงตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน นั่นคือเตรียมรับความเสี่ยงที่อาจไม่เกิดขึ้น แทนที่จะรอให้มีสัญญาณชัดเจนกว่านี้หลังวิกฤตเริ่มต้นแล้ว
Tomczyk อธิบายว่า การรับมือเป็นความพยายามในระดับรัฐทั้งหมด โปแลนด์กำลังขยายและปรับปรุงกองทัพ พร้อมเตรียมระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญให้ทนทานต่อการโจมตีหรือการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น
แผนดังกล่าวยังรวมถึงโครงการเสริมความมั่นคงชายแดน East Shield และระบบต่อต้านโดรน SAN ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการเดียวกัน ระบบนี้ถูกออกแบบให้เป็นการป้องกันหลายชั้น ประกอบด้วยการตรวจจับ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ และอาวุธสกัดกั้นแบบดั้งเดิม เช่น ปืนกล ปืนใหญ่ และขีปนาวุธ โดยคาดว่าจะมีขีดความสามารถเบื้องต้นภายในราว 6 เดือน และใช้เวลาประมาณ 24 เดือนจึงจะติดตั้งได้ครบถ้วน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าภัยคุกคามในปัจจุบันอาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยการบุกแบบสงครามตามแบบเสมอไป แต่อาจเป็นโดรน การก่อวินาศกรรม การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน หรือปฏิบัติการที่ทำให้ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ลงมือ การเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบสื่อสาร พลังงาน และแนวป้องกันชายแดน จึงมีเป้าหมายเพื่อลดช่องทางที่ฝ่ายตรงข้ามจะใช้กดดันหรือสร้างความสับสน
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่โปแลนด์เคยเตือนถึงความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะใช้โดรนยูเครนที่ยึดได้ในปฏิบัติการธงปลอม Władysław Kosiniak-Kamysz รัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ กล่าวว่า รัสเซียอาจนำระบบที่ยึดมาใช้เพื่อทำให้ประเทศ NATO เข้าใจผิดหรือถูกยั่วยุให้ตอบโต้
หนึ่งในสถานการณ์ที่โปแลนด์พูดถึงคือ การปรากฏตัวของฝูงโดรนเหนือโปแลนด์หรือประเทศอื่นบนแนวรบด้านตะวันออกของ NATO โดยมีเครื่องหมายที่ทำให้ดูเหมือนว่าโดรนเหล่านั้นเป็นของกองทัพยูเครน
Radosław Sikorski รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ ก็เตือนในทำนองเดียวกันว่า รัสเซียอาจใช้โดรนยูเครนที่ยึดได้ในปฏิบัติการที่ทำให้การโจมตีดูเหมือนมาจากเคียฟ
ถ้อยแถลงเหล่านี้เป็นการพูดถึงยุทธวิธีที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่หลักฐานว่าปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มขึ้นแล้ว ความสำคัญของคำเตือนอยู่ที่รูปแบบความเสี่ยงที่วอร์ซอกำลังเตรียมรับมือ นั่นคือเหตุการณ์ที่อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ไม่สามารถระบุผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน และทดสอบท่าทีทางการเมืองของ NATO ก่อนที่สถานการณ์จะยกระดับเป็นการปะทะตามแบบ
การกล่าวถึงปี 2027 เป็นกรอบเวลาสำหรับการวางแผน ไม่ใช่วันที่ยืนยันว่าจะเกิดการโจมตี เจ้าหน้าที่โปแลนด์เชื่อมโยงช่วงเวลาดังกล่าวกับการประเมินว่า รัสเซียอาจฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหารหลังสงครามในยูเครน โดยรายละเอียดจะขึ้นอยู่กับทิศทางของสงคราม
สาระสำคัญของ Tomczyk คือ โปแลนด์ควรใช้เวลาที่มีอยู่เสริมความแข็งแกร่งให้การป้องกัน แทนที่จะสรุปว่ารัสเซียจะไม่สามารถท้าทาย NATO ได้อีกต่อไป ข้อแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะข้อจำกัดของรัสเซียในปัจจุบันอาจลดความเสี่ยงของการปะทะตามแบบในระยะใกล้ แต่ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของการเสริมกำลังครั้งใหม่ ปฏิบัติการแบบผสมผสาน หรือเหตุยั่วยุขนาดจำกัดในอนาคต
สวนสนามวันกองทัพโปแลนด์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เป็นภาพสะท้อนต่อสาธารณะของยุทธศาสตร์เดียวกัน มีทหารเข้าร่วมมากกว่า 2,000 นาย และยุทโธปกรณ์ราว 300 รายการ ในสิ่งที่มีการระบุว่าเป็นสวนสนามทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของโปแลนด์
การแสดงแสนยานุภาพครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงความหมายเชิงพิธีการ แต่ยังจัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงกองทัพอย่างรวดเร็วของโปแลนด์ และส่งสารด้านการยับยั้งไปยังทั้งพันธมิตรและฝ่ายที่อาจเป็นคู่ขัดแย้ง ท่ามกลางสงครามของรัสเซียในยูเครน
Donald Tusk นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ กล่าวว่า กองทัพโปแลนด์จะกลายเป็นกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปในไม่ช้า โดยนำเสนอขนาดและความทันสมัยของกองทัพเป็นแกนกลางของความมั่นคงระดับชาติและภูมิภาค เป้าหมายที่ประกาศไว้จึงไม่ใช่เพียงการปกป้องดินแดนโปแลนด์ในสภาวะที่เอื้ออำนวย แต่คือการสร้างกองกำลังที่ยังปฏิบัติภารกิจได้ภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบากอย่างยิ่ง และช่วยเสริมความมั่นคงให้ปีกตะวันออกของ NATO
เมื่อพิจารณารวมกัน ถ้อยแถลงจากวอร์ซอสะท้อนนโยบายที่ยึด “ความพร้อม” มากกว่าความแน่นอน โปแลนด์ไม่ได้บอกว่าการโจมตีจากรัสเซียเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือเหตุยั่วยุครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นแน่นอนในอีกไม่กี่เดือน แต่กำลังบอกว่าขอบเขตของความเสี่ยงที่มีเหตุผลให้เตรียมรับมือได้ขยายกว้างขึ้น และการถือว่าสถานการณ์บางอย่างเป็นไปไม่ได้อาจเป็นอันตราย
มาตรการตอบสนองจึงครอบคลุมทั้งการขยายกองทัพ การปกป้องพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ระบบต่อต้านโดรน และการเตรียมรับมือการโจมตีที่อำพรางหรือคลุมเครือ หลักคิดของโปแลนด์ตรงไปตรงมา: ประเทศที่ถูกข่มขู่ ทำให้หยุดชะงัก หรือทำให้ตกใจได้ยากกว่า ย่อมมีโอกาสยับยั้งการรุกรานก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายได้มากกว่า
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
โปแลนด์กำลังเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของสงครามเต็มรูปแบบกับรัสเซีย แต่รัฐมนตรีช่วยกลาโหม Cezary Tomczyk ย้ำว่านี่ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าสงครามใกล้จะเกิดขึ้น
โปแลนด์กำลังเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของสงครามเต็มรูปแบบกับรัสเซีย แต่รัฐมนตรีช่วยกลาโหม Cezary Tomczyk ย้ำว่านี่ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าสงครามใกล้จะเกิดขึ้น Tomczyk ระบุว่ารัสเซียยังไม่สามารถเอาชนะ NATO ได้ในขณะนี้ แต่อาจฟื้นฟูศักยภาพทางทหารได้ภายในปี 2027 โดยขึ้นอยู่บางส่วนกับผลของสงครามในยูเครน
เจ้าหน้าที่โปแลนด์เคยเตือนถึงปฏิบัติการจัดฉากหรือปฏิบัติการธงปลอม โดยรัสเซียอาจนำโดรนยูเครนที่ยึดได้มาใช้สร้างเหตุยั่วยุเหนือโปแลนด์หรือแนวรบด้านตะวันออกของ NATO