ผลิตภัณฑ์เรือธงที่สะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่นี้คือ SSD รุ่น Pascari aiDAPTIV AI20EH ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัล “Computex 2026 Best Choice Award” ในสาขา “AI PC Solution” ไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เทคโนโลยี aiDAPTIV ใช้ NAND Flash เป็นหน่วยความจำแคชระดับสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่องาน AI โดยเฉพาะ (AI KV-cache) เมื่อทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์มิดเดิลแวร์ที่ให้มา ระบบจะทำการผนวกรวมหน่วยความจำจาก GPU VRAM, DRAM ของระบบ และ NAND Flash เข้าเป็นแหล่งทรัพยากรหน่วยความจำเดียวขนาดใหญ่แบบไดนามิก วิธีนี้ช่วยทลายกำแพงข้อจำกัดด้านหน่วยความจำของระบบแบบดั้งเดิม ที่ทำให้เราไม่สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่บนฮาร์ดแวร์มาตรฐานทั่วๆ ไปได้
จากผลการทดสอบภายในของ Phison การเพิ่มไดร์ฟ aiDAPTIV AI20EH และมิดเดิลแวร์เข้าไปใน AI PC จะทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ :
Phison ได้สาธิตให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้สดๆ ภายในงาน โดยการนำโมเดล AI ที่มีพารามิเตอร์มากถึง 26,000 ล้านตัว (26B) ซึ่งปกติจะต้องใช้ DRAM อย่างน้อย 32 GB มาทำงานได้อย่างราบรื่นบนระบบที่มี DRAM เพียงแค่ 16 GB ด้วยการย้ายภาระหน่วยความจำบางส่วนไปทำงานบนหน่วยความจำแฟลชของ aiDAPTIV
นอกจากนี้ ภายในงานเดียวกัน Phison และ Intel ยังได้ประกาศความร่วมมือกันเพื่อนำเทคโนโลยี aiDAPTIV ไปใช้บนแพลตฟอร์ม Intel Core Ultra Series 3 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกศักยภาพให้ AI PC ที่ใช้ชิป Intel สามารถรับมือกับงาน AI ในระดับที่ซับซ้อนและต้องการทรัพยากรมากขึ้น เช่น โมเดล Mixture-of-Experts (MoE) และแอปพลิเคชัน AI แบบรู้คิด (Agentic AI)
นอกเหนือจากการนำเสนอแนวคิดใหม่ด้านหน่วยความจำ AI แล้ว Phison ยังคงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านความเร็วในการเก็บข้อมูล ด้วยชิปคอนโทรลเลอร์ PCIe 6.0 X3 รุ่นใหม่
ทอมส์ ฮาร์ดแวร์ (Tom's Hardware) รายงานว่า Phison ได้สาธิตประสิทธิภาพของคอนโทรลเลอร์ X3 นี้ที่บูธภายในงาน Computex และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบตัวอย่างให้ลูกค้าได้ทดสอบในเดือนธันวาคม โดยมีแผนการผลิตและจัดส่งจำนวนมากในช่วงกลางปี พ.ศ. 2570
ความเร็วระดับนี้ทำให้ Phison อยู่ในการแข่งขันที่สูสีกับคู่แข่ง โดยคอนโทรลเลอร์ MonTitan SM8466 ของ Silicon Motion ก็ทำความเร็วได้ 28 GB/s เช่นกัน ในขณะที่คอนโทรลเลอร์ Sierra FC6161 ของ FADU นั้นเร็วกว่าเล็กน้อยที่ 28.5 GB/s และ 6.9 ล้าน IOPS
ความทะเยอทะยานของ Phison ไม่ได้หยุดอยู่แค่ SSD แต่ละตัว แต่ยังขยายไปถึงโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยผู้ผลิตหลายราย โดย Phison เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร AISO (AI for Sovereignty) ซึ่งเป็นพันธมิตรใหม่ที่ทรงพลัง ร่วมกับบริษัทผู้รวบรวมระบบซอฟต์แวร์ TPIsoftware และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ Elitegroup Computer Systems (ECS)
ภารกิจของ AISO คือ การนำเสนออุปกรณ์ AI แบบครบวงจร (All-in-One AI Appliances) ที่ติดตั้งและทำงานได้ ณ สถานที่ของลูกค้าโดยตรง สำหรับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานรัฐที่ต้องการความอธิปไตยทางข้อมูลและการควบคุมระบบด้วยตนเอง ในงาน Computex ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสามรายได้จัดแสดงอุปกรณ์ AISO เหล่านี้ ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยี aiDAPTIV ของ Phison เข้ากับศูนย์ควบคุม OrientAI ของ TPIsoftware และฮาร์ดแวร์ของ ECS ในรูปแบบที่พร้อมใช้งานได้ทันที
การรวมกลุ่ม AISO ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Phison ที่ว่าการจะคว้าสัญญางาน AI ระดับองค์กรนั้น ต้องมีมากกว่าแค่ชิปที่ยอดเยี่ยม AISO ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 โดยมีสมาชิกทั้งหมด 12 บริษัท รวมถึง Gogolook, Acer Synergy Tech, และสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ของไต้หวัน โดยมีลูกค้ารายใหญ่ในช่วงแรกอย่าง Cathay Financial Holdings และ Delta Electronics ที่เซ็นสัญญาเข้าร่วมแล้ว
การประกาศของ Phison ในงาน Computex ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการปรับตัวอย่างชัดเจนในระดับอุตสาหกรรม ที่บริษัทสตอเรจแบบดั้งเดิมต่างพากันเร่งปรับตัวเพื่อเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI ใจความหลักที่ทุกค่ายเห็นตรงกันคือ เมื่อการประมวลผล AI ย้ายจากศูนย์ข้อมูลคลาวด์ขนาดใหญ่มาสู่อุปกรณ์ Edge และเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กรมากขึ้น หน่วยเก็บข้อมูลแบบแฟลชจะไม่สามารถเป็นเพียงที่เก็บข้อมูลสำรองแบบเฉื่อยชาได้อีกต่อไป แต่มันจะต้องกลายเป็น ‘หน่วยความจำและหน่วยประมวลผล’ ที่มีสมรรถนะสูง
บรรยากาศการแข่งขันที่ปรากฏในและรอบๆ งาน Computex 2026 ประกอบด้วย:
Comments
0 comments