ชาซีร์ไม่ใช่วิศวกร AI ทั่วไป เขาคือหนึ่งในตำนานผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ AI สมัยใหม่ โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเขียนบทความระดับตำนานเรื่อง "Attention Is All You Need" ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2017 บทความนี้ได้นำเสนอสถาปัตยกรรม 'Transformer' ที่เป็นรากฐานสำคัญของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) ทุกตัวในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น GPT ของ OpenAI, Gemini ของ Google หรือ Claude ของ Anthropic นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้คิดค้นหรือร่วมคิดค้นเทคโนโลยีสำคัญอื่นๆ เช่น Multi-head Attention และ Mixture of Experts
ชาซีร์เริ่มต้นทำงานที่ Google ตั้งแต่ปี 2000 และอยู่กับบริษัทมานานถึง 21 ปี ก่อนจะลาออกในปี 2021 หลังจากที่บริษัทปฏิเสธที่จะปล่อยโปรเจกต์แชทบอทที่เขาพัฒนาขึ้น หลังจากนั้นเขาก็ร่วมก่อตั้ง Character.AI กับแดเนียล เดอ เฟรตัส (Daniel De Freitas) เพื่อนร่วมงานเก่า และสตาร์ทอัพแห่งนี้ก็มีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว
ในเดือนสิงหาคม 2024 Google ได้ทำข้อตกลงใบอนุญาต (Licensing Agreement) มูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์กับ Character.AI ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ 'reverse acqui-hire' (การจ้างกลับมาโดยใช้เงินซื้อบริษัท) เพื่อดึงตัวชาซีร์และทีมวิจัยส่วนหนึ่งกลับคืนมา โดยเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคนิคร่วมของ Gemini ร่วมกับเจฟฟ์ ดีน (Jeff Dean) และโอริออล วินยาลส์ (Oriol Vinyals)
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เข้ามาตรวจสอบข้อตกลงนี้ในภายหลังว่าอาจเป็นการเลี่ยงกฎหมายการควบรวมกิจการหรือไม่
แต่ทว่าการกลับมาของชาซีร์ครั้งนี้อยู่ได้ไม่ถึง 18 เดือน เขาก็ตัดสินใจย้ายออกไปอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ในปี 2021 Google เคยเสนอเงิน 100 ล้านดอลลาร์ให้ชาซีร์อยู่ต่อ แต่เขาปฏิเสธ ทำให้ดีลล่าสุดนี้กลายเป็นการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นถึง 27 เท่าเพื่อจ้างคนคนเดิมกลับมา
การย้ายครั้งนี้เป็นเพียงเหตุการณ์ล่าสุดในสงครามแย่งชิงตัวบุคลากรด้าน AI ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่าง Google, OpenAI, Anthropic และบริษัทอื่นๆ
ช่วงเวลานี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะ OpenAI กำลังเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้น (IPO) การดึงตัวบุคคลที่เป็นเสมือน 'สถาปนิก' ผู้วางรากฐาน AI อย่างชาซีร์เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมผู้นำด้านเทคนิคและภาพลักษณ์ของบริษัทในตลาดได้เป็นอย่างดี ในทางกลับกัน การเสียบุคคลที่ตนทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อดึงมาเป็นผู้นำโปรเจกต์เรือธงอย่าง Gemini ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของ Google ในการแข่งขันเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านโมเดล AI ขั้นสูง
นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมคาดว่าสงครามแย่งชิงตัวคนเก่งนี้จะยิ่งดุเดือดมากขึ้นไปอีก เนื่องจากเงินทุนมหาศาลจากการเข้าตลาดหุ้น IPO และรอบระดมทุนจะทำให้ OpenAI และ Anthropic มีทรัพยากรมากพอที่จะแข่งขันกับ Google ได้อย่างสูสี
Comments
0 comments