ฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์อื่น ๆ ยอมรับแผนงาน 15 ข้อเมื่อ 30 กรกฎาคม โดยเห็นชอบในหลักการที่จะส่งมอบอาวุธและโอนอำนาจพลเรือนกับความมั่นคงให้ฝ่ายบริหารช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่การปลดอาวุธยังไม่เกิดขึ้นจริง [1][6][13] อุปสรรคหลักคือเรื่องลำดับขั้นตอน แผนกำหนดให้การปลดอาวุธแบบเป็นระยะเชื่อมโยงกับการถอนกำลังของอิสราเอล ขณะท...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Nickolay Mladenov tell the UN Security Council about Hamas and other armed factions in Gaza agreeing for the first time to surrende. Article summary: Mladenov presented the July 30 acceptance as a historic but still unimplemented breakthrough: Hamas and other armed factions had, for the first time, agreed in principle to relinquish weapons and transfer civilian and se. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
นิคโคไล มลาเดนอฟอธิบายว่า การที่ฮามาสยอมรับกรอบแผนหยุดยิงกาซาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม อาจเป็น “ความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์” แต่ยังไม่ใช่การยอมจำนนที่เสร็จสมบูรณ์
ภายใต้กรอบแผน 15 ข้อ ฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์อื่น ๆ เห็นชอบในหลักการที่จะยุติการถือครองอาวุธ และโอนอำนาจการบริหารพลเรือนกับความมั่นคงให้ฝ่ายบริหารช่วงเปลี่ยนผ่าน 1613
จุดสำคัญคือ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงกรอบสำหรับการดำเนินงาน อาวุธยังไม่ได้ถูกส่งมอบ และกระบวนการตามแผนยังไม่เริ่มต้น 9
แผนนี้วางเป้าหมายให้กาซามีอำนาจปกครองเพียงหนึ่งเดียว พร้อมยุติบทบาทของฮามาสในด้านการทหาร การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหาร หลักการสำคัญคือ “หนึ่งอำนาจ หนึ่งกฎหมาย หนึ่งอาวุธ” โดยระบุให้คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการบริหารกาซา (National Committee for the Administration of Gaza) เป็นองค์กรปกครองช่วงเปลี่ยนผ่าน 212
การปลดอาวุธจะดำเนินเป็นระยะ ไม่ใช่การส่งมอบทันทีในคราวเดียว นอกจากนี้ แผนยังเชื่อมโยงความคืบหน้าในการปลดประจำการอาวุธกับมาตรการตอบแทนจากอิสราเอล ซึ่งรวมถึงการถอนกำลังออกจากกาซา โดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยประเทศผู้ไกล่เกลี่ยจะตรวจสอบและรับรองแต่ละขั้นก่อนเดินหน้าสู่ระยะถัดไป 2111415
ด้วยเหตุนี้ มลาเดนอฟจึงเตือนว่า กาซา “ไม่สามารถถูกปลดอาวุธได้ภายในสองสัปดาห์” ความหมายของเขาคือ แผนดังกล่าวเป็นกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไปที่ต้องอาศัยการตรวจสอบและการดำเนินการตอบแทนกัน ไม่ใช่การยอมจำนนฝ่ายเดียวภายในชั่วข้ามคืน 10
ทางตันหลักอยู่ที่ลำดับขั้นตอนและความไว้วางใจ แผนงานวางให้การปลดอาวุธและการถอนกำลังของอิสราเอลเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ควบคู่กัน แต่อิสราเอลยืนยันว่าฮามาสต้องปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์และรื้อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารก่อน 5
โนอา เฟอร์แมน รองเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ ระบุว่า “ต้องปลดอาวุธก่อน” พร้อมกล่าวหาว่าฮามาสกำลังฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหารและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เธอย้ำว่าฮามาสควรถูกประเมินจากการกระทำจริง 5
ในอีกด้านหนึ่ง มลาเดนอฟเตือนว่าการโจมตีของอิสราเอลที่ยังดำเนินต่อไปกำลังทำให้กรอบข้อตกลงหยุดยิงตกอยู่ในความเสี่ยง เขายังวิจารณ์ข้อจำกัดที่กระทบต่อการนำสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและวัสดุสำหรับที่พักพิงเข้าไปในกาซา โดยหลักฐานที่มีสนับสนุนความกังวลในภาพรวม แต่ยังไม่ยืนยันรายละเอียดทุกประการเกี่ยวกับการประชุม กำหนดเส้นตาย หรือคำอธิบายทางการเมืองตามที่ระบุไว้ในคำถามต้นฉบับ 6920
ดังนั้น การยอมรับของฮามาสจึงยังเป็นคำมั่นทางการเมือง ไม่ใช่การส่งมอบอาวุธในทางปฏิบัติ ช่วงเวลา 14 วันที่ตั้งใจให้คู่กรณีจัดทำกรอบเวลาเพื่อปลดอาวุธฮามาสเป็นระยะและถอนกำลังอิสราเอลยังไม่ได้เริ่มขึ้น 9
มลาเดนอฟกล่าวว่า ความรุนแรงที่ดำเนินต่อไปอาจผลักกาซาเข้าสู่ “จุดที่ไม่อาจหวนกลับ” และอาจทำให้ไม่เหลือสิ่งใดให้สร้างขึ้นใหม่ หากแผนหยุดยิงล้มเหลว 617
เขายังเตือนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า กาซา “ไม่เหลือพื้นที่สำหรับหายนะอีกครั้งแล้ว” คำเตือนนี้สะท้อนว่า การหยุดชะงักของแผนไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตทางการเมือง แต่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมด้วย เพราะหากการหยุดยิงไม่ทำงาน แผนฟื้นฟูและการจัดตั้งระบบปกครองก็ไม่อาจเดินหน้าต่อได้ 810
แผนงานเสนอให้มีกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศเข้ามาช่วยกำกับดูแลการปลดประจำการอาวุธ กองกำลังนี้จะเข้าประจำการเมื่อสถานการณ์ภาคสนามสงบลงเพียงพอ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อใช้แทนข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในทันที 58
ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงว่า บุคลากรจากประเทศพันธมิตรมีกำหนดเดินทางมาเพื่อช่วยรักษาความสงบ แม้การส่งกำลังจะล่าช้ากว่าที่วอชิงตันต้องการ โดยเขากล่าวว่า ยูกันดา โมร็อกโก และคาซัคสถานเสนอทหารหลายพันนายให้กับกองกำลังดังกล่าว ตามรายงานข่าวเกี่ยวกับคำกล่าวของเขา 23
อย่างไรก็ตาม กองกำลังนี้ยังไม่สามารถแก้ข้อพิพาทหลักได้ อิสราเอลยังย้ำว่าการปลดอาวุธต้องเกิดขึ้นก่อนการถอนกำลัง ขณะที่แผนงานยึดหลักการดำเนินการตอบแทนกันและตรวจสอบได้จากทั้งสองฝ่าย จนกว่าจะตกลงเรื่องลำดับขั้นตอนได้ บทบาทและการส่งกำลังของกองกำลังระหว่างประเทศก็ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ไม่เกิดขึ้นจริง 514
สารของมลาเดนอฟมีทั้งความหวังอย่างระมัดระวังและคำเตือนอย่างตรงไปตรงมา การยอมรับแผนของฮามาสเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมเปิดช่องทางที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับการปลดอาวุธและการถ่ายโอนอำนาจไปสู่การบริหารโดยพลเรือน แต่ยังไม่ได้ทำให้กระบวนการใดกระบวนการหนึ่งเสร็จสิ้น 16
การดำเนินการติดขัดเพราะคู่กรณียังเห็นต่างกันว่าอะไรควรเกิดขึ้นก่อน ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำมั่นของตนอย่างครบถ้วน และความรุนแรงที่ดำเนินต่อไปกำลังกัดกร่อนเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการตรวจสอบกับการถอนกำลัง แผนงานยังอาจเป็นเส้นทางออกจากวิกฤต แต่คำเตือนของมลาเดนอฟชี้ว่า อนาคตของแผนขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนคำมั่นทางการเมืองให้เป็นกระบวนการที่ตรวจสอบได้ ก่อนที่การหยุดยิงจะพังลง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์อื่น ๆ ยอมรับแผนงาน 15 ข้อเมื่อ 30 กรกฎาคม โดยเห็นชอบในหลักการที่จะส่งมอบอาวุธและโอนอำนาจพลเรือนกับความมั่นคงให้ฝ่ายบริหารช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่การปลดอาวุธยังไม่เกิดขึ้นจริง [1][6][13]
ฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์อื่น ๆ ยอมรับแผนงาน 15 ข้อเมื่อ 30 กรกฎาคม โดยเห็นชอบในหลักการที่จะส่งมอบอาวุธและโอนอำนาจพลเรือนกับความมั่นคงให้ฝ่ายบริหารช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่การปลดอาวุธยังไม่เกิดขึ้นจริง [1][6][13] อุปสรรคหลักคือเรื่องลำดับขั้นตอน แผนกำหนดให้การปลดอาวุธแบบเป็นระยะเชื่อมโยงกับการถอนกำลังของอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าฮามาสต้องถูกปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์ก่อน
มลาเดนอฟเตือนว่าการโจมตีต่อเนื่องอาจผลักกาซาไปสู่ “จุดที่ไม่อาจหวนกลับ” และทำให้แทบไม่เหลือสิ่งใดให้ฟื้นฟูหากแผนหยุดยิงล้มเหลว [6][17]