ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโตในยุโรประบุว่า อาวุธสหรัฐที่ประเทศพันธมิตรจัดซื้อให้ยูเครนผ่านโครงการ PURL ถูกส่งถึงและใช้งานในสนามรบแล้ว [2][3] อย่างน้อย 6 ประเทศนาโตได้ร่วมกันสนับสนุนแพ็กเกจด้านกลาโหมมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ และมีคำมั่นสนับสนุนรวมเกิน 4 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2025 [10][20] มีความกังวลว่าปฏิบัติการทาง...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did NATO’s top military commander in Europe say about the delivery of allied‑funded weapons to Ukraine under the Prioritised Ukraine Re. Article summary: NATO’s top commander in Europe, Gen. Alexus Grynkewich, said allied-funded U.S. weapons bought for Ukraine under PURL are continuing to move and are already being used by Ukraine, including air-defense interceptors. The . Topic tags: general, government, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# All US weapons paid for by Europeans already in Ukraine – NATO Supreme Allied Commander Europe. NATO Supreme Allied Commander Europe (SACEUR), U.S. Army General Alexus Grynkewich" source context "All US weapons paid for by Europeans already in Ukraine – NATO Supreme Allied Commander Europe" Reference image 2: visua
โครงการ Prioritised Ukraine Requirements List (PURL) ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้อาวุธตะวันตกยังคงถูกส่งไปสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่สงครามกับรัสเซียยังดำเนินอยู่
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโตในยุโรประบุว่า โครงการนี้ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่มีการส่งมอบอาวุธจริง และบางส่วนถูกนำไปใช้ในสนามรบแล้ว
พล.อ. อเล็กซัส กรินเควิช (Alexus Grynkewich) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโตประจำยุโรป (SACEUR) กล่าวว่า การจัดซื้ออาวุธและกระสุนจากสหรัฐเพื่อส่งให้ยูเครนผ่านโครงการ PURL ยังคงดำเนินต่อไป รวมถึง ขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ ที่ใช้ปกป้องเมืองยูเครนจากการโจมตีทางอากาศ
เขายังระบุด้วยว่า อุปกรณ์ทางทหารของสหรัฐที่ประเทศยุโรปจัดซื้อผ่านโครงการนี้ ได้ถูกส่งถึงยูเครนแล้ว และกำลังถูกใช้ในปฏิบัติการจริง ในแนวหน้า
PURL (Prioritised Ukraine Requirements List) เป็นกลไกที่นาโตใช้ในการเร่งจัดหาอาวุธให้ยูเครน โดยมีแนวคิดหลักคือ
ภายใต้ระบบนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโตในยุโรปจะเป็นผู้กำหนดรายการอุปกรณ์ที่มีความสำคัญสูงตามสถานการณ์การรบของยูเครน
อาวุธที่จัดซื้อผ่าน PURL มักเป็นยุทโธปกรณ์ที่ยุโรปไม่สามารถผลิตหรือจัดหาได้อย่างรวดเร็ว เช่น ขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูง และกระสุนเฉพาะทาง
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากหลายประเทศสมาชิกนาโตอย่างรวดเร็ว
ประเทศที่มีส่วนร่วมในช่วงแรก ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน และแคนาดา
แม้โครงการจะยังดำเนินต่อไป แต่พันธมิตรยุโรปบางประเทศเริ่มกังวลเกี่ยวกับ ความพร้อมของสต็อกอาวุธสหรัฐในอนาคต โดยเฉพาะขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ
รายงานบางฉบับระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง รวมถึงความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน กำลังใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นจำนวนมาก ทำให้เกิดความกังวลว่าสต็อกอาจตึงตัว
หากอาวุธอย่าง Patriot interceptors มีจำนวนจำกัด สหรัฐอาจต้องเก็บไว้สำหรับการป้องกันของตนเองหรือพันธมิตรในภูมิภาคอื่น ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งมอบให้ยูเครนในอนาคต
ในปี 2026 หลายประเทศยังคงเพิ่มงบประมาณเพื่อรักษาการส่งมอบอาวุธผ่านโครงการนี้
โครงการ PURL สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในวิธีที่ประเทศสมาชิกนาโตสนับสนุนยูเครน จากเดิมที่ส่งอาวุธจากคลังของตนเอง มาเป็น การร่วมกันระดมทุนเพื่อจัดซื้ออาวุธใหม่จากสหรัฐ แล้วส่งผ่านการประสานงานของนาโต
แนวทางนี้ถูกมองว่าเป็นวิธีสร้าง การสนับสนุนทางทหารที่ต่อเนื่องและคาดการณ์ได้มากขึ้น ขณะที่ยูเครนยังคงทำสงครามป้องกันประเทศจากการรุกรานของรัสเซีย
และตามคำยืนยันของผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโตในยุโรป ขณะนี้ระบบดังกล่าว กำลังทำงานตามแผน — อาวุธที่พันธมิตรจัดซื้อกำลังไปถึงยูเครน และถูกใช้จริงในสนามรบแล้ว
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโตในยุโรประบุว่า อาวุธสหรัฐที่ประเทศพันธมิตรจัดซื้อให้ยูเครนผ่านโครงการ PURL ถูกส่งถึงและใช้งานในสนามรบแล้ว [2][3]
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโตในยุโรประบุว่า อาวุธสหรัฐที่ประเทศพันธมิตรจัดซื้อให้ยูเครนผ่านโครงการ PURL ถูกส่งถึงและใช้งานในสนามรบแล้ว [2][3] อย่างน้อย 6 ประเทศนาโตได้ร่วมกันสนับสนุนแพ็กเกจด้านกลาโหมมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ และมีคำมั่นสนับสนุนรวมเกิน 4 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2025 [10][20]
มีความกังวลว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในตะวันออกกลางอาจทำให้สต็อกขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศตึงตัว [5]