คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ มอร์แกน สแตนลีย์สรุปว่ามาตรการคุมเข้มเงินทุนของจีนจะส่งผลกระทบในวงจำกัดต่อธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ของ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โดยเชื่อว่าจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้เงินทุนไหลข้ามพรมแดนผ่านช่องทางที่ถูกกฎห... ซิตี้กรุ๊ปประเมิน worst case ที่เป็นรูปธรรม ระบุว่ารายได้ของ HSBC ในปี 2028 อาจลดลงราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเพียง 2% ของกำไรก่อนหักภาษี หากไม่มีการเปิดบัญชีใหม่สำหรับลูกค้าจีนที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักเลย [16] ทั้งมอร์แกน สแตนลีย์และเจพีมอร์แกนยังคงให้คำแนะนำ "Overweight" สำหรับหุ้นทั้งสองตัวหลังการเทขายครั้งใหญ่ [21][7] ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดตื่นตระหนกมากเกินไปเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่แท้จริง What did Morgan Stanley's research report conclude about the impact of China's tightened capital controls on HSBC and Standard Chartered, an The initial sell-off in Asia-exposed bank stocks contrasted sharply with Morgan Stanley's subsequent assessment that the impact on wealth management businesses would be limited. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Morgan Stanley's research report conclude about the impact of China's tightened capital controls on HSBC and Standard Chartered, an. Article summary: Based on the available evidence provided, Morgan Stanley concluded that China's tightened capital controls would have a **limited impact** on the wealth management businesses of HSBC and Standard Chartered [8]. The repor. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Hong Kong-listed shares of AIA, HSBC and StanChart fall as China tightens capital controls. Hong Kong-listed shares of AIA Group, HSBC Holdings and Standard Chartered PLC fell sh" source context "Hong Kong-listed shares of AIA, HSBC and StanChart fall as China tightens capital controls" Reference image 2:
openai.com เมื่อปักกิ่งเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามการไหลออกของเงินทุนข้ามพรมแดนในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2025 ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นนั้นรวดเร็วและรุนแรง ราคาหุ้นของ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดร่วงลงอย่างหนัก เช่นเดียวกับพรูเด็นเชียล บริษัทประกันภัย มูลค่าตลาดหลายพันล้านปอนด์ของบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่จดทะเบียนในลอนดอนที่พึ่งพาตลาดเอเชียถูกลบหายไปในพริบตา แต่ภายในเวลาไม่กี่วัน วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทก็ออกมาส่งสัญญาณสวนกระแส: การเทขายครั้งนี้มากเกินไป มอร์แกน สแตนลีย์ออกรายงานวิจัยโดยระบุว่าผลกระทบต่อธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ (Wealth Management) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธนาคารเหล่านี้จะอยู่ในวงจำกัด และซิตี้กรุ๊ปก็เดินหน้าเสริมต่อด้วยการคำนวณตัวเลข worst-case ที่ชัดเจน
แก่นความคิดของมอร์แกน สแตนลีย์: ควบคุมกระแสเงิน ไม่ใช่ปิดตาย
หัวใจสำคัญของรายงานจากมอร์แกน สแตนลีย์คือการวางเดิมพันว่าจีนไม่ได้กำลังถอยหลังจากเป้าหมายการรวมตัวทางการเงินกับโลก แต่กำลังเปลี่ยนเส้นทาง รายงานฉบับนี้ยอมรับว่าข่าวการควบคุมการไหลออกของเงินทุนที่เข้มงวดขึ้นของจีนทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกและพุ่งเป้าไปที่ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม มอร์แกน สแตนลีย์เชื่อว่าจีน "ยังคงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้เงินทุนไหลข้ามพรมแดน" และในระยะยาว จะมีการขยายโครงการลงทุนข้ามพรมแดนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น โครงการ Wealth Management Connect เพื่อให้แน่ใจว่าเงินทุนจะไหลผ่านช่องทางที่เหมาะสมและมีการควบคุมดูแล
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทำไมมอร์แกน สแตนลีย์ เชื่อการปราบปรามทุนจีนไม่กระทบ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดหนักอย่างที่กลัว" คืออะไร มอร์แกน สแตนลีย์สรุปว่ามาตรการคุมเข้มเงินทุนของจีนจะส่งผลกระทบในวงจำกัดต่อธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ของ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โดยเชื่อว่าจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้เงินทุนไหลข้ามพรมแดนผ่านช่องทางที่ถูกกฎห...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? มอร์แกน สแตนลีย์สรุปว่ามาตรการคุมเข้มเงินทุนของจีนจะส่งผลกระทบในวงจำกัดต่อธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ของ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โดยเชื่อว่าจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้เงินทุนไหลข้ามพรมแดนผ่านช่องทางที่ถูกกฎห... ซิตี้กรุ๊ปประเมิน worst case ที่เป็นรูปธรรม ระบุว่ารายได้ของ HSBC ในปี 2028 อาจลดลงราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเพียง 2% ของกำไรก่อนหักภาษี หากไม่มีการเปิดบัญชีใหม่สำหรับลูกค้าจีนที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักเลย [16]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ทั้งมอร์แกน สแตนลีย์และเจพีมอร์แกนยังคงให้คำแนะนำ "Overweight" สำหรับหุ้นทั้งสองตัวหลังการเทขายครั้งใหญ่ [21][7] ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดตื่นตระหนกมากเกินไปเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่แท้จริง
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ มอร์แกน สแตนลีย์สรุปว่ามาตรการคุมเข้มเงินทุนของจีนจะส่งผลกระทบในวงจำกัดต่อธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ของ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โดยเชื่อว่าจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้เงินทุนไหลข้ามพรมแดนผ่านช่องทางที่ถูกกฎห... ซิตี้กรุ๊ปประเมิน worst case ที่เป็นรูปธรรม ระบุว่ารายได้ของ HSBC ในปี 2028 อาจลดลงราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเพียง 2% ของกำไรก่อนหักภาษี หากไม่มีการเปิดบัญชีใหม่สำหรับลูกค้าจีนที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักเลย [16] ทั้งมอร์แกน สแตนลีย์และเจพีมอร์แกนยังคงให้คำแนะนำ "Overweight" สำหรับหุ้นทั้งสองตัวหลังการเทขายครั้งใหญ่ [21][7] ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดตื่นตระหนกมากเกินไปเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่แท้จริง What did Morgan Stanley's research report conclude about the impact of China's tightened capital controls on HSBC and Standard Chartered, an The initial sell-off in Asia-exposed bank stocks contrasted sharply with Morgan Stanley's subsequent assessment that the impact on wealth management businesses would be limited. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Morgan Stanley's research report conclude about the impact of China's tightened capital controls on HSBC and Standard Chartered, an. Article summary: Based on the available evidence provided, Morgan Stanley concluded that China's tightened capital controls would have a **limited impact** on the wealth management businesses of HSBC and Standard Chartered [8]. The repor. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Hong Kong-listed shares of AIA, HSBC and StanChart fall as China tightens capital controls. Hong Kong-listed shares of AIA Group, HSBC Holdings and Standard Chartered PLC fell sh" source context "Hong Kong-listed shares of AIA, HSBC and StanChart fall as China tightens capital controls" Reference image 2:
openai.com เมื่อปักกิ่งเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามการไหลออกของเงินทุนข้ามพรมแดนในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2025 ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นนั้นรวดเร็วและรุนแรง ราคาหุ้นของ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดร่วงลงอย่างหนัก เช่นเดียวกับพรูเด็นเชียล บริษัทประกันภัย มูลค่าตลาดหลายพันล้านปอนด์ของบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่จดทะเบียนในลอนดอนที่พึ่งพาตลาดเอเชียถูกลบหายไปในพริบตา แต่ภายในเวลาไม่กี่วัน วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทก็ออกมาส่งสัญญาณสวนกระแส: การเทขายครั้งนี้มากเกินไป มอร์แกน สแตนลีย์ออกรายงานวิจัยโดยระบุว่าผลกระทบต่อธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ (Wealth Management) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธนาคารเหล่านี้จะอยู่ในวงจำกัด และซิตี้กรุ๊ปก็เดินหน้าเสริมต่อด้วยการคำนวณตัวเลข worst-case ที่ชัดเจน
แก่นความคิดของมอร์แกน สแตนลีย์: ควบคุมกระแสเงิน ไม่ใช่ปิดตาย
หัวใจสำคัญของรายงานจากมอร์แกน สแตนลีย์คือการวางเดิมพันว่าจีนไม่ได้กำลังถอยหลังจากเป้าหมายการรวมตัวทางการเงินกับโลก แต่กำลังเปลี่ยนเส้นทาง รายงานฉบับนี้ยอมรับว่าข่าวการควบคุมการไหลออกของเงินทุนที่เข้มงวดขึ้นของจีนทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกและพุ่งเป้าไปที่ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม มอร์แกน สแตนลีย์เชื่อว่าจีน "ยังคงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้เงินทุนไหลข้ามพรมแดน" และในระยะยาว จะมีการขยายโครงการลงทุนข้ามพรมแดนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น โครงการ Wealth Management Connect เพื่อให้แน่ใจว่าเงินทุนจะไหลผ่านช่องทางที่เหมาะสมและมีการควบคุมดูแล
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทำไมมอร์แกน สแตนลีย์ เชื่อการปราบปรามทุนจีนไม่กระทบ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดหนักอย่างที่กลัว" คืออะไร มอร์แกน สแตนลีย์สรุปว่ามาตรการคุมเข้มเงินทุนของจีนจะส่งผลกระทบในวงจำกัดต่อธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ของ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โดยเชื่อว่าจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้เงินทุนไหลข้ามพรมแดนผ่านช่องทางที่ถูกกฎห...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? มอร์แกน สแตนลีย์สรุปว่ามาตรการคุมเข้มเงินทุนของจีนจะส่งผลกระทบในวงจำกัดต่อธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ของ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โดยเชื่อว่าจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้เงินทุนไหลข้ามพรมแดนผ่านช่องทางที่ถูกกฎห... ซิตี้กรุ๊ปประเมิน worst case ที่เป็นรูปธรรม ระบุว่ารายได้ของ HSBC ในปี 2028 อาจลดลงราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเพียง 2% ของกำไรก่อนหักภาษี หากไม่มีการเปิดบัญชีใหม่สำหรับลูกค้าจีนที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักเลย [16]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ทั้งมอร์แกน สแตนลีย์และเจพีมอร์แกนยังคงให้คำแนะนำ "Overweight" สำหรับหุ้นทั้งสองตัวหลังการเทขายครั้งใหญ่ [21][7] ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดตื่นตระหนกมากเกินไปเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่แท้จริง
โบรกเกอร์รายนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า ทั้ง HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดต่างออกมาแถลงว่าการดำเนินงานของพวกเขาเป็นไปตามแนวทางกำกับดูแลเหล่านี้อย่างครบถ้วน ซึ่งยิ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่า ความตื่นตระหนกในทันทีนั้นเกิดจากความเข้าใจผิดขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของจีน ข้อสรุปสำคัญคือ การปราบปรามครั้งนี้เป็นเพียงการขันนอตให้ท่อส่งเงินทุนแน่นขึ้น ไม่ใช่การปิดวาล์วโดยสมบูรณ์ และธนาคารทั้งสองแห่งก็ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎระเบียบที่กำหนดไว้
ตัวเลขที่หายไป: สิ่งที่มอร์แกน สแตนลีย์ไม่ได้เปิดเผย สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความแม่นยำ รายงานของมอร์แกน สแตนลีย์กลับเงียบผิดปกติในประเด็นความเสี่ยงขาลงที่แน่ชัด บทสรุปสาธารณะของงานวิจัยชิ้นนี้ไม่มีทั้งตัวเลข worst-case ที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงของธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์แต่อย่างใด การสรุปว่าผลกระทบจะ "จำกัด" (limited) ถูกนำเสนอแบบเป็นการประเมินเชิงคุณภาพ เชิงกลยุทธ์ มากกว่าจะเป็นแบบจำลองเชิงปริมาณ
ช่องว่างนี้ถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็วโดยนักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ป ในการวิเคราะห์อีกชิ้นหนึ่ง พวกเขาได้ให้สมการทางคณิตศาสตร์ที่แม่นยำสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากสมมติว่าไม่มีการเปิดบัญชีใหม่สำหรับลูกค้าชาวจีนที่ไม่มีถิ่นพำนักเลย (non-resident Chinese) พวกเขาประเมินว่ารายได้ของ HSBC ในปี 2028 จะลดลงประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 2% ของกำไรก่อนหักภาษีของกลุ่มธุรกิจ สำหรับสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ตัวเลขความเสี่ยงยิ่งน้อยลงไปอีก โดยลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสถานการณ์ worst-case เดียวกันนั้น ตัวเลขเหล่านี้ทำให้การถูกกวาดล้างมูลค่าตลาดหลายพันล้านปอนด์กลายเป็นปฏิกิริยาที่เกินกว่าเหตุอย่างชัดเจน
ตลาดหุ้นร่วงระเนระนาด กับแนวรับที่แข็งแกร่งจากนักวิเคราะห์ การเทขายที่จุดชนวนให้เกิดรายงานวิจัยชุดนี้รุนแรงมาก มีรายงานระบุว่ามูลค่าตลาดหลายพันล้านปอนด์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเงินที่พึ่งพาเอเชียในลอนดอนถูกลบหายไป หลังจากมีข่าวว่าธนาคารต่างๆ ได้ระงับการเปิดบัญชีในฮ่องกงให้กับลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ ราคาหุ้นของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดร่วงลง 6% HSBC ลดลง 4% และพรูเด็นเชียลลดลง 6.5% ในทันทีหลังจากนั้น
แต่มอร์แกน สแตนลีย์ไม่ใช่เพียงรายเดียวที่ออกมาปกป้อง เจพีมอร์แกนก็ออกมาให้น้ำหนักเช่นกัน โดยโต้แย้งว่า แม้การบังคับใช้กฎระเบียบข้ามพรมแดนที่เข้มงวดขึ้นในกิจกรรมด้านหลักทรัพย์ ฟิวเจอร์ส และกองทุนจะกดดันความเชื่อมั่นของตลาด แต่ "ผลกระทบที่แท้จริงต่อปัจจัยพื้นฐานมีแนวโน้มที่จะจำกัด" เจพีมอร์แกนยังคงคำแนะนำ "Overweight" สำหรับ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของมอร์แกน สแตนลีย์ที่ว่า การรีเซ็ตราคาหุ้นครั้งนี้เป็นโอกาสมากกว่าสัญญาณเตือน
เบื้องหลังพาดหัวข่าว: ทำความเข้าใจความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ในบริบทที่ใหญ่ขึ้น การพุ่งเป้าไปที่ธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ อาจทำให้เรามองไม่เห็นภาพใหญ่กว่านั้น นั่นคือ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมีความเชื่อมโยงลึกซึ้งกับระบบการเงินของจีน แต่เครื่องจักรทำกำไรของพวกเขามีความหลากหลายมากกว่าที่คิด สำหรับ HSBC ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่มีส่วนแบ่ง 11% ของกำไรก่อนหักภาษีของกลุ่มในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 แต่ 66% ของกำไรนั้นมาจากการถือหุ้นใน Bank of Communications ซึ่งเป็นบริษัทร่วม (associate) ไม่ใช่ธุรกิจเวลธ์ UBS ระบุว่ากำไรส่วนใหญ่ของ HSBC ในจีนที่ไม่ได้มาจาก BoCom มาจากกลุ่มธุรกิจ Global Banking & Markets ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีก (Retail) ยังคงขาดทุนเล็กน้อย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย้ำเตือนเราอย่างชัดเจนว่า พาดหัวข่าวด้านกฎระเบียบสามารถจุดชนวนให้หุ้นกลุ่มการเงินที่พึ่งพาเอเชียร่วงลงได้รวดเร็วเพียงใด แต่การออกมาโต้กลับของนักวิเคราะห์ในเวลาต่อมาเผยให้เห็นความจริงที่ลึกซึ้งกว่านั้น: การวางเดิมพันเชิงกลยุทธ์ในการเปิดประเทศของจีนในระยะยาวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อมีการคำนวณความเสียหายในกรณีที่เลวร้ายที่สุดออกมา ตัวเลขที่ได้ก็ไม่ได้สมเหตุสมผลกับความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นเลย
investing.com What China stimulus means for HSBC and Standard Chartered โบรกเกอร์รายนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า ทั้ง HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดต่างออกมาแถลงว่าการดำเนินงานของพวกเขาเป็นไปตามแนวทางกำกับดูแลเหล่านี้อย่างครบถ้วน ซึ่งยิ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่า ความตื่นตระหนกในทันทีนั้นเกิดจากความเข้าใจผิดขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของจีน ข้อสรุปสำคัญคือ การปราบปรามครั้งนี้เป็นเพียงการขันนอตให้ท่อส่งเงินทุนแน่นขึ้น ไม่ใช่การปิดวาล์วโดยสมบูรณ์ และธนาคารทั้งสองแห่งก็ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎระเบียบที่กำหนดไว้
ตัวเลขที่หายไป: สิ่งที่มอร์แกน สแตนลีย์ไม่ได้เปิดเผย สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความแม่นยำ รายงานของมอร์แกน สแตนลีย์กลับเงียบผิดปกติในประเด็นความเสี่ยงขาลงที่แน่ชัด บทสรุปสาธารณะของงานวิจัยชิ้นนี้ไม่มีทั้งตัวเลข worst-case ที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงของธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์แต่อย่างใด การสรุปว่าผลกระทบจะ "จำกัด" (limited) ถูกนำเสนอแบบเป็นการประเมินเชิงคุณภาพ เชิงกลยุทธ์ มากกว่าจะเป็นแบบจำลองเชิงปริมาณ
ช่องว่างนี้ถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็วโดยนักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ป ในการวิเคราะห์อีกชิ้นหนึ่ง พวกเขาได้ให้สมการทางคณิตศาสตร์ที่แม่นยำสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากสมมติว่าไม่มีการเปิดบัญชีใหม่สำหรับลูกค้าชาวจีนที่ไม่มีถิ่นพำนักเลย (non-resident Chinese) พวกเขาประเมินว่ารายได้ของ HSBC ในปี 2028 จะลดลงประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 2% ของกำไรก่อนหักภาษีของกลุ่มธุรกิจ สำหรับสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ตัวเลขความเสี่ยงยิ่งน้อยลงไปอีก โดยลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสถานการณ์ worst-case เดียวกันนั้น ตัวเลขเหล่านี้ทำให้การถูกกวาดล้างมูลค่าตลาดหลายพันล้านปอนด์กลายเป็นปฏิกิริยาที่เกินกว่าเหตุอย่างชัดเจน
ตลาดหุ้นร่วงระเนระนาด กับแนวรับที่แข็งแกร่งจากนักวิเคราะห์ การเทขายที่จุดชนวนให้เกิดรายงานวิจัยชุดนี้รุนแรงมาก มีรายงานระบุว่ามูลค่าตลาดหลายพันล้านปอนด์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเงินที่พึ่งพาเอเชียในลอนดอนถูกลบหายไป หลังจากมีข่าวว่าธนาคารต่างๆ ได้ระงับการเปิดบัญชีในฮ่องกงให้กับลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ ราคาหุ้นของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดร่วงลง 6% HSBC ลดลง 4% และพรูเด็นเชียลลดลง 6.5% ในทันทีหลังจากนั้น
แต่มอร์แกน สแตนลีย์ไม่ใช่เพียงรายเดียวที่ออกมาปกป้อง เจพีมอร์แกนก็ออกมาให้น้ำหนักเช่นกัน โดยโต้แย้งว่า แม้การบังคับใช้กฎระเบียบข้ามพรมแดนที่เข้มงวดขึ้นในกิจกรรมด้านหลักทรัพย์ ฟิวเจอร์ส และกองทุนจะกดดันความเชื่อมั่นของตลาด แต่ "ผลกระทบที่แท้จริงต่อปัจจัยพื้นฐานมีแนวโน้มที่จะจำกัด" เจพีมอร์แกนยังคงคำแนะนำ "Overweight" สำหรับ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของมอร์แกน สแตนลีย์ที่ว่า การรีเซ็ตราคาหุ้นครั้งนี้เป็นโอกาสมากกว่าสัญญาณเตือน
เบื้องหลังพาดหัวข่าว: ทำความเข้าใจความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ในบริบทที่ใหญ่ขึ้น การพุ่งเป้าไปที่ธุรกิจเวลธ์ แมเนจเมนท์ อาจทำให้เรามองไม่เห็นภาพใหญ่กว่านั้น นั่นคือ HSBC และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมีความเชื่อมโยงลึกซึ้งกับระบบการเงินของจีน แต่เครื่องจักรทำกำไรของพวกเขามีความหลากหลายมากกว่าที่คิด สำหรับ HSBC ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่มีส่วนแบ่ง 11% ของกำไรก่อนหักภาษีของกลุ่มในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 แต่ 66% ของกำไรนั้นมาจากการถือหุ้นใน Bank of Communications ซึ่งเป็นบริษัทร่วม (associate) ไม่ใช่ธุรกิจเวลธ์ UBS ระบุว่ากำไรส่วนใหญ่ของ HSBC ในจีนที่ไม่ได้มาจาก BoCom มาจากกลุ่มธุรกิจ Global Banking & Markets ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีก (Retail) ยังคงขาดทุนเล็กน้อย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย้ำเตือนเราอย่างชัดเจนว่า พาดหัวข่าวด้านกฎระเบียบสามารถจุดชนวนให้หุ้นกลุ่มการเงินที่พึ่งพาเอเชียร่วงลงได้รวดเร็วเพียงใด แต่การออกมาโต้กลับของนักวิเคราะห์ในเวลาต่อมาเผยให้เห็นความจริงที่ลึกซึ้งกว่านั้น: การวางเดิมพันเชิงกลยุทธ์ในการเปิดประเทศของจีนในระยะยาวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อมีการคำนวณความเสียหายในกรณีที่เลวร้ายที่สุดออกมา ตัวเลขที่ได้ก็ไม่ได้สมเหตุสมผลกับความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นเลย
investing.com What China stimulus means for HSBC and Standard Chartered