Microsoft ออกอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยมีรายงานว่าจำนวนช่องโหว่ที่แก้ไขสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีตัวเลขเดียวที่ทุกแหล่งรายงานตรงกัน: ยอดที่ปรากฏอยู่ระหว่าง 1,411 ถึง 1,417 รายการ สิ่งที่ชัดเจนกว่าคือลำดับเร่งด่วนสำหรับทีมดูแลระบบ—ควรรีบจัดการช่องโหว่ Windows Shell หมายเลข CVE-2026-96951 ซึ่งมีรายงานว่ากำลังถูกโจมตีอยู่
ทำไมจำนวนช่องโหว่จึงไม่ตรงกัน
Cisco Talos นับได้ 1,415 รายการ และระบุว่า Microsoft จัด 85 รายการเป็นระดับ Critical
14 ส่วน ITBrief ซึ่งอ้างข้อมูลจาก Rapid7 รายงาน 1,413 รายการ
11 BleepingComputer ระบุ 1,411 รายการ ขณะที่ SANS Internet Storm Center รายงาน 1,417 รายการ
4
1 SANS ยังนับช่องโหว่ระดับ Critical ได้ 76 รายการ โดยระบุว่า 7 รายการไม่ต้องดำเนินการใด ๆ จากลูกค้า
1
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมาเทียบกันราวกับใช้ขอบเขตการนับเดียวกัน รายงานสรุปจากแหล่งรองระบุว่า BleepingComputer นับเฉพาะช่องโหว่ที่ออกแพตช์ในวัน Patch Tuesday และไม่นับการแก้ไข 348 รายการที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านั้นในเดือนตุลาคม
8 แต่แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้อธิบายวิธีนับของแต่ละสำนักไว้อย่างครบถ้วน จึงยังสรุปไม่ได้ว่าความแตกต่างเกิดจากขอบเขตใดบ้าง
ยอดสูงสุดก่อนหน้าของเดือนกันยายนก็มีรายงานต่างกันเล็กน้อยเช่นกัน: แหล่งหนึ่งระบุ 974 รายการ อีกแหล่งระบุ 973 รายการ
10
22 หากเทียบกับตัวเลขเดือนตุลาคมราว 1,413 รายการ จะสูงขึ้นประมาณ 45% อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่มีไม่เพียงพอสำหรับตรวจสอบตัวเลขเปรียบเทียบทั้งปี 2023 สถิติสูงสุดรายปีก่อนหน้าในปี 2020 หรือยอดสะสมของปี 2026
ช่องโหว่ที่ควรเร่งจัดการ: CVE-2026-96951
CVE-2026-96951 เป็นช่องโหว่ใน Windows Shell ประเภทหลบเลี่ยงฟีเจอร์ความปลอดภัย ซึ่งมีรายงานว่าถูกโจมตีแล้ว Talos อธิบายลักษณะช่องโหว่ว่าเป็น command injection และระบุคะแนน CVSS 8.8 ส่วน CrowdStrike ระบุว่า Microsoft จัดช่องโหว่นี้ไว้ระดับ Important และยืนยันว่ามีการใช้โจมตีจริง
14
9
ช่องโหว่นี้อาจหลบเลี่ยง Mark of the Web (MOTW) ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยระบุเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือและเรียกใช้มาตรการป้องกัน เช่น Protected View หรือคำเตือนจาก SmartScreen
9 สถานะการถูกโจมตีจึงเป็นข้อมูลสำคัญ: การจัดระดับ Important ไม่ได้แปลว่าควรเลื่อนช่องโหว่นี้ไปไว้หลังช่องโหว่ที่ยังไม่มีรายงานการโจมตี เพียงเพราะช่องโหว่อื่นถูกจัดระดับ Critical มีรายงานจากผู้ติดตามช่องโหว่ภายนอกด้วยว่า CVE นี้อยู่ในบัญชี Known Exploited Vulnerabilities ของ CISA
3
สิ่งที่ทีมป้องกันควรทำ: ให้ความสำคัญกับอัปเดตที่เกี่ยวข้องกับ CVE-2026-96951 ก่อน จากนั้นประเมินช่องโหว่ที่เหลือตามระบบที่เปิดรับความเสี่ยง รวมถึงข้อมูลเรื่องการโจมตีหรือการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบและอัปเดตที่ใช้ได้จากเอกสารความปลอดภัยของ Microsoft ก่อนนำไปติดตั้ง
กลุ่มความเสี่ยงและข้อจำกัดของรายงาน
รายงานอีกชิ้นระบุว่าเอกสารชี้แจงของ Microsoft จัดช่องโหว่ 1,118 รายการไว้ใน 15 กลุ่มความเสี่ยง หรือ risk cohorts เพื่อช่วยให้ทีมประเมินช่องโหว่ที่มีบริบทความเสี่ยงใกล้เคียงกัน
17 แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้อธิบายหรือปรับให้สอดคล้องกับยอดรวม 1,411–1,417 รายการ และข้อมูลที่มีไม่ได้บอกชัดเจนว่ากลุ่มเหล่านี้เชื่อมโยงกับยอดรวมอย่างไร
รายงานที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่าการใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เป็นสาเหตุให้ยอดช่องโหว่เดือนตุลาคมสูงขึ้น และไม่มีรายละเอียดพอสำหรับประเมินข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับช่องโหว่อื่น การเปลี่ยนผ่านสถานะการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ หรือการมีแพตช์สำหรับ Windows Server แต่ละเวอร์ชัน ประเด็นเหล่านี้ควรตรวจสอบจากเอกสารเฉพาะผลิตภัณฑ์ของ Microsoft แทนการอนุมานจากยอดรวมข่าว