LG ระบุว่าทีวี webOS ไม่ได้บันทึกหรือส่งบทสนทนารอบตัวอย่างต่อเนื่อง การแปลงเสียงเป็นข้อความจะเริ่มเมื่อกดปุ่มเสียง/AI หรือเปิดใช้คำปลุกที่รองรับ โดยการตรวจหาคำปลุกทำบนตัวทีวี รายงานการทดสอบทีวี LG OLED บางเครื่องอ้างว่าพบการค้นหาอุปกรณ์ในเครือข่ายภายใน การเก็บเสียงและข้อความถอดเสียงไว้ในเครื่องขณะออฟไลน์ และการส่งข้...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did LG’s global response to the September 7 Gamers Nexus investigation claim about whether its webOS smart TVs continuously record or t. Article summary: LG’s global response says webOS TVs do not continuously record or transmit household conversations: speech-to-text starts only after the user presses the voice/AI button or enables a supported wake word, and wake-word au. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
LG ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ทีวีที่ใช้ webOS ไม่ได้บันทึกหรือส่งบทสนทนาภายในบ้านอย่างต่อเนื่อง บริษัทระบุว่าการประมวลผลแปลงเสียงเป็นข้อความจะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ใช้กดปุ่มสั่งงานด้วยเสียงหรือปุ่ม AI บนรีโมต หรือมีการตรวจพบคำปลุกที่รองรับหลังผู้ใช้เปิดใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวแล้ว
สำหรับเสียงที่ใช้ตรวจจับคำปลุก LG ระบุว่าประมวลผลอยู่บนทีวี หากไม่พบคำปลุก เสียงนั้นจะไม่ถูกแปลงเป็นข้อความ ไม่ถูกจัดเก็บ และไม่ถูกส่งออกจากอุปกรณ์ 37
อย่างไรก็ดี คำชี้แจงนี้เป็นคำอธิบายถึงพฤติกรรมที่ LG ระบุว่าระบบควรทำงาน ไม่ได้ยุติข้อขัดแย้งกับผลการทดสอบที่ Gamers Nexus และผู้ร่วมงานรายงานจากทีวี LG OLED ที่วางขายจริง ประเด็นที่ควรมองให้แม่นยำจึงไม่ใช่การสรุปว่าทีวี webOS ทุกเครื่องอัปโหลดทุกบทสนทนาในบ้าน แต่คือมีข้อพิพาทเชิงข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องและการตั้งค่าที่ถูกทดสอบ
LG ระบุว่า Automatic Content Recognition หรือ ACR, ระบบจดจำเสียง และโฆษณาตามความสนใจ เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้เลือกเปิดได้ ไม่ได้เปิดเป็นค่าเริ่มต้น และสามารถจัดการหรือถอนความยินยอมได้ผ่านการตั้งค่าทีวี 47
ในส่วน ACR นั้น LG อธิบายว่า ระบบใช้ตัวประมวลผลเสียงภายในทีวีเพื่อสร้าง “ลายนิ้วมือ” ของคอนเทนต์ ไม่ได้เก็บภาพหน้าจอ บันทึกวิดีโอ หรือบันทึกเสียงพูดของผู้ใช้ นอกจากนี้ LG ยังระบุว่าผลการจดจำเสียงผูกกับการสั่งงานด้วยเสียงแต่ละครั้ง และจะไม่ถูกอัปโหลดในภายหลังเมื่อทีวีกลับมาออนไลน์หลังจากออฟไลน์ 47
แต่นโยบายความเป็นส่วนตัวของ LG ระบุด้วยว่า หากได้รับความยินยอม ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกนำไปสร้างโปรไฟล์การตลาดและใช้แสดงโฆษณาเฉพาะบุคคล ทั้งบนบริการของ LG และเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม 46 นั่นหมายความว่า ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวไม่ได้มีเพียงเรื่องไมโครโฟน ข้อมูลการรับชมและข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ก็มีมูลค่าสำหรับการวัดผลและการโฆษณาเช่นกัน
รายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กันยายน ระบุว่าการทดสอบทีวี LG OLED ที่จำหน่ายปลีกพบการค้นหาอุปกรณ์ในเครือข่ายภายในบ้าน เช่น การระบุอุปกรณ์และข้อมูล Wi‑Fi ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าไมโครโฟนอาจรับเสียงได้ขณะหน้าจอดูเหมือนปิดอยู่ มีการเก็บเสียงไว้ในเครื่องระหว่างออฟไลน์ มีบันทึกเสียงแบบข้อความธรรมดา และมีการส่งข้อมูลหลังการเชื่อมต่อกลับมา 7
8
รายงานฉบับหนึ่งประเมินว่าทีวีเครื่องที่ทดสอบส่งทราฟฟิกซึ่งถูกระบุว่าเป็นข้อมูล ACR ราว 4 GB ต่อเดือน ตัวเลขนี้เป็นการวัดของผู้ตรวจสอบ ไม่ใช่ตัวเลขที่ LG ยืนยันว่าเป็นปริมาณทั่วไปสำหรับทีวีหรือผู้ใช้ทุกคน และไม่ใช่การใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดของทีวี 11
ข้อกล่าวหาเหล่านี้สำคัญเพราะเฉพาะเจาะจงกว่าคำถามกว้าง ๆ ว่า “ทีวีฟังอยู่ตลอดเวลาหรือไม่” หากทำซ้ำแล้วได้ผลเหมือนเดิม ก็อาจสะท้อนช่องว่างระหว่างความเข้าใจของผู้บริโภคเกี่ยวกับฟีเจอร์เสียงกับเส้นทางข้อมูลที่อุปกรณ์ส่งออกจริง แต่รายงานดังกล่าวครอบคลุมการตั้งค่าและเครื่องที่ทดสอบเท่านั้น จึงไม่ควรเหมารวมไปยังทุกรุ่น ทุกประเทศ ทุกเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ หรือทุกชุดการตั้งค่า หากยังไม่มีการทดสอบยืนยันอย่างอิสระ
LG ระบุว่าเสียงที่ไม่ตรงกับคำปลุกจะไม่ถูกเก็บหรือส่งออก และข้อมูลเกี่ยวกับเสียงจะเกิดจากการสั่งงานด้วยเสียงเป็นครั้ง ๆ 37 ขณะที่รายงานการตรวจสอบระบุว่าพบบันทึกข้อความที่ได้จากเสียง และมีเสียงถูกเก็บไว้ในเครื่องระหว่างการทดสอบ รวมถึงในช่วงที่ทีวีออฟไลน์
7
8
ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่มีการชี้ขาดทางเทคนิคอย่างอิสระ แยกตามรุ่นและเฟิร์มแวร์ ว่าฝ่ายใดถูกต้องในจุดที่ขัดแย้งกันนี้ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการเลี่ยงสวิตช์ปิดไมโครโฟน การรับเสียงจากระยะไกล หรือเส้นทางเสียงผ่าน SDK เฉพาะ ล้วนต้องอาศัยหลักฐานที่ทำซ้ำได้ และคำตอบเชิงเทคนิคจาก LG ซึ่งระบุรุ่น เฟิร์มแวร์ และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง จึงควรมองข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นประเด็นที่ยังไม่ยุติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
การให้ผู้ใช้เลือกเปิดฟีเจอร์ช่วยลดการเก็บข้อมูลได้ แต่ไม่ได้ตอบคำถามว่าตัวเลือกเหล่านั้นชัดเจน แยกจากกัน และใช้งานได้จริงเพียงใด โดยเฉพาะทีวีซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันในบ้าน เจ้าของเครื่องอาจยอมรับข้อตกลงระหว่างตั้งค่า แต่สมาชิกคนอื่นหรือแขกอาจไม่ทราบว่าได้เปิดฟีเจอร์เสียง การจดจำคอนเทนต์ หรือโฆษณาไว้
ACR ควรถูกพิจารณาแยกจากประเด็นไมโครโฟน LG ระบุว่า ACR ใช้การทำลายนิ้วมือจากเสียงเพื่อระบุคอนเทนต์ และปิดได้ 47 แม้ ACR จะไม่ได้บันทึกบทสนทนาของคนในบ้านตามคำอธิบายของ LG แต่ยังสามารถสร้างภาพรวมละเอียดว่าครัวเรือนรับชมอะไร และรองรับการใช้งานด้านโฆษณาได้ นโยบายของ LG ยังกล่าวถึงการทำโปรไฟล์ตามความยินยอมและโฆษณาเฉพาะบุคคลจาก LG หรือบุคคลที่สาม
46
หากให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลให้น้อยที่สุด ควรตรวจทุกเมนูด้านความเป็นส่วนตัวและโฆษณา แทนการพึ่งสวิตช์เพียงตัวเดียว
LG ปฏิเสธว่าทีวี webOS บันทึกหรือส่งบทสนทนารอบตัวอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าการตรวจจับคำปลุกทำในเครื่อง เว้นแต่ผู้ใช้จะเปิดใช้ฟังก์ชันเสียงโดยตั้งใจ 37
แต่สิ่งที่รายงานการทดสอบอ้างว่าพบในทีวีบางเครื่อง—การจัดการเสียง บันทึกข้อมูลในเครื่อง การค้นหาอุปกรณ์บนเครือข่าย และทราฟฟิกที่เกี่ยวข้องกับ ACR—ยังเป็นคำถามสำคัญที่ต้องการคำตอบแบบตรวจสอบได้ 7
11
ทางออกที่เป็นประโยชน์ที่สุดคือการทดสอบที่โปร่งใสและทำซ้ำได้: LG ควรตอบต่อเส้นทางข้อมูลที่ถูกรายงานอย่างเฉพาะเจาะจงตามรุ่นและเฟิร์มแวร์ ขณะที่นักวิจัยอิสระควรตรวจสอบว่าผลดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำภายใต้การตั้งค่าที่บันทึกไว้อย่างชัดเจนหรือไม่ ระหว่างนั้น ผู้ใช้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้การสั่งงานด้วยเสียง ACR หรือโฆษณาเฉพาะบุคคล ก็มีทางเลือกตรงไปตรงมาในการลดความเสี่ยงด้านข้อมูล: ปล่อยฟีเจอร์ทางเลือกเหล่านี้ไว้ในสถานะปิด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
LG ระบุว่าทีวี webOS ไม่ได้บันทึกหรือส่งบทสนทนารอบตัวอย่างต่อเนื่อง การแปลงเสียงเป็นข้อความจะเริ่มเมื่อกดปุ่มเสียง/AI หรือเปิดใช้คำปลุกที่รองรับ โดยการตรวจหาคำปลุกทำบนตัวทีวี
LG ระบุว่าทีวี webOS ไม่ได้บันทึกหรือส่งบทสนทนารอบตัวอย่างต่อเนื่อง การแปลงเสียงเป็นข้อความจะเริ่มเมื่อกดปุ่มเสียง/AI หรือเปิดใช้คำปลุกที่รองรับ โดยการตรวจหาคำปลุกทำบนตัวทีวี รายงานการทดสอบทีวี LG OLED บางเครื่องอ้างว่าพบการค้นหาอุปกรณ์ในเครือข่ายภายใน การเก็บเสียงและข้อความถอดเสียงไว้ในเครื่องขณะออฟไลน์ และการส่งข้อมูลหลังกลับมาเชื่อมต่อ จึงยังควรมีการทดสอบยืนยันโดยอิสระ
แม้ ACR การสั่งงานด้วยเสียง และโฆษณาตามความสนใจจะเป็นฟีเจอร์ที่ LG ระบุว่าเลือกเปิดได้ ผู้ใช้ที่ต้องการลดการเก็บข้อมูลควรตรวจสอบและปิดแต่ละตัวเลือกแยกกัน