คิม จองอึนสั่งเสริมกำลังหน่วยแนวหน้าและเปลี่ยนพรมแดนกับเกาหลีใต้ให้เป็น “ป้อมปราการที่ไม่มีวันทะลวงได้” เพื่อเพิ่มการยับยั้งสงครามและยกระดับกองทัพ การประชุมผู้บัญชาการระดับกองพลและกองพลน้อยจากทั่วกองทัพถือเป็นสัญญาณว่าการปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้จะเกิดขึ้นทั้งกองทัพ ไม่ใช่เฉพาะแนวชายแดน ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจากเกาหล...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Kim Jong Un order regarding North Korea’s border with South Korea, why is the recent meeting of military commanders considered sign. Article summary: Kim ordered the military to reinforce frontline units along the border with South Korea and turn the area into an “impregnable fortress,” framing it as part of stronger war deterrence against Seoul. The commanders’ meeti. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "North Korean leader Kim Jong-un has urged military leadership to strengthen frontline units and transform the southern border into an" source context "Kim Jong-un orders stronger North Korea frontline defense - The Copenhagen Post" Reference image 2: visual subject "North Korean leader Kim Jong-un has urged
คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้สั่งให้กองทัพเสริมกำลังหน่วยทหารตามแนวพรมแดนติดกับเกาหลีใต้ และเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้เป็น “ป้อมปราการที่ไม่มีวันทะลวงได้” (impregnable fortress) ตามรายงานของสื่อรัฐเกาหลีเหนือ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมระดับสูงกับผู้บัญชาการกองทัพ และสะท้อนทั้งความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงความพยายามยกระดับกองกำลังแบบดั้งเดิมของเกาหลีเหนือให้ทันสมัยขึ้น
ในการประชุมดังกล่าว คิม จองอึนได้สั่งให้กองทัพ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน่วยทหารแนวหน้า ที่ประจำการตามพรมแดนด้านใต้ รวมถึงหน่วยสำคัญอื่น ๆ ของกองทัพ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการยับยั้งสงครามกับเกาหลีใต้
จุดสำคัญอยู่ที่หน่วยทหารซึ่งเฝ้าระวังตามแนว เส้นแบ่งเขตทหาร (Military Demarcation Line – MDL) ภายในเขตปลอดทหารหรือ DMZ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งพรมแดนโดยพฤตินัยระหว่างสองเกาหลี การเสริมกำลังในพื้นที่นี้ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการ “ยับยั้งสงครามให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ตามคำกล่าวของคิม
อีกประเด็นที่นักวิเคราะห์จับตาคือ องค์ประกอบของผู้เข้าร่วมประชุม คิมได้เรียกผู้บัญชาการระดับกองพลและกองพลน้อยจากทั่วทั้งกองทัพเข้าร่วม ไม่ใช่เฉพาะผู้บัญชาการที่ดูแลแนว DMZ เท่านั้น
สิ่งนี้มีนัยสำคัญสองด้าน
รายงานยังระบุว่าคิมเรียกร้องให้ ปรับระบบการฝึกทหารและเพิ่มการฝึกภาคสนามจริง เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบสงครามยุคใหม่
การเน้นปรับการฝึกและการยกระดับหน่วยแนวหน้าสะท้อนบทเรียนจากสงครามสมัยใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีได้เปลี่ยนรูปแบบสนามรบอย่างมาก
ปัจจุบันกองทัพทั่วโลกต้องเผชิญกับปัจจัยสำคัญ เช่น
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ฐานทัพหรือแนวป้องกันแบบคงที่ มีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการถูกตรวจจับและโจมตี ดังนั้นการปรับการฝึก เพิ่มความคล่องตัว และพัฒนาอาวุธใหม่จึงเป็นวิธีที่กองทัพใช้ปรับตัว
ก่อนหน้านี้คิมยังได้ตรวจการผลิต ปืนใหญ่อัตตาจรพิสัยไกลรุ่นใหม่ ซึ่งมีระยะยิงมากกว่า 60 กิโลเมตร และสามารถโจมตีพื้นที่กรุงโซลได้ หากถูกนำไปประจำการตามแนวชายแดน
คำสั่งล่าสุดยังสอดคล้องกับหลักฐานที่ปรากฏในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ว่าเกาหลีเหนือกำลังขยายโครงสร้างป้องกันตามแนวพรมแดนอย่างจริงจัง
ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้และการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า
การก่อสร้างกลับมาอีกครั้ง: กองทัพเกาหลีใต้รายงานว่าเกาหลีเหนือกลับมาเดินหน้าก่อสร้างแนวป้องกันตามพรมแดนหลังหยุดช่วงฤดูหนาว โดยมีทั้งการติดตั้งรั้วและปลูกทุ่นระเบิดตามแนว MDL
กำแพงกันรถถัง: สมาชิกสภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้เปิดเผยว่าภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลข่าวกรองพบ สิ่งกีดขวางกันรถถังยาวประมาณ 10 กิโลเมตร สร้างเป็นหลายกลุ่มภายในเขต DMZ
แนวป้องกันขนาดใหญ่: การวิเคราะห์ดาวเทียมยังพบว่าเกาหลีเหนือได้ เสริมแนวป้องกันแล้วประมาณ 74% ของแนวพรมแดนใน DMZ ซึ่งบ่งชี้ถึงโครงการเสริมกำลังขนาดใหญ่และต่อเนื่อง
โครงสร้างเหล่านี้รวมถึงรั้ว ทุ่นระเบิด สิ่งกีดขวาง และแนวป้องกันอื่น ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อชะลอหรือหยุดการรุกภาคพื้นดินของฝ่ายตรงข้าม
แม้จะมีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับการเสริมกำลังตามพรมแดนทางบก แต่ หลักฐานเกี่ยวกับการสร้างแนวป้องกันทางทะเลยังมีจำกัด
นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ถึงการพัฒนาเรือรบและขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของเกาหลีเหนือว่าเป็นสัญญาณของการเสริมกำลังโดยรวม อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่เท่ากับการสร้างสิ่งกีดขวางทางกายภาพในทะเลเหมือนที่เห็นตามแนว DMZ
คำสั่งของคิมสะท้อนยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานหลายองค์ประกอบเข้าด้วยกัน
เมื่อรวมกันแล้ว แนวทางนี้ชี้ว่าเกาหลีเหนือกำลังเตรียมกองกำลังสำหรับสนามรบที่ซับซ้อนขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้แนวพรมแดนระหว่างสองเกาหลี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการทหารหนาแน่นที่สุดในโลก ยิ่งมีความแข็งแกร่งและตึงเครียดมากขึ้นกว่าเดิม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
คิม จองอึนสั่งเสริมกำลังหน่วยแนวหน้าและเปลี่ยนพรมแดนกับเกาหลีใต้ให้เป็น “ป้อมปราการที่ไม่มีวันทะลวงได้” เพื่อเพิ่มการยับยั้งสงครามและยกระดับกองทัพ
คิม จองอึนสั่งเสริมกำลังหน่วยแนวหน้าและเปลี่ยนพรมแดนกับเกาหลีใต้ให้เป็น “ป้อมปราการที่ไม่มีวันทะลวงได้” เพื่อเพิ่มการยับยั้งสงครามและยกระดับกองทัพ การประชุมผู้บัญชาการระดับกองพลและกองพลน้อยจากทั่วกองทัพถือเป็นสัญญาณว่าการปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้จะเกิดขึ้นทั้งกองทัพ ไม่ใช่เฉพาะแนวชายแดน
ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจากเกาหลีใต้ชี้ว่าเกาหลีเหนือกำลังสร้างสิ่งกีดขวาง ปลูกทุ่นระเบิด และเสริมแนวป้องกันตลอดแนวเขตปลอดทหาร (DMZ)