Bruckheimer ไม่ได้บอกว่า Depp ตกลงกลับมารับบทแล้ว ก่อนหน้านี้ รายงานของ People ระบุว่าการตัดสินใจของนักแสดงอาจขึ้นอยู่กับว่าเขาชอบแนวทางการเขียนบทหรือไม่ ขณะที่ Bruckheimerย้ำว่าโปรเจกต์ยังต้องการบทภาพยนตร์ที่ลงตัว
ดังนั้น “บท” จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้ จนกว่า Disney กับ Depp จะบรรลุข้อตกลง และทีมงานจะพัฒนาบทจนพร้อม โปรเจกต์ก็ยังถือว่าอยู่ในขั้นพัฒนา ไม่ใช่การผลิตที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
หนัง Pirates of the Caribbean ภาคต่อไปอาจไม่ได้เป็นเพียงการผจญภัยครั้งใหม่ของแจ็ก สแปร์โรว์ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ Deadline อ้างถึง เรื่องราวมีแนวโน้มจะโฟกัสที่ตัวละครของ Margot Robbie โดยให้สแปร์โรว์ปรากฏตัวในบทสมทบ
แนวทางนี้จะเปิดโอกาสให้ Disney รักษาตัวละครที่ผู้ชมทั่วโลกรู้จักดีที่สุดของแฟรนไชส์เอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ Depp เป็นศูนย์กลางของภาพยนตร์ภาคที่ 6 ทั้งเรื่อง รายงานอื่น ๆ ก็ระบุในทำนองเดียวกันว่า Robbie อาจรับบทนำ ขณะที่ Depp อาจมีสถานะเป็นตัวละครสมทบหรือเป็นตัวแทนจากยุคเดิมของแฟรนไชส์ อย่างไรก็ตาม Disney ยังไม่ได้ประกาศโครงสร้างดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
หากเป็นไปตามรายงาน หนังเรื่องนี้จะมีลักษณะเหมือนการเปิดศักราชใหม่มากกว่าภาคต่อที่ยึดแจ็ก สแปร์โรว์เป็นตัวเอกเพียงคนเดียว Robbie อาจเป็นผู้พาเรื่องราวไปข้างหน้า ขณะที่การกลับมาของ Depp จะช่วยเชื่อมโยงหนังเรื่องใหม่เข้ากับภาพยนตร์ 5 ภาคก่อนหน้า
Jeff Nathanson ถูกระบุในรายงานก่อนหน้านี้ว่าเป็นผู้เขียนบทรีบูตของโปรเจกต์นี้ เขาเคยเขียนบท Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales ซึ่งเป็นภาพยนตร์ภาคที่ 5 และ Bruckheimer เคยกล่าวชื่นชมผลงานของเขาในโปรเจกต์รีบูต
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการพัฒนาบทของหนังภาค 6 ไม่ได้มีเพียงเวอร์ชันเดียว แฟรนไชส์เคยผ่านการพัฒนาหลายแนวทางและมีนักเขียนหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยรายงานก่อนหน้านี้ยังเชื่อมโยงนักเขียนคนอื่นกับบทภาพยนตร์ที่เคยเสนอสำหรับภาคใหม่นี้ด้วย
ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้คือ Nathanson เป็นนักเขียนที่เชื่อมโยงกับรายงานเกี่ยวกับบทรีบูตฉบับปัจจุบันมากที่สุด แต่บทภาพยนตร์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และรายชื่อผู้เขียนที่ได้รับเครดิตอย่างเป็นทางการอาจเปลี่ยนแปลงได้
หาก Depp กลับมารับบทแจ็ก สแปร์โรว์จริง นี่จะเป็นบทบาทจากสตูดิโอกระแสหลักที่มีความโดดเด่นอย่างมากสำหรับเขา เพราะตัวละครนี้ถือเป็นบทแฟรนไชส์ที่สร้างชื่อและรายได้ให้กับนักแสดงมากที่สุด การกลับมาจึงอาจมีความหมายมากกว่าการปรากฏตัวสั้น ๆ เพราะจะทำให้เขากลับมาเชื่อมโยงกับหนึ่งในทรัพย์สินบันเทิงระดับโลกของ Disney อีกครั้ง
แต่ยังเร็วเกินไปที่จะเรียกการอัปเดตจาก D23 ว่าเป็น “การกลับมาครั้งใหญ่ของ Depp ในฮอลลีวูด” ข้อมูลที่มีอยู่ยืนยันเพียงว่ามีการพูดคุยกัน ยังไม่มีข้อตกลง และการมีส่วนร่วมของเขายังขึ้นอยู่กับบทภาพยนตร์และการเจรจา
หาก Depp กลับมาในบทสมทบ ข้อตกลงนี้ก็อาจสะท้อนกลยุทธ์การกลับมาทำงานที่จำกัดขอบเขตมากขึ้น เขาจะได้ประโยชน์จากการปรากฏตัวในแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันหนังก็สามารถสร้างตัวละครศูนย์กลางคนใหม่ได้
สำหรับ Disney แนวทางที่ถูกรายงานออกมาคือการพยายามรักษาความคุ้นเคยไปพร้อมกับการปรับโฉมใหม่ แจ็ก สแปร์โรว์ยังคงเป็นภาพจำที่แข็งแรงที่สุดของซีรีส์ ขณะที่เรื่องราวที่มี Robbie เป็นแกนนำอาจช่วยให้สตูดิโอสร้างทิศทางใหม่และขยายขอบเขตของแฟรนไชส์
เหตุผลด้านธุรกิจก็ชัดเจน แฟรนไชส์ภาพยนตร์ทั้ง 5 ภาคทำรายได้ทั่วโลกราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานที่อ้างอิงตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศ ประวัติความสำเร็จนี้ทำให้ Disney มีแรงจูงใจที่จะรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะมีการสร้างภาคใหม่แน่นอน หรือภาคต่อจะประสบความสำเร็จเทียบเท่าภาคก่อน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “Depp จะกลับมาหรือไม่” แต่คือ Disney จะใช้มรดกของแจ็ก สแปร์โรว์เพื่อส่งต่อเรื่องราวได้อย่างไร โดยไม่ทำให้หนังเรื่องใหม่กลายเป็นการวนซ้ำสูตรเดิม
Bruckheimer ยืนยันว่าทีมงานกำลังพูดคุยกับ Johnny Depp และพัฒนาบทภาพยนตร์สำหรับ Pirates of the Caribbean 6 รายงานที่มีน้ำหนักที่สุดชี้ว่า Margot Robbie อาจเป็นผู้นำคนใหม่ของแฟรนไชส์ ขณะที่ Depp อาจกลับมาในบทแจ็ก สแปร์โรว์ในฐานะตัวละครสมทบ ส่วน Jeff Nathanson คือผู้เขียนบทที่เชื่อมโยงกับโปรเจกต์รีบูตฉบับปัจจุบันมากที่สุด
แต่ในตอนนี้ ทุกองค์ประกอบสำคัญยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ทั้งข้อตกลงของ Depp บทบาทของ Robbie บทภาพยนตร์ ชื่อเรื่อง และกำหนดฉาย โปรเจกต์กำลังเดินหน้าในขั้นพัฒนา แต่ Disney ยังไม่ได้ยืนยันอนาคตของ Pirates of the Caribbean ในแบบที่แฟน ๆ กำลังรอคอย
Bruckheimer ไม่ได้บอกว่า Depp ตกลงกลับมารับบทแล้ว ก่อนหน้านี้ รายงานของ People ระบุว่าการตัดสินใจของนักแสดงอาจขึ้นอยู่กับว่าเขาชอบแนวทางการเขียนบทหรือไม่ ขณะที่ Bruckheimerย้ำว่าโปรเจกต์ยังต้องการบทภาพยนตร์ที่ลงตัว
ดังนั้น “บท” จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้ จนกว่า Disney กับ Depp จะบรรลุข้อตกลง และทีมงานจะพัฒนาบทจนพร้อม โปรเจกต์ก็ยังถือว่าอยู่ในขั้นพัฒนา ไม่ใช่การผลิตที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
หนัง Pirates of the Caribbean ภาคต่อไปอาจไม่ได้เป็นเพียงการผจญภัยครั้งใหม่ของแจ็ก สแปร์โรว์ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ Deadline อ้างถึง เรื่องราวมีแนวโน้มจะโฟกัสที่ตัวละครของ Margot Robbie โดยให้สแปร์โรว์ปรากฏตัวในบทสมทบ
แนวทางนี้จะเปิดโอกาสให้ Disney รักษาตัวละครที่ผู้ชมทั่วโลกรู้จักดีที่สุดของแฟรนไชส์เอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ Depp เป็นศูนย์กลางของภาพยนตร์ภาคที่ 6 ทั้งเรื่อง รายงานอื่น ๆ ก็ระบุในทำนองเดียวกันว่า Robbie อาจรับบทนำ ขณะที่ Depp อาจมีสถานะเป็นตัวละครสมทบหรือเป็นตัวแทนจากยุคเดิมของแฟรนไชส์ อย่างไรก็ตาม Disney ยังไม่ได้ประกาศโครงสร้างดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
หากเป็นไปตามรายงาน หนังเรื่องนี้จะมีลักษณะเหมือนการเปิดศักราชใหม่มากกว่าภาคต่อที่ยึดแจ็ก สแปร์โรว์เป็นตัวเอกเพียงคนเดียว Robbie อาจเป็นผู้พาเรื่องราวไปข้างหน้า ขณะที่การกลับมาของ Depp จะช่วยเชื่อมโยงหนังเรื่องใหม่เข้ากับภาพยนตร์ 5 ภาคก่อนหน้า
Jeff Nathanson ถูกระบุในรายงานก่อนหน้านี้ว่าเป็นผู้เขียนบทรีบูตของโปรเจกต์นี้ เขาเคยเขียนบท Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales ซึ่งเป็นภาพยนตร์ภาคที่ 5 และ Bruckheimer เคยกล่าวชื่นชมผลงานของเขาในโปรเจกต์รีบูต
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการพัฒนาบทของหนังภาค 6 ไม่ได้มีเพียงเวอร์ชันเดียว แฟรนไชส์เคยผ่านการพัฒนาหลายแนวทางและมีนักเขียนหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยรายงานก่อนหน้านี้ยังเชื่อมโยงนักเขียนคนอื่นกับบทภาพยนตร์ที่เคยเสนอสำหรับภาคใหม่นี้ด้วย
ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้คือ Nathanson เป็นนักเขียนที่เชื่อมโยงกับรายงานเกี่ยวกับบทรีบูตฉบับปัจจุบันมากที่สุด แต่บทภาพยนตร์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และรายชื่อผู้เขียนที่ได้รับเครดิตอย่างเป็นทางการอาจเปลี่ยนแปลงได้
หาก Depp กลับมารับบทแจ็ก สแปร์โรว์จริง นี่จะเป็นบทบาทจากสตูดิโอกระแสหลักที่มีความโดดเด่นอย่างมากสำหรับเขา เพราะตัวละครนี้ถือเป็นบทแฟรนไชส์ที่สร้างชื่อและรายได้ให้กับนักแสดงมากที่สุด การกลับมาจึงอาจมีความหมายมากกว่าการปรากฏตัวสั้น ๆ เพราะจะทำให้เขากลับมาเชื่อมโยงกับหนึ่งในทรัพย์สินบันเทิงระดับโลกของ Disney อีกครั้ง
แต่ยังเร็วเกินไปที่จะเรียกการอัปเดตจาก D23 ว่าเป็น “การกลับมาครั้งใหญ่ของ Depp ในฮอลลีวูด” ข้อมูลที่มีอยู่ยืนยันเพียงว่ามีการพูดคุยกัน ยังไม่มีข้อตกลง และการมีส่วนร่วมของเขายังขึ้นอยู่กับบทภาพยนตร์และการเจรจา
หาก Depp กลับมาในบทสมทบ ข้อตกลงนี้ก็อาจสะท้อนกลยุทธ์การกลับมาทำงานที่จำกัดขอบเขตมากขึ้น เขาจะได้ประโยชน์จากการปรากฏตัวในแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันหนังก็สามารถสร้างตัวละครศูนย์กลางคนใหม่ได้
สำหรับ Disney แนวทางที่ถูกรายงานออกมาคือการพยายามรักษาความคุ้นเคยไปพร้อมกับการปรับโฉมใหม่ แจ็ก สแปร์โรว์ยังคงเป็นภาพจำที่แข็งแรงที่สุดของซีรีส์ ขณะที่เรื่องราวที่มี Robbie เป็นแกนนำอาจช่วยให้สตูดิโอสร้างทิศทางใหม่และขยายขอบเขตของแฟรนไชส์
เหตุผลด้านธุรกิจก็ชัดเจน แฟรนไชส์ภาพยนตร์ทั้ง 5 ภาคทำรายได้ทั่วโลกราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานที่อ้างอิงตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศ ประวัติความสำเร็จนี้ทำให้ Disney มีแรงจูงใจที่จะรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะมีการสร้างภาคใหม่แน่นอน หรือภาคต่อจะประสบความสำเร็จเทียบเท่าภาคก่อน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “Depp จะกลับมาหรือไม่” แต่คือ Disney จะใช้มรดกของแจ็ก สแปร์โรว์เพื่อส่งต่อเรื่องราวได้อย่างไร โดยไม่ทำให้หนังเรื่องใหม่กลายเป็นการวนซ้ำสูตรเดิม
Bruckheimer ยืนยันว่าทีมงานกำลังพูดคุยกับ Johnny Depp และพัฒนาบทภาพยนตร์สำหรับ Pirates of the Caribbean 6 รายงานที่มีน้ำหนักที่สุดชี้ว่า Margot Robbie อาจเป็นผู้นำคนใหม่ของแฟรนไชส์ ขณะที่ Depp อาจกลับมาในบทแจ็ก สแปร์โรว์ในฐานะตัวละครสมทบ ส่วน Jeff Nathanson คือผู้เขียนบทที่เชื่อมโยงกับโปรเจกต์รีบูตฉบับปัจจุบันมากที่สุด
แต่ในตอนนี้ ทุกองค์ประกอบสำคัญยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ทั้งข้อตกลงของ Depp บทบาทของ Robbie บทภาพยนตร์ ชื่อเรื่อง และกำหนดฉาย โปรเจกต์กำลังเดินหน้าในขั้นพัฒนา แต่ Disney ยังไม่ได้ยืนยันอนาคตของ Pirates of the Caribbean ในแบบที่แฟน ๆ กำลังรอคอย