คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Jensen Huang กล่าวว่าถ้าเขารู้ล่วงหน้าว่าการสร้าง Nvidia ต้องเผชิญความกดดัน ความอับอาย และวิกฤตมากมาย เขาคงไม่เริ่มบริษัท เพราะมันยากกว่าที่คิด “เป็นล้านเท่า”[21] ในยุคแรก Nvidia เกือบล้มละลาย มีเงินเหลือพออยู่ได้ราว 30 วัน และรอดมาได้จากการเจรจาเปลี่ยนสัญญาชิปกับ Sega ให้กลายเป็นเงินลงทุนประมาณ 5 ล้านดอลลาร์[47][48] คำพูดนี้ยิ่งน่าสนใจเพราะปัจจุบัน Nvidia กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก จากความต้องการชิป AI ที่ผลักดันมูลค่าบริษัททะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์[32] What did Jensen Huang say about whether he would start Nvidia again, why does he believe most founders are “being dishonest” about doing it Jensen Huang has said building Nvidia was far more painful than most people realize, despite the company’s eventual dominance in AI chips. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Jensen Huang say about whether he would start Nvidia again, why does he believe most founders are “being dishonest” about doing it. Article summary: Jensen Huang said he would not start Nvidia again if he knew in advance how painful the journey would be, because the company’s rise involved humiliation, sacrifice, and repeated brushes with collapse.[3][4] His point ab. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A man wearing glasses and a black leather jacket stands on stage at NVIDIA GTC, with server racks or AI hardware in the background, highlighting the announcement of advanced visual" Reference image 2: visual subject "Jensen Huang, wearing glasses and a black leather jacket, is speaking while holding an advanced NV
openai.com Jensen Huang ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Nvidia คือหนึ่งในผู้นำเทคโนโลยีที่สร้างบริษัททรงอิทธิพลที่สุดในโลก แต่สิ่งที่หลายคนแปลกใจคือคำตอบของเขาเมื่อถูกถามว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะก่อตั้ง Nvidia อีกครั้งหรือไม่
คำตอบของเขาคือ ไม่
ไม่ใช่เพราะเขาเสียใจกับผลลัพธ์ แต่เพราะเส้นทางนั้นยากเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่จะจินตนาการได้
คำตอบตรงไปตรงมา: “ผมคงไม่ทำอีก”
Huang เคยเล่าว่าการสร้าง Nvidia นั้นยากกว่าที่เขาคิดไว้มาก เขาบอกว่าหากเขานำความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่มีในวันนี้ย้อนกลับไปตอนเริ่มต้น เขาไม่น่าจะตัดสินใจเริ่มบริษัทอีกครั้ง
เขาอธิบายว่าการสร้างบริษัทเทคโนโลยีตั้งแต่ศูนย์นั้น “ยากกว่าที่คาดไว้เป็นล้านเท่า” และหากผู้คนรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวด ความเปราะบาง ความอับอาย และวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่า “คงไม่มีคนที่มีสติคนไหนอยากทำมัน”
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ทำไม Jensen Huang บอกว่า ถ้าย้อนเวลาได้ เขาจะไม่เริ่ม Nvidia อีกครั้ง" คืออะไร Jensen Huang กล่าวว่าถ้าเขารู้ล่วงหน้าว่าการสร้าง Nvidia ต้องเผชิญความกดดัน ความอับอาย และวิกฤตมากมาย เขาคงไม่เริ่มบริษัท เพราะมันยากกว่าที่คิด “เป็นล้านเท่า”[21]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Jensen Huang กล่าวว่าถ้าเขารู้ล่วงหน้าว่าการสร้าง Nvidia ต้องเผชิญความกดดัน ความอับอาย และวิกฤตมากมาย เขาคงไม่เริ่มบริษัท เพราะมันยากกว่าที่คิด “เป็นล้านเท่า”[21] ในยุคแรก Nvidia เกือบล้มละลาย มีเงินเหลือพออยู่ได้ราว 30 วัน และรอดมาได้จากการเจรจาเปลี่ยนสัญญาชิปกับ Sega ให้กลายเป็นเงินลงทุนประมาณ 5 ล้านดอลลาร์[47][48]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? คำพูดนี้ยิ่งน่าสนใจเพราะปัจจุบัน Nvidia กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก จากความต้องการชิป AI ที่ผลักดันมูลค่าบริษัททะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์[32]
ในมุมมองของเขา ความไม่รู้ว่ามันจะยากแค่ไหน อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการกล้าเริ่มต้นตั้งแต่แรก
ทำไมเขาถึงบอกว่าผู้ก่อตั้งหลายคน “ไม่ซื่อสัตย์กับความจริง” Huang เชื่อว่าหลังจากบริษัทประสบความสำเร็จ ผู้ก่อตั้งจำนวนมากมักเล่าเรื่องการเดินทางในเชิงโรแมนติกมากเกินไป
เมื่อถูกถามว่า หากมีโอกาสจะทำมันอีกครั้งไหม หลายคนตอบว่า “ทำแน่นอน”
แต่เขามองว่าคำตอบนั้นอาจไม่สะท้อนความจริงทั้งหมด เพราะชีวิตของผู้ก่อตั้งเต็มไปด้วย
ความกลัวว่าจะล้มเหลว
การถูกวิจารณ์ต่อหน้าสาธารณะ
ความกดดันจากพนักงาน นักลงทุน และลูกค้า
Huang เคยบอกว่าในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของ Nvidia วิธีเดียวที่จะเดินหน้าต่อได้คือ “ลืมเมื่อวานไป แล้วโฟกัสที่วันพรุ่งนี้”
แนวคิดนี้ช่วยให้เขาฝ่าช่วงวิกฤตมาได้ แต่ก็ทำให้ความเจ็บปวดในอดีตค่อย ๆ จางหายไป จนหลายคนมองย้อนกลับมาแล้วรู้สึกว่ามันไม่เลวร้ายเท่าที่เคยเป็น
ช่วงเริ่มต้นของ Nvidia เต็มไปด้วยวิกฤต ทุกวันนี้ Nvidia เป็นศูนย์กลางของโครงสร้างพื้นฐาน AI ของโลก แต่ในช่วงทศวรรษ 1990 บริษัทเคยอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางมาก
หลายเหตุการณ์เกือบทำให้บริษัทล้มละลายก่อนจะมีโอกาสเติบโต
ชิปตัวแรกที่เดินมาผิดทาง หนึ่งในผลิตภัณฑ์ยุคแรกของ Nvidia คือชิปกราฟิกชื่อ NV1 ซึ่งใช้แนวทางเทคนิคที่ภายหลังกลายเป็นทางตัน
สถาปัตยกรรมของมันไม่สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม เช่น DirectX ของ Microsoft ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาทางเทคโนโลยีและการแข่งขันอย่างหนัก
เงินสดกำลังจะหมด กลางทศวรรษ 1990 สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ Nvidia มีเงินสดเหลือพอใช้เพียงประมาณ 30 วัน เท่านั้น
ความหวังของบริษัทในตอนนั้นคือสัญญากับบริษัทเกมญี่ปุ่น Sega เพื่อพัฒนาชิปสำหรับเครื่องเกมคอนโซล
แต่เมื่อ Huang ตระหนักว่าเทคโนโลยีที่พัฒนานั้นมีปัญหาพื้นฐาน เขาตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงมาก
เขาบินไปญี่ปุ่นและบอก Sega ตรง ๆ ว่าเทคโนโลยีที่สัญญาไว้ “ใช้ไม่ได้จริง”
แทนที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ล้มเหลว Nvidia เจรจาให้ Sega เปลี่ยนมูลค่าที่เหลือของสัญญาเป็น เงินลงทุนประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยยืดอายุบริษัทออกไปอีกหลายเดือน
หากไม่มีการตัดสินใจครั้งนั้น Nvidia อาจหายไปจากอุตสาหกรรมตั้งแต่ยุค 90
การปลดพนักงานและแรงกดดันมหาศาล ปัญหาทางการเงินยังทำให้บริษัทต้องตัดสินใจยาก ๆ เช่น การปลดพนักงานและการปรับโครงสร้างองค์กร ในช่วงที่ทีมกำลังพยายามหาทิศทางผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง
สำหรับ Huang การเป็นผู้นำในช่วงนั้นหมายถึงการเป็น “หน้าตาของความล้มเหลว” ต่อสาธารณะ และต้องรับผิดชอบต่อทุกอย่างที่ผิดพลาด
การเปลี่ยนทิศทางที่ช่วยให้บริษัทรอด หลังจากทิ้งสถาปัตยกรรมเดิม Nvidia หันไปพัฒนาชิปที่สอดคล้องกับมาตรฐานกราฟิกใหม่ของอุตสาหกรรม
ผลิตภัณฑ์รุ่นต่อมาของบริษัทเริ่มได้รับความนิยมในตลาดเกมพีซี และสร้างรากฐานให้ Nvidia เติบโตในอุตสาหกรรมกราฟิกคอมพิวเตอร์
การตัดสินใจเสี่ยงเหล่านี้กลายเป็นรูปแบบการทำงานของบริษัทในเวลาต่อมา — หากแนวทางใดผิด ก็ต้องยอมเลิกอย่างรวดเร็ว และเดิมพันครั้งใหญ่กับเทคโนโลยีใหม่
แนวคิดนี้เองที่ภายหลังทำให้ Nvidia เปลี่ยนจากบริษัทกราฟิกสำหรับเกม ไปสู่แพลตฟอร์มคอมพิวติ้งที่ขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์
ทำไมคำพูดนี้ถึงยิ่งน่าทึ่งในวันนี้ สิ่งที่ทำให้คำพูดของ Huang โดดเด่นยิ่งขึ้น คือสิ่งที่ Nvidia กลายมาเป็นในปัจจุบัน
ในช่วงบูมของ AI ชิป GPU ของบริษัทกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการฝึกและรันโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง
ความต้องการดังกล่าวผลักดันให้มูลค่าบริษัทพุ่งทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ Nvidia กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
จากภายนอก เรื่องราวของ Nvidia อาจดูเหมือนความสำเร็จที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่คำพูดของ Huang เตือนว่า ในหลายช่วงเวลา บริษัทเกือบจะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ความย้อนแย้งของการสร้างสตาร์ตอัป บทสรุปของ Huang สะท้อนความจริงอย่างหนึ่งของโลกสตาร์ตอัป
ถ้าผู้ก่อตั้งรู้ล่วงหน้าถึงต้นทุนทางอารมณ์ การเงิน และแรงกดดันทั้งหมด หลายคนอาจไม่เริ่มต้นตั้งแต่แรก
แต่หากไม่มีคนที่กล้ากระโดดสู่ความไม่แน่นอนนั้น บริษัทที่เปลี่ยนโลกก็อาจไม่เกิดขึ้นเลย
ประวัติของ Nvidia — จากบริษัทที่เกือบล้มละลายในยุค 90 สู่ผู้นำของยุค AI — คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความจริงข้อนี้
benzinga.com
Jensen Huang Says Nvidia Once Faced A Moment It Could 'Vaporize Overnight' Had A Client Not Taken A $5 Million Leap Of Faith