จอร์เจีย เมโลนีระบุว่า การยั่วยุซ้ำ ๆ ของรัสเซียในยุโรปเป็นสัญญาณของ “ความกระวนกระวาย” และอาจมุ่งเบี่ยงความสนใจจากสงครามในยูเครนที่ไม่เป็นไปตามที่เครมลินคาดหวัง อิตาลีอนุมัติกรอบให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนต่อถึงปี 2026 แต่รายงานแพ็กเกจป้องกันภัยทางอากาศมูลค่าราว 3 พันล้านยูโรยังไม่ได้กลายเป็นคำสั่งทางการ เครื่อ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Italian Prime Minister Giorgia Meloni say Russian provocations across Europe reveal about the Kremlin and its war in Ukraine, how d. Article summary: Meloni said Russia’s repeated provocations across Europe show “a kind of nervousness”: an effort to divert attention from a war in Ukraine that is not progressing as the Kremlin expected. She said Italy’s pro-Ukraine pos. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี มองว่าการยั่วยุของรัสเซียที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในยุโรปไม่ควรถูกตีความว่าเป็นสัญญาณแห่งความแข็งแกร่ง ตรงกันข้าม เธอกล่าวเมื่อ 16 กันยายนว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อน “ความกระวนกระวาย” บางอย่างของมอสโก และอาจเป็นความพยายามเบี่ยงความสนใจจากสงครามในยูเครนที่ไม่ได้ดำเนินไปตามแผนของเครมลิน 14
สารหลักจากเมโลนีคือ อิตาลีจะไม่เปลี่ยนท่าทีสนับสนุนยูเครนเพราะแรงกดดันหรือการยั่วยุดังกล่าว เธอย้ำว่าจุดยืนของกรุงโรม “ไม่เคยสั่นคลอน” 14
เมโลนีเชื่อมโยงบทบาทของอิตาลีในเวทีระหว่างประเทศเข้ากับความสม่ำเสมอทางนโยบาย โดยระบุว่า หากอิตาลีต้องการมีบทบาท ก็จำเป็นต้องรักษาจุดยืนที่ชัดเจนต่อยูเครน ซึ่งเป็นจุดยืนที่รัฐบาลอิตาลียึดมาตลอดสงคราม 14
ในมุมมองของเธอ การยั่วยุของรัสเซียมีนัยทางการเมือง คือสะท้อนความปั่นป่วนในมอสโกและความพยายามดึงสายตาออกจากสถานการณ์ในยูเครน ไม่ใช่เหตุผลที่รัฐบาลยุโรปควรลดการสนับสนุนกรุงเคียฟ 12
14
เมโลนียังตอบคำถามเกี่ยวกับการที่มัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี พบเอกอัครราชทูตรัสเซียที่เมืองมิลาน ซึ่งถูกฝ่ายค้านวิจารณ์ เธอระบุว่าการนัดพบมีจุดเริ่มต้นจากการหารือกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในรัสเซีย และมองว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะไม่เคยมีคำสั่งห้ามทำธุรกิจกับรัสเซียโดยเด็ดขาด 15
อย่างไรก็ดี นั่นไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทางด้านต่างประเทศของอิตาลี กิจกรรมเชิงพาณิชย์ยังต้องอยู่ภายใต้ระบอบคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้อง ขณะที่จุดยืนทางการเมืองในการสนับสนุนยูเครนยังคงเดิม 12
15
คณะรัฐมนตรีอิตาลีอนุมัติคำสั่งเมื่อเดือนธันวาคม 2025 เพื่อให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนต่อเนื่องตลอดปี 2026 โดยครอบคลุมการส่งมอบยานพาหนะทางทหาร วัสดุ และอุปกรณ์ แม้รายละเอียดของแต่ละชุดความช่วยเหลืออาจไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ 17
มีรายงานในเดือนสิงหาคมและกันยายนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของแพ็กเกจใหม่มูลค่าราว 3 พันล้านยูโร ซึ่งอาจรวมระบบป้องกันภัยทางอากาศ SAMP/T NG ขีปนาวุธสกัดกั้น Aster 30 และเรดาร์ระยะไกล แต่ยังควรถือเป็นข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ เพราะกีโด โครเซตโต รัฐมนตรีกลาโหมอิตาลี กล่าวว่า ณ วันที่ 26 สิงหาคม ชุดความช่วยเหลือลำดับที่ 13 ตามรายงานนั้นยังไม่ได้รับรองเป็นคำสั่งทางการ 18
23
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การแยกให้ชัดระหว่าง กรอบอนุญาตให้อิตาลีให้ความช่วยเหลือตลอดปี 2026 กับ รายละเอียดของแพ็กเกจใหม่แต่ละชุดที่ยังไม่ผ่านกระบวนการรับรองอย่างเป็นทางการ
เมื่อ 15 กันยายน เครื่องบินขับไล่อิตาลีที่ปฏิบัติภารกิจภายใต้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ยิงโดรนตกหลังโดรนลำดังกล่าวเข้าสู่น่านฟ้าลิทัวเนียจากเบลารุส โครเซตโตกล่าวว่าโดรนน่าจะมาจากรัสเซีย “มากที่สุด” ขณะที่ทางการลิทัวเนียยังคงตรวจสอบซากเพื่อระบุที่มา 33
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นบทบาทเชิงปฏิบัติการของภารกิจเฝ้าระวังน่านฟ้าในภูมิภาคบอลติกของนาโต เมื่อมีการตรวจพบบุกรุกน่านฟ้า ก็มีการสกัดกั้นตอบโต้ทันที อย่างไรก็ดี เหตุการณ์เพียงครั้งเดียวไม่ได้ยืนยันผลการตรวจพิสูจน์ที่มาของอากาศยานต่อสาธารณะอย่างเด็ดขาด จึงควรใช้ถ้อยคำที่มีเงื่อนไขจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น 33
37
ในคดีที่สนามบินไลพ์ซิก เยอรมนีก้าวไปไกลกว่าเดิม โดยสรุปว่ารัสเซียต้องรับผิดชอบต่อความพยายามโจมตีด้วยโดรนติดวัตถุระเบิดเมื่อ 4 สิงหาคม รัฐบาลเยอรมนีระบุว่า รูปแบบโดรน ชิ้นส่วน และวัตถุระเบิดมีลักษณะสอดคล้องกับวิธีการที่เคยพบในปฏิบัติการไฮบริดของรัสเซียครั้งอื่น ๆ รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหา 6
4
ผู้นำยุโรปมองข้อกล่าวหานี้ว่าไม่ใช่เพียงปัญหาความปลอดภัยสนามบินที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เรียกเหตุการณ์ไลพ์ซิกว่าเป็น “การยกระดับครั้งใหม่บนแผ่นดินสหภาพยุโรปที่ระบุว่ารัสเซียเกี่ยวข้องโดยตรง” ขณะที่สหภาพยุโรปและนาโตส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มแรงกดดันและการตอบสนอง 4
เมื่อพิจารณาเหตุโดรนในลิทัวเนียร่วมกับคดีไลพ์ซิก จะเห็นเหตุผลที่รัฐบาลยุโรปพูดถึงการรุกล้ำทางอากาศ ข้อกล่าวหาวินาศกรรม และภัยต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมหรือที่เชื่อมโยงกับกิจการทหาร ภายใต้กรอบ “สงครามแบบไฮบริด” มากขึ้น
ความกังวลคือ การกระทำที่ยังไม่ถึงขั้นเผชิญหน้าทางทหารอย่างเปิดเผยอาจถูกใช้เพื่อทดสอบความพร้อม สร้างความไม่แน่นอน และกดดันเอกภาพของพันธมิตร การตอบสนองที่เหมาะสมจึงต้องอาศัยการระบุผู้รับผิดชอบจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือ ควบคู่กับการเสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศและต่อต้านโดรน ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างพันธมิตร และประสานมาตรการทางการทูตหรือเศรษฐกิจเมื่อหลักฐานรองรับ
การที่เยอรมนีระบุความรับผิดชอบต่อสาธารณะในคดีไลพ์ซิก และการสกัดกั้นอย่างรวดเร็วของนาโตเหนือลิทัวเนีย จึงสะท้อนองค์ประกอบสองด้านของแนวทางนี้ คือพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้เมื่อทำได้ และต้องพร้อมตอบสนองต่อภัยคุกคามเฉพาะหน้าทันที 4
33
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
จอร์เจีย เมโลนีระบุว่า การยั่วยุซ้ำ ๆ ของรัสเซียในยุโรปเป็นสัญญาณของ “ความกระวนกระวาย” และอาจมุ่งเบี่ยงความสนใจจากสงครามในยูเครนที่ไม่เป็นไปตามที่เครมลินคาดหวัง
จอร์เจีย เมโลนีระบุว่า การยั่วยุซ้ำ ๆ ของรัสเซียในยุโรปเป็นสัญญาณของ “ความกระวนกระวาย” และอาจมุ่งเบี่ยงความสนใจจากสงครามในยูเครนที่ไม่เป็นไปตามที่เครมลินคาดหวัง อิตาลีอนุมัติกรอบให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนต่อถึงปี 2026 แต่รายงานแพ็กเกจป้องกันภัยทางอากาศมูลค่าราว 3 พันล้านยูโรยังไม่ได้กลายเป็นคำสั่งทางการ
เครื่องบินขับไล่อิตาลีในภารกิจนาโตยิงโดรนตกเหนือน่านฟ้าลิทัวเนีย ขณะที่เยอรมนีกล่าวหารัสเซียในคดีโดรนระเบิดที่สนามบินไลพ์ซิก เหตุการณ์เหล่านี้เพิ่มความกังวลต่อสงครามแบบไฮบริดในยุโรป