อิหร่านอ้างระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนยิงโดรนสหรัฐฯ และอิสราเอลตกกว่า 170 ลำระหว่างความขัดแย้งในปี 2026 แต่ตัวเลขที่ตรวจสอบได้จากสหรัฐฯ และอิสราเอลมีเพียงหลักหน่วยเท่านั้น ช่องว่างตัวเลขมหาศาล: อิหร่านอ้างทำลาย MQ 9 Reaper อย่างน้อย 24 ลำ ขณะที่สหรัฐฯ ยอมรับการสูญเสีย MQ 9 และ MQ 1 Predator เพียงอย่างละลำ ส่วนอิสราเ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Iran's joint air defense commander claim about the losses inflicted on U.S. and Israeli drones during the recent conflict, what spe. Article summary: ## Latest Claims by Iran's Joint Air Defense Commander. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Elhami said that beyond the Reapers, other advanced enemy drones were targeted and destroyed during the Ramadan war by air defence personnel" source context "Iran's air defense network inflicted heavy UAV losses in war - Mehr News Agency" Reference image 2: visual subject "Elhami said that beyond the Reapers, other advanced enemy drones were targeted and destroyed during the Ramadan war by air defence personnel" source context "Iran's air defense network inflicted heavy UAV l
นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 พลจัตวา Alireza Elhami ผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศร่วมของอิหร่าน ได้ออกมาแถลงอย่างอาจหาญมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับความสูญเสียที่กองทัพโดรนของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้รับ โดยในแถลงการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 Elhami ยืนยันว่าเครือข่ายป้องภัยทางอากาศแบบบูรณาการของอิหร่านได้สร้าง "ความสูญเสียครั้งใหญ่" ให้กับขีดความสามารถด้านอากาศยานไร้คนขับของศัตรู ซึ่งเรื่องเล่านี้ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารของเตหะรานหลังความขัดแย้ง แม้คำกล่าวอ้างจะน่าทึ่ง แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับรายงานการยิงตกที่ตรวจสอบได้อย่างอิสระ และรูปแบบการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อสถานที่ตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านที่ยังคงดำเนินต่อไป ก็เผยให้เห็นช่องว่างด้านความน่าเชื่อถือที่มีนัยสำคัญ
ตัวเลขที่ทางการอิหร่านให้ไว้มีการเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลา ในเดือนมีนาคม 2026 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ทำลายโดรนไปแล้ว 111 ลำนับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มต้นขึ้น ต่อมาตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 160 ลำในต้นเดือนเมษายน
และมากกว่า 170 ลำในช่วงปลายเดือนเมษายน
Elhami และผู้บัญชาการท่านอื่นๆ ได้ให้รายละเอียดการยิงตกที่ถูกกล่าวหาไว้ดังนี้:
ทางการทหารอิหร่านได้วางกรอบการยิงตกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการพิสูจน์ยืนยัน "หลักนิยมการสงครามโดรน" ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งประกอบด้วยขีดความสามารถสามชั้น :
กองกำลัง IRGC และกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศประจำการอ้างว่าการปฏิบัติการที่ประสานกันระหว่างเครือข่ายเรดาร์และหน่วยตอบโต้ฉับไวเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ดังกล่าว
เรื่องเล่าของอิหร่านเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของโดรนประสบปัญหาด้านการตรวจสอบอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลของอิสราเอลเองเกี่ยวกับ "สงครามสิบสองวัน" ในช่วงแรกนั้นยอมรับว่ามี โดรน Hermes เพียงสองลำที่ถูกอิหร่านยิงตก นี่เป็นตัวเลขเดียวที่อิสราเอลยอมรับ ซึ่งน้อยกว่าที่เตหะรานกล่าวอ้างว่าทำลายโดรนได้ 111–170+ ลำอย่างมาก นักวิเคราะห์ข่าวกรองจากโอเพนซอร์ส (OSINT) ได้ยืนยันหลักฐานทางภาพสำหรับการยิงตกในจำนวนจำกัด แต่การนับจำนวนยิงตกส่วนใหญ่ของอิหร่านยังคงไม่สามารถตรวจสอบได้โดยแหล่งข่าวอิสระ
เพนตากอนได้ยืนยันความสูญเสียโดรนเป็นรายลำเป็นครั้งคราว ในกลางเดือนมีนาคม 2026 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยอมรับว่าสูญเสีย MQ-9 Reaper หนึ่งลำ การสูญเสีย MQ-1 Predator หนึ่งลำในปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ก็ได้รับการยืนยันเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีทางการหรือเอกสารใดของสหรัฐฯ ที่ใกล้เคียงกับการตรวจสอบจำนวนโดรนนับร้อยที่ถูกยิงตกตามที่เตหะรานกล่าวอ้าง
ช่องว่างระหว่างคำกล่าวอ้างกับข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้นั้นชัดเจนมาก: อิหร่านบอกว่า Reaper ถูกทำลายอย่างน้อย 24 ลำ แต่สหรัฐฯ ไม่เคยยอมรับว่าสูญเสียมากไปกว่าการสูญเสียเป็นรายลำประปรายตลอดทั้งปฏิบัติการ
บางทีข้อโต้แย้งที่ทรงพลังที่สุดต่อเรื่องเล่าความสำเร็จในการป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ในต้นเดือนเมษายน 2026 แทนที่จะยับยั้งการปฏิบัติการของสหรัฐฯ เพิ่มเติม ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านกลับดูเหมือนไม่สามารถป้องกันการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในดินแดนลึกของอิหร่านได้
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่า "ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง" หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เข้าโจมตีจุดที่เพนตากอนเรียกว่าแท่นยิงขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดทางตอนใต้ของอิหร่าน และในช่วงสุดสัปดาห์ของวันที่ 30 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2026 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้เริ่ม "การโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง" ชุดใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่สถานที่ติดตั้งเรดาร์ของอิหร่านและศูนย์บัญชาการและควบคุมโดรนใกล้เมืองเกรุค (Geruk) และบนเกาะเคชม์ (Qeshm Island)
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นโดยตรงจากการที่อิหร่านยิงโดรน MQ-1 Predator ของสหรัฐฯ ตก แต่การตอบโต้ของสหรัฐฯ ด้วยการทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศและโครงสร้างพื้นฐานโดรนของอิหร่าน ตอกย้ำว่าวอชิงตันยังคงรักษาเสรีภาพในการปฏิบัติการไว้ได้
กองกำลัง IRGC ตอบโต้ด้วยการกำหนดเป้าหมายไปที่ฐานทัพสหรัฐฯ แห่งหนึ่งที่ไม่ระบุชื่อในวันที่ 1 มิถุนายน โดยคูเวตยืนยันว่าต้องสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนที่ยิงเข้ามา
และจนถึงต้นเดือนมิถุนายน 2026 ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้ในทางเทคนิค แต่ถูกอธิบายว่า "เปราะบาง" และถูกทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการตอบโต้กันไปมา
ความย้อนแย้งหลักเป็นสิ่งที่อิหร่านอธิบายได้ยาก: หากระบบป้องกันทางอากาศของอิหร่านสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อกองบินโดรนของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้จริง ก็ไม่ชัดเจนว่ากองทัพสหรัฐฯ สามารถทำการโจมตีทางอากาศเป็นชุดๆ ต่อระบบป้องกันทางอากาศเหล่านั้นหลังจากข้อตกลงหยุดยิงได้อย่างไร
คำกล่าวอ้างที่เกินจริงเกี่ยวกับการยิงโดรนของอิหร่านนั้นมีวัตถุประสงค์ทั้งภายในประเทศและเชิงยุทธศาสตร์ในช่วงเวลาที่เตหะรานกำลังเจรจาที่ละเอียดอ่อนกับวอชิงตัน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง
ในเดือนมีนาคม 2026 ปากีสถานยืนยันว่ากำลังส่งต่อข้อความระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาทางอ้อมเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยวอชิงตันได้ส่งข้อเสนอ 15 ข้อไปยังเตหะราน การเจรจารอบแรกอย่างเป็นทางการที่เรียกว่า "การเจรจาอิสลามาบัด" (Islamabad Talks) จัดขึ้นที่เมืองหลวงของปากีสถานเมื่อวันที่ 11-12 เมษายน 2026 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน Ishaq Dar ทำหน้าที่ส่งสารระหว่างคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย แต่การเจรจาสิ้นสุดลงโดยไร้ความก้าวหน้าที่ชัดเจนและยังคงมีความเห็นต่างอย่างลึกซึ้งในประเด็นหลัก
นักวิเคราะห์อิสระระบุว่าการเป็นตัวกลางของปากีสถานนั้น "ส่วนใหญ่เป็นเชิงสัญลักษณ์" โดยอธิบายว่าประเทศนี้เป็นช่องทางและเจ้าภาพที่มีประโยชน์ แต่ขาดอำนาจต่อรองที่จะกำหนดผลลัพธ์ที่สำคัญ โดยพลวัตหลักถูกขับเคลื่อนโดยวอชิงตันและเตหะรานโดยตรง
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้เจรจาบรรลุบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นเพื่อขยายข้อตกลงหยุดยิงในเดือนเมษายนออกไป 60 วัน เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ผ่อนคลายการคว่ำบาตร และเริ่มการเจรจาที่มีโครงสร้างเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม จนถึงเดือนมิถุนายน 2026 ข้อตกลงยังจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากประธานาธิบดีทรัมป์และผู้นำอิหร่าน และวงจรการโจมตีของสหรัฐฯ และการตอบโต้ของอิหร่านที่ดำเนินต่อไป ทำให้เส้นทางการทูตยังคงไม่แน่นอน
ในบริบทนี้ คำกล่าวอ้างเรื่องการยิงโดรนของ Elhami จึงทำหน้าที่เป็นทั้งข้อความถึงผู้ฟังในประเทศว่ากองทัพอิหร่านสามารถต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าได้ และเป็นสัญญาณในการต่อรองที่ว่าไม่ควรประเมินขีดความสามารถในการป้องกันตัวของเตหะรานต่ำเกินไปบนโต๊ะเจรจา ไม่ว่าข้อความใดข้อความหนึ่งจะยืนหยัดภายใต้การตรวจสอบได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
อิหร่านอ้างระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนยิงโดรนสหรัฐฯ และอิสราเอลตกกว่า 170 ลำระหว่างความขัดแย้งในปี 2026 แต่ตัวเลขที่ตรวจสอบได้จากสหรัฐฯ และอิสราเอลมีเพียงหลักหน่วยเท่านั้น
อิหร่านอ้างระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนยิงโดรนสหรัฐฯ และอิสราเอลตกกว่า 170 ลำระหว่างความขัดแย้งในปี 2026 แต่ตัวเลขที่ตรวจสอบได้จากสหรัฐฯ และอิสราเอลมีเพียงหลักหน่วยเท่านั้น ช่องว่างตัวเลขมหาศาล: อิหร่านอ้างทำลาย MQ 9 Reaper อย่างน้อย 24 ลำ ขณะที่สหรัฐฯ ยอมรับการสูญเสีย MQ 9 และ MQ 1 Predator เพียงอย่างละลำ ส่วนอิสราเอลยอมรับว่าสูญเสียโดรนแค่ 2 ลำ
การโจมตี "เพื่อป้องกันตนเอง" ของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านตลอดช่วงหยุดยิง คือข้อโต้แย้งที่ทรงพลังที่สุดต่อเรื่องเล่าชัยชนะของอิหร่าน และชี้ให้เห็นถึงเสรีภาพในการปฏิบัติการที่สหรัฐฯ ยังคงร...