IBM เปิดเผยชิปต้นแบบที่ยังไม่มีชื่อทางการ ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร มี 11 คอร์ ความเร็วมากกว่า 5.7 GHz และทุกคอร์รองรับทั้ง IBM z/Architecture และ Arm AArch64 แบบเนทีฟ ชิปใช้ KVM ซึ่งเป็นไฮเปอร์ไวเซอร์โอเพนซอร์สในการสลับระหว่างโหมด IBM Z กับ Arm ภายในระดับนาโนวินาที ทำให้งาน Arm native Linux อยู่ร่วมกับ z/OS และ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did IBM unveil at the Hot Chips 2026 conference in partnership with Arm—a first-of-its-kind dual-architecture mainframe processor for f. Article summary: IBM unveiled an as-yet-unnamed dual-architecture processor for future IBM Z and LinuxONE systems, developed with Arm. Its key innovation is that every core—not separate clusters of IBM and Arm cores—can natively execute . Topic tags: general, general web, documentation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
IBM เปิดเผยแผนพัฒนาโปรเซสเซอร์สถาปัตยกรรมคู่สำหรับระบบ IBM Z และ LinuxONE ในอนาคต โดยร่วมมือกับ Arm จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่การนำคอร์ Arm และคอร์ IBM Z มาใส่ไว้ในแพ็กเกจเดียวกันเท่านั้น แต่คือการออกแบบให้คอร์ทั้ง 11 คอร์สามารถประมวลผลชุดคำสั่งของ IBM z/Architecture และ Arm AArch64 ได้โดยตรง หรือแบบเนทีฟ 1
7
15
แนวทางนี้อาจทำให้องค์กรสามารถวางซอฟต์แวร์ Linux ที่พัฒนาสำหรับ Arm ไว้ร่วมกับงาน z/OS และ Linux บน IBM Z เดิมบนแพลตฟอร์มเมนเฟรมเดียวกัน เป้าหมายคือช่วยนำแอปพลิเคชันรุ่นใหม่และซอฟต์แวร์ AI เข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับงานสำคัญทางธุรกิจ โดยไม่ต้องพอร์ตแอปพลิเคชันทีละรายการเป็นจำนวนมาก 3
15
โปรเซสเซอร์นี้ยังเป็นดีไซน์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่วางจำหน่ายแล้ว IBM นำเสนอแนวคิดดังกล่าวในงาน Hot Chips 2026 ในฐานะชิปสำหรับระบบ IBM Z และ LinuxONE รุ่นอนาคต ขณะที่รายงานต่าง ๆ ระบุกรอบเวลาของระบบไว้ราวปี 2028 ทั้งนี้ IBM ยังไม่ได้ประกาศชื่อผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ และย้ำว่าข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางหรือแผนงานในอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงหรือถูกยกเลิกได้ 6
8
15
ข้อมูลสำคัญที่ IBM ประกาศหรือมีรายงานในขณะนี้ ได้แก่
ในระดับระบบ IBM Z และ LinuxONE ยังถูกออกแบบให้ขยายได้ไกลกว่าตัวโปรเซสเซอร์ โดยอาจรองรับการจัดวางคอร์จำนวนหลายร้อยคอร์และหน่วยความจำระดับหลายสิบเทราไบต์ 7
การออกแบบแบบผสมทั่วไปอาจแบ่งคอร์ Arm และคอร์ IBM Z ออกเป็นคนละกลุ่ม แต่แนวทางของ IBM ใช้คอร์ชนิดเดียวกันที่สามารถประมวลผลชุดคำสั่งทั้งสองแบบได้โดยตรง ไม่ได้อาศัยคลัสเตอร์ Arm แยกต่างหากหรือการจำลองคำสั่งด้วยซอฟต์แวร์ 1
3
11
โปรเซสเซอร์มีเป้าหมายรองรับโหมดการทำงานหลักสองแบบ ได้แก่
IBM ระบุว่าคอร์สามารถสลับระหว่างโหมดเหล่านี้ได้ภายในระดับนาโนวินาทีผ่าน KVM หรือ Linux Kernel-based Virtual Machine ซึ่งเป็นไฮเปอร์ไวเซอร์โอเพนซอร์ส Christian Jacobi จาก IBM อธิบายว่าค่าใช้จ่ายจากการสลับโหมดนั้น เมื่อเฉลี่ยไปกับการทำงานโดยรวมแล้วแทบเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจริงยังต้องพิสูจน์กับฮาร์ดแวร์ที่ผลิตจริงและเวิร์กโหลดในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง 1
4
ประเด็นสำคัญคือ IBM กำลังพูดถึงการประมวลผลคำสั่งแบบเนทีฟ ไม่ใช่การแปลงคำสั่ง Arm ทุกคำสั่งให้กลายเป็นคำสั่ง IBM Z และไม่ได้หมายความว่าโปรเซสเดียวจะเปลี่ยนชุดคำสั่งไปมาระหว่างการทำงานโดยอัตโนมัติ แต่แพลตฟอร์มถูกออกแบบให้จัดวางเวิร์กโหลดไว้ในสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็เปิดให้ซอฟต์แวร์จากทั้งสองระบบนิเวศใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ 1
9
Arm กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของซอฟต์แวร์ Linux เครื่องมือโครงสร้างพื้นฐาน และเฟรมเวิร์กแมชชีนเลิร์นนิงหลายประเภท เอกสารที่มีอยู่ระบุว่า PyTorch และ ONNX Runtime รองรับแพลตฟอร์ม Arm ขณะที่ ONNX Runtime ยังสามารถรันโมเดลที่มาจากเฟรมเวิร์กอย่าง PyTorch ได้ 17
18
20
ด้วยเหตุนี้ IBM จึงสามารถวางระบบ Z และ LinuxONE รุ่นอนาคตให้เข้ากับซอฟต์แวร์ที่องค์กรอาจพัฒนาอยู่แล้วบนคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Arm ประโยชน์ที่ IBM ต้องการนำเสนอจึงไม่ใช่การแทนที่ซอฟต์แวร์ IBM เดิมทั้งหมด แต่เป็นการเพิ่มสภาพแวดล้อมการประมวลผลอีกแบบเข้ามาอยู่ข้างกัน
ในทางปฏิบัติ องค์กรอาจยังคงรันแอปพลิเคชัน z/OS ที่ใช้งานมานานและเวิร์กโหลด Linux บน IBM Z เดิม พร้อมติดตั้งแอปพลิเคชัน Linux ที่สร้างมาสำหรับ Arm บนแพลตฟอร์มเดียวกัน IBM วางกรอบแนวคิดนี้ให้เป็นการขยายระบบนิเวศของระบบที่รองรับงานสำคัญทางธุรกิจ โดยยังคงเน้นคุณสมบัติด้านความพร้อมใช้งาน ความปลอดภัย การเข้ารหัส ความน่าเชื่อถือ และการรองรับขนาดใหญ่ของ IBM Z และ LinuxONE 7
15
ชิปดังกล่าวยังถูกออกแบบโดยคำนึงถึงงาน AI inference หรือการนำโมเดลที่ฝึกแล้วมาใช้ประมวลผลจริง IBM ระบุถึงตัวเร่งการประมวลผลอนุมานโดยเฉพาะที่ทำงานร่วมกับคอร์ CPU แบบสถาปัตยกรรมคู่ ขณะที่รายงานจากการนำเสนอในงาน Hot Chips ระบุถึงตัวเร่ง AI บนชิปรุ่นที่สอง ซึ่งมุ่งรองรับงานอนุมานระดับองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 7
16
การจับคู่ระหว่างการรองรับ Linux บน Arm กับฮาร์ดแวร์เร่ง AI มีนัยสำคัญเชิงกลยุทธ์ เพราะช่วยเปิดทางให้ซอฟต์แวร์มากขึ้น ขณะเดียวกันตัวเร่งเฉพาะทางก็อาจลดภาระที่ต้องให้คอร์ CPU ทั่วไปประมวลผล AI ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม IBM ยังไม่ได้เปิดเผยผลทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จริงในเอกสารที่ให้มา ดังนั้นความเร็ว ประสิทธิภาพต่อพลังงาน และความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ยังต้องรอการยืนยัน
หัวใจของแนวคิดนี้คือความยืดหยุ่นด้านแอปพลิเคชัน หากไม่มีการรองรับซอฟต์แวร์ Arm โดยตรง การนำแอปสมัยใหม่มาใช้งานบน IBM Z หรือ LinuxONE อาจต้องพอร์ต คอมไพล์ใหม่ หรือปรับซอฟต์แวร์ให้เข้ากับชุดคำสั่งของแพลตฟอร์ม IBM การออกแบบสถาปัตยกรรมคู่จึงถูกนำเสนอในฐานะวิธีลดแรงเสียดทานดังกล่าว 3
15
ดีไซน์นี้อาจเหมาะกับองค์กรที่ต้องการคงระบบธุรกรรมหลักไว้บนเมนเฟรม แต่ก็อยากนำบริการคลาวด์เนทีฟ งาน AI inference และแอปพลิเคชันที่พัฒนาสำหรับ Arm เข้ามาใกล้กับระบบเดิมมากขึ้น ข้อได้เปรียบที่คาดหวังคือการอยู่ร่วมกันของสถาปัตยกรรม แทนที่จะบังคับให้ย้ายออกจากโลกซอฟต์แวร์หนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่งทั้งหมด
ถึงอย่างนั้น ความราบรื่นของประสบการณ์ใช้งานไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวซิลิคอนเพียงอย่างเดียว การรองรับของระบบปฏิบัติการ พฤติกรรมของไฮเปอร์ไวเซอร์ เครื่องมือสำหรับนักพัฒนา ไลบรารีที่แอปพึ่งพา เงื่อนไขใบอนุญาต และประสิทธิภาพของแต่ละเวิร์กโหลด ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ หลักฐานที่มีอยู่ในตอนนี้สะท้อนทิศทางการออกแบบของ IBM ยังไม่ใช่ผลประเมินผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์
IBM ยังไม่เปิดเผยชื่อทางการของโปรเซสเซอร์ และชิปนี้ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่จัดส่งให้ลูกค้า กรอบเวลาการเปิดตัวระบบราวปี 2028 จึงควรมองเป็นความคาดหมาย ไม่ใช่กำหนดการที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน 6
8
คำชี้แจงของ IBM มีความสำคัญ เพราะบริษัทระบุว่าแถลงการณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในอนาคตเป็นเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ จนกว่าจะมีการเปิดเผยสเปกขั้นสุดท้าย ระบบจริง และผลทดสอบที่ตรวจสอบได้ ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดคือ IBM ได้เผยทิศทางฮาร์ดแวร์เมนเฟรมรุ่นถัดไปที่มีความทะเยอทะยานในการรวมสองชุดคำสั่งไว้ในทุกคอร์ ไม่ใช่การเปิดตัวชิปทดแทนที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้แล้วในวันนี้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
IBM เปิดเผยชิปต้นแบบที่ยังไม่มีชื่อทางการ ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร มี 11 คอร์ ความเร็วมากกว่า 5.7 GHz และทุกคอร์รองรับทั้ง IBM z/Architecture และ Arm AArch64 แบบเนทีฟ
IBM เปิดเผยชิปต้นแบบที่ยังไม่มีชื่อทางการ ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร มี 11 คอร์ ความเร็วมากกว่า 5.7 GHz และทุกคอร์รองรับทั้ง IBM z/Architecture และ Arm AArch64 แบบเนทีฟ ชิปใช้ KVM ซึ่งเป็นไฮเปอร์ไวเซอร์โอเพนซอร์สในการสลับระหว่างโหมด IBM Z กับ Arm ภายในระดับนาโนวินาที ทำให้งาน Arm native Linux อยู่ร่วมกับ z/OS และ Linux บน IBM Z ได้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน
นอกจากคอร์ประมวลผลแล้ว ยังมีตัวเร่งการประมวลผลอนุมาน AI, หน่วยประมวลผลข้อมูลบนชิปสำหรับเร่งงาน I/O และแคชขนาดใหญ่สำหรับเวิร์กโหลดองค์กร
IBM เปิดเผยชิปต้นแบบที่ยังไม่มีชื่อทางการ ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร มี 11 คอร์ ความเร็วมากกว่า 5.7 GHz และทุกคอร์รองรับทั้ง IBM z/Architecture และ Arm AArch64 แบบเนทีฟ ชิปใช้ KVM ซึ่งเป็นไฮเปอร์ไวเซอร์โอเพนซอร์สในการสลับระหว่างโหมด IBM Z กับ Arm ภายในระดับนาโนวินาที ทำให้งาน Arm native Linux อยู่ร่วมกับ z/OS และ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did IBM unveil at the Hot Chips 2026 conference in partnership with Arm—a first-of-its-kind dual-architecture mainframe processor for f. Article summary: IBM unveiled an as-yet-unnamed dual-architecture processor for future IBM Z and LinuxONE systems, developed with Arm. Its key innovation is that every core—not separate clusters of IBM and Arm cores—can natively execute . Topic tags: general, general web, documentation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
IBM เปิดเผยแผนพัฒนาโปรเซสเซอร์สถาปัตยกรรมคู่สำหรับระบบ IBM Z และ LinuxONE ในอนาคต โดยร่วมมือกับ Arm จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่การนำคอร์ Arm และคอร์ IBM Z มาใส่ไว้ในแพ็กเกจเดียวกันเท่านั้น แต่คือการออกแบบให้คอร์ทั้ง 11 คอร์สามารถประมวลผลชุดคำสั่งของ IBM z/Architecture และ Arm AArch64 ได้โดยตรง หรือแบบเนทีฟ 1
7
15
แนวทางนี้อาจทำให้องค์กรสามารถวางซอฟต์แวร์ Linux ที่พัฒนาสำหรับ Arm ไว้ร่วมกับงาน z/OS และ Linux บน IBM Z เดิมบนแพลตฟอร์มเมนเฟรมเดียวกัน เป้าหมายคือช่วยนำแอปพลิเคชันรุ่นใหม่และซอฟต์แวร์ AI เข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับงานสำคัญทางธุรกิจ โดยไม่ต้องพอร์ตแอปพลิเคชันทีละรายการเป็นจำนวนมาก 3
15
โปรเซสเซอร์นี้ยังเป็นดีไซน์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่วางจำหน่ายแล้ว IBM นำเสนอแนวคิดดังกล่าวในงาน Hot Chips 2026 ในฐานะชิปสำหรับระบบ IBM Z และ LinuxONE รุ่นอนาคต ขณะที่รายงานต่าง ๆ ระบุกรอบเวลาของระบบไว้ราวปี 2028 ทั้งนี้ IBM ยังไม่ได้ประกาศชื่อผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ และย้ำว่าข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางหรือแผนงานในอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงหรือถูกยกเลิกได้ 6
8
15
ข้อมูลสำคัญที่ IBM ประกาศหรือมีรายงานในขณะนี้ ได้แก่
ในระดับระบบ IBM Z และ LinuxONE ยังถูกออกแบบให้ขยายได้ไกลกว่าตัวโปรเซสเซอร์ โดยอาจรองรับการจัดวางคอร์จำนวนหลายร้อยคอร์และหน่วยความจำระดับหลายสิบเทราไบต์ 7
การออกแบบแบบผสมทั่วไปอาจแบ่งคอร์ Arm และคอร์ IBM Z ออกเป็นคนละกลุ่ม แต่แนวทางของ IBM ใช้คอร์ชนิดเดียวกันที่สามารถประมวลผลชุดคำสั่งทั้งสองแบบได้โดยตรง ไม่ได้อาศัยคลัสเตอร์ Arm แยกต่างหากหรือการจำลองคำสั่งด้วยซอฟต์แวร์ 1
3
11
โปรเซสเซอร์มีเป้าหมายรองรับโหมดการทำงานหลักสองแบบ ได้แก่
IBM ระบุว่าคอร์สามารถสลับระหว่างโหมดเหล่านี้ได้ภายในระดับนาโนวินาทีผ่าน KVM หรือ Linux Kernel-based Virtual Machine ซึ่งเป็นไฮเปอร์ไวเซอร์โอเพนซอร์ส Christian Jacobi จาก IBM อธิบายว่าค่าใช้จ่ายจากการสลับโหมดนั้น เมื่อเฉลี่ยไปกับการทำงานโดยรวมแล้วแทบเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจริงยังต้องพิสูจน์กับฮาร์ดแวร์ที่ผลิตจริงและเวิร์กโหลดในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง 1
4
ประเด็นสำคัญคือ IBM กำลังพูดถึงการประมวลผลคำสั่งแบบเนทีฟ ไม่ใช่การแปลงคำสั่ง Arm ทุกคำสั่งให้กลายเป็นคำสั่ง IBM Z และไม่ได้หมายความว่าโปรเซสเดียวจะเปลี่ยนชุดคำสั่งไปมาระหว่างการทำงานโดยอัตโนมัติ แต่แพลตฟอร์มถูกออกแบบให้จัดวางเวิร์กโหลดไว้ในสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็เปิดให้ซอฟต์แวร์จากทั้งสองระบบนิเวศใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ 1
9
Arm กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของซอฟต์แวร์ Linux เครื่องมือโครงสร้างพื้นฐาน และเฟรมเวิร์กแมชชีนเลิร์นนิงหลายประเภท เอกสารที่มีอยู่ระบุว่า PyTorch และ ONNX Runtime รองรับแพลตฟอร์ม Arm ขณะที่ ONNX Runtime ยังสามารถรันโมเดลที่มาจากเฟรมเวิร์กอย่าง PyTorch ได้ 17
18
20
ด้วยเหตุนี้ IBM จึงสามารถวางระบบ Z และ LinuxONE รุ่นอนาคตให้เข้ากับซอฟต์แวร์ที่องค์กรอาจพัฒนาอยู่แล้วบนคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Arm ประโยชน์ที่ IBM ต้องการนำเสนอจึงไม่ใช่การแทนที่ซอฟต์แวร์ IBM เดิมทั้งหมด แต่เป็นการเพิ่มสภาพแวดล้อมการประมวลผลอีกแบบเข้ามาอยู่ข้างกัน
ในทางปฏิบัติ องค์กรอาจยังคงรันแอปพลิเคชัน z/OS ที่ใช้งานมานานและเวิร์กโหลด Linux บน IBM Z เดิม พร้อมติดตั้งแอปพลิเคชัน Linux ที่สร้างมาสำหรับ Arm บนแพลตฟอร์มเดียวกัน IBM วางกรอบแนวคิดนี้ให้เป็นการขยายระบบนิเวศของระบบที่รองรับงานสำคัญทางธุรกิจ โดยยังคงเน้นคุณสมบัติด้านความพร้อมใช้งาน ความปลอดภัย การเข้ารหัส ความน่าเชื่อถือ และการรองรับขนาดใหญ่ของ IBM Z และ LinuxONE 7
15
ชิปดังกล่าวยังถูกออกแบบโดยคำนึงถึงงาน AI inference หรือการนำโมเดลที่ฝึกแล้วมาใช้ประมวลผลจริง IBM ระบุถึงตัวเร่งการประมวลผลอนุมานโดยเฉพาะที่ทำงานร่วมกับคอร์ CPU แบบสถาปัตยกรรมคู่ ขณะที่รายงานจากการนำเสนอในงาน Hot Chips ระบุถึงตัวเร่ง AI บนชิปรุ่นที่สอง ซึ่งมุ่งรองรับงานอนุมานระดับองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 7
16
การจับคู่ระหว่างการรองรับ Linux บน Arm กับฮาร์ดแวร์เร่ง AI มีนัยสำคัญเชิงกลยุทธ์ เพราะช่วยเปิดทางให้ซอฟต์แวร์มากขึ้น ขณะเดียวกันตัวเร่งเฉพาะทางก็อาจลดภาระที่ต้องให้คอร์ CPU ทั่วไปประมวลผล AI ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม IBM ยังไม่ได้เปิดเผยผลทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จริงในเอกสารที่ให้มา ดังนั้นความเร็ว ประสิทธิภาพต่อพลังงาน และความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ยังต้องรอการยืนยัน
หัวใจของแนวคิดนี้คือความยืดหยุ่นด้านแอปพลิเคชัน หากไม่มีการรองรับซอฟต์แวร์ Arm โดยตรง การนำแอปสมัยใหม่มาใช้งานบน IBM Z หรือ LinuxONE อาจต้องพอร์ต คอมไพล์ใหม่ หรือปรับซอฟต์แวร์ให้เข้ากับชุดคำสั่งของแพลตฟอร์ม IBM การออกแบบสถาปัตยกรรมคู่จึงถูกนำเสนอในฐานะวิธีลดแรงเสียดทานดังกล่าว 3
15
ดีไซน์นี้อาจเหมาะกับองค์กรที่ต้องการคงระบบธุรกรรมหลักไว้บนเมนเฟรม แต่ก็อยากนำบริการคลาวด์เนทีฟ งาน AI inference และแอปพลิเคชันที่พัฒนาสำหรับ Arm เข้ามาใกล้กับระบบเดิมมากขึ้น ข้อได้เปรียบที่คาดหวังคือการอยู่ร่วมกันของสถาปัตยกรรม แทนที่จะบังคับให้ย้ายออกจากโลกซอฟต์แวร์หนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่งทั้งหมด
ถึงอย่างนั้น ความราบรื่นของประสบการณ์ใช้งานไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวซิลิคอนเพียงอย่างเดียว การรองรับของระบบปฏิบัติการ พฤติกรรมของไฮเปอร์ไวเซอร์ เครื่องมือสำหรับนักพัฒนา ไลบรารีที่แอปพึ่งพา เงื่อนไขใบอนุญาต และประสิทธิภาพของแต่ละเวิร์กโหลด ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ หลักฐานที่มีอยู่ในตอนนี้สะท้อนทิศทางการออกแบบของ IBM ยังไม่ใช่ผลประเมินผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์
IBM ยังไม่เปิดเผยชื่อทางการของโปรเซสเซอร์ และชิปนี้ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่จัดส่งให้ลูกค้า กรอบเวลาการเปิดตัวระบบราวปี 2028 จึงควรมองเป็นความคาดหมาย ไม่ใช่กำหนดการที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน 6
8
คำชี้แจงของ IBM มีความสำคัญ เพราะบริษัทระบุว่าแถลงการณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในอนาคตเป็นเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ จนกว่าจะมีการเปิดเผยสเปกขั้นสุดท้าย ระบบจริง และผลทดสอบที่ตรวจสอบได้ ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดคือ IBM ได้เผยทิศทางฮาร์ดแวร์เมนเฟรมรุ่นถัดไปที่มีความทะเยอทะยานในการรวมสองชุดคำสั่งไว้ในทุกคอร์ ไม่ใช่การเปิดตัวชิปทดแทนที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้แล้วในวันนี้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
IBM เปิดเผยชิปต้นแบบที่ยังไม่มีชื่อทางการ ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร มี 11 คอร์ ความเร็วมากกว่า 5.7 GHz และทุกคอร์รองรับทั้ง IBM z/Architecture และ Arm AArch64 แบบเนทีฟ
IBM เปิดเผยชิปต้นแบบที่ยังไม่มีชื่อทางการ ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร มี 11 คอร์ ความเร็วมากกว่า 5.7 GHz และทุกคอร์รองรับทั้ง IBM z/Architecture และ Arm AArch64 แบบเนทีฟ ชิปใช้ KVM ซึ่งเป็นไฮเปอร์ไวเซอร์โอเพนซอร์สในการสลับระหว่างโหมด IBM Z กับ Arm ภายในระดับนาโนวินาที ทำให้งาน Arm native Linux อยู่ร่วมกับ z/OS และ Linux บน IBM Z ได้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน
นอกจากคอร์ประมวลผลแล้ว ยังมีตัวเร่งการประมวลผลอนุมาน AI, หน่วยประมวลผลข้อมูลบนชิปสำหรับเร่งงาน I/O และแคชขนาดใหญ่สำหรับเวิร์กโหลดองค์กร