การผลิต SAF ทั่วโลกจะแตะ 2.4 ล้านตันในปี 2026 ชะลอตัวลงหลังการเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีก่อนหน้า คิดเป็นเพียง 0.8% ของความต้องการเชื้อเพลิงทั้งหมด และสร้างภาระต้นทุนแก่สายการบินถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ วิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ IATA วิจารณ์มาตรการบังคับใช้ SAF ของ EU อย่างเผ็ดร้อนว่า 'แพง ไร้ประสิทธิภาพ และเปิดช่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did IATA project for sustainable aviation fuel (SAF) production in 2026, how does it compare to previous years and total aviation fuel. Article summary: Here is a comprehensive breakdown of IATA's latest SAF projections, criticisms, and priorities based on its June 2026 data release.. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# IATA: Growth in SAF Production Set to Slow in 2026. ## Trade group blames mandates in the U.K. and Europe. * Sustainable Aviation Fuel (SAF) production is projected to fall short" source context "IATA: Growth in SAF Production Set to Slow in 2026" Reference image 2: visual subject "# IATA: Growth in SAF Production Set to Slow in 2026. ## Trade group blames mandates in the U.K. and Europe. * Sustaina
ความพยายามระดับโลกในการลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบินด้วย 'เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน' หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันอย่างหนัก ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่า การผลิต SAF ในปี 2026 จะแตะระดับ 2.4 ล้านตัน แม้จะเป็นตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์ แต่อัตราการเติบโตกลับลดลงอย่างรวดเร็ว และปริมาณทั้งหมดก็ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยของเชื้อเพลิงที่อุตสาหกรรมการบินใช้จริง โดยคาดว่าจะสร้างภาระต้นทุนแก่สายการบินสูงถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ IATA ได้พุ่งเป้าวิจารณ์ไปที่ผู้กำหนดกฎระเบียบในยุโรปอย่างดุเดือด
ข้อมูลล่าสุดของ IATA แสดงให้เห็นว่า ผลผลิต SAF จะขยับขึ้นจาก 1.9 ล้านตันในปี 2025 ไปเป็น 2.4 ล้านตันในปี 2026 การเพิ่มขึ้นเพียง 0.5 ล้านตันนี้ ถือเป็นการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นถึง 0.9 ล้านตันระหว่างปี 2024 และ 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่การผลิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว
ปริมาณเพียงเล็กน้อยนี้ จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.8% ของการใช้น้ำมันเครื่องบินทั่วโลกที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 321 ล้านตัน ภาวะชะงักงันนี้เป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับข้อเท็จจริงที่ว่า กำลังการผลิต SAF ทั่วโลกได้ขยายตัวไปถึง 9 ล้านตันแล้ว ซึ่งหมายความว่าอุตสาหกรรมกำลังใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ไม่ถึงหนึ่งในสาม
เพื่อให้เข้าใจถึงขนาดของความท้าทาย ควรพิจารณาเส้นทางการเติบโตที่ผ่านมา อุตสาหกรรมนี้เริ่มต้นจากจุดที่แทบจะเป็นศูนย์และพยายามขยายตัวอย่างก้าวกระโดด แต่ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเส้นกราฟกำลังแบนราบลงในช่วงเวลาวิกฤต
นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 เป็นต้นมา การผลิตหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง แม้จะมีกำลังการผลิตที่พร้อมใช้งานอย่างเต็มที่ก็ตาม ความไม่สอดคล้องกันระหว่างศักยภาพและความเป็นจริงนี้คือหัวใจสำคัญของความขุ่นเคืองของ IATA
ภาระทางการเงินของการขยายการผลิตที่เชื่องช้านี้มหาศาล IATA ประเมินว่า SAF จำนวน 2.4 ล้านตันนี้ จะเพิ่มต้นทุนค่าน้ำมันให้กับสายการบินประมาณ 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026 ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มนี้มาจากหลายปัจจัยรวมกัน:
ผลลัพธ์คือวงจรอุบาทว์ที่ต้นทุนสูงกดดันข้อตกลงการรับซื้อ ซึ่งจะไปขัดขวางไม่ให้ผู้ผลิตสามารถขยายกำลังการผลิตเพื่อลดต้นทุนลงได้
ผู้นำของ IATA โดยเฉพาะนายวิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ ไม่ได้เก็บอาการในการวิจารณ์นโยบายของรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่ามันยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลง เป้าหมายหลักคือสหภาพยุโรปและกฎหมาย ReFuelEU Aviation
นายวอลช์กล่าวถึงแนวทางของ EU ว่า "แพง ไร้ประสิทธิภาพ และเปิดช่องให้เอาเปรียบ" โดยให้เหตุผลว่ามันเป็นการลงโทษทางการเงินครั้งใหญ่แก่สายการบิน โดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมตามสัดส่วน
ข้อร้องเรียนหลักคือ มาตรการบังคับดังกล่าวได้สร้างความบิดเบือนของตลาด โดย 'ค่าธรรมเนียมการปฏิบัติตามกฎ' ได้เพิ่มต้นทุนของ SAF ในยุโรปเป็นสองเท่า IATA พบว่า ในขณะที่ราคาตลาดของ SAF หนึ่งล้านตันอยู่ที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายกลับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการปฏิบัติตามเพิ่มอีก 1.7 พันล้านดอลลาร์ นายวอลช์ให้เหตุผลว่าเงินจำนวนนั้นสามารถนำไปลดการปล่อยคาร์บอนได้หลายล้านตัน หากถูกนำไปใช้กับเชื้อเพลิงจริง
หัวใจสำคัญของคำวิจารณ์ของ IATA คือ มาตรการบังคับที่ไม่มีแรงจูงใจด้านอุปทานคู่ขนาน เป็นการลงโทษสายการบินที่ต้องซื้อเชื้อเพลิงที่ยังไม่มีในปริมาณที่เพียงพอ IATA เตือนว่ากฎระเบียบที่เป็นเอกภาคีและกำหนดตายตัวทางเทคโนโลยีของ EU ไม่เพียงแต่ล้มเหลวในการขยายการผลิต SAF แต่ยังกำลังบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของภาคการบินของยุโรปอย่างแข็งขัน IATA สนับสนุนนโยบายที่เป็นกลางทางเทคโนโลยีและเป็นหนึ่งเดียวในระดับโลก โดยใช้แรงจูงใจเพื่อสร้างตลาดแทนที่มาตรการบังคับที่สร้างต้นทุนใหม่
เพื่อทำลายภาวะทางตัน IATA ได้ร่างลำดับความสำคัญสี่ประการที่สอดคล้องกัน ซึ่งต้องการให้รัฐบาลและอุตสาหกรรมให้ความสำคัญ :
หากปราศจากความพยายามที่ประสานงานกันนี้ IATA เตือนว่า ช่องว่างระหว่างเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์กับความเป็นจริงจะยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การผลิต SAF ทั่วโลกจะแตะ 2.4 ล้านตันในปี 2026 ชะลอตัวลงหลังการเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีก่อนหน้า คิดเป็นเพียง 0.8% ของความต้องการเชื้อเพลิงทั้งหมด และสร้างภาระต้นทุนแก่สายการบินถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การผลิต SAF ทั่วโลกจะแตะ 2.4 ล้านตันในปี 2026 ชะลอตัวลงหลังการเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีก่อนหน้า คิดเป็นเพียง 0.8% ของความต้องการเชื้อเพลิงทั้งหมด และสร้างภาระต้นทุนแก่สายการบินถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ วิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ IATA วิจารณ์มาตรการบังคับใช้ SAF ของ EU อย่างเผ็ดร้อนว่า 'แพง ไร้ประสิทธิภาพ และเปิดช่องให้เอาเปรียบ' พร้อมชี้ว่าค่าธรรมเนียมการปฏิบัติตามกฎได้เพิ่มต้นทุน SAF ในยุโรปเป็นสองเท่า โดยไม่ช่วยส...
แม้กำลังการผลิตทั่วโลกจะมีสูงถึง 9 ล้านตัน แต่ผลผลิตกลับหยุดชะงักจากต้นทุนที่สูงและการออกแบบนโยบายที่ผิดพลาด IATA จึงเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนด้วยแรงจูงใจและเปิดกว้างทางเทคโนโลยี