พอล ชาน รัฐมนตรีคลังฮ่องกง เรียกร้องให้เพิ่มการเจรจาและความร่วมมือกับยุโรป หลังเยือนฝรั่งเศส เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ โดยเน้นโอกาสในด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยี[3][4] เขาชี้ว่ายุโรปกำลังมองหาความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและการกระจายความเสี่ยงทางการค้า ซึ่งเปิดโอกาสให้ฮ่องกงสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันมากขึ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Hong Kong Financial Secretary Paul Chan Mo-po urge regarding the city's relationship with Europe following his five-day trip to Fra. Article summary: Paul Chan urged Hong Kong and Europe to deepen dialogue and expand practical, mutually beneficial cooperation rather than let disagreements block engagement.[3][4] He said ties should be strengthened especially in trade,. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Financial Secretary Paul Chan said Hong Kong and Europe can step up cooperation further as European countries show a "strong desire for change" amid an evolving global landscape. W" source context "FS sees stronger HK-Europe ties moving forward - RTHK" Reference image 2: visual subject "Financial Secretary Paul C
พอล ชาน โหมวโป (Paul Chan Mo‑po) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฮ่องกง เรียกร้องให้ฮ่องกงและประเทศในยุโรปกระชับการเจรจาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น หลังจากเขาเสร็จสิ้นการเยือนยุโรปเป็นเวลา 5 วันในฝรั่งเศส เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ โดยระบุว่า แม้ทั้งสองฝ่ายอาจมีความเห็นต่างในบางประเด็น แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ความแตกต่างเหล่านั้นกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น
ชานกล่าวหลังการพบปะกับผู้นำภาครัฐและธุรกิจในยุโรปว่า เศรษฐกิจของฮ่องกงและยุโรปยังมีพื้นที่จำนวนมากสำหรับการขยายความร่วมมือ ทั้งด้านการค้า การลงทุนข้ามพรมแดน และอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง
ชานเน้นว่าการรักษาช่องทางการพูดคุยอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ แม้จะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันในบางประเด็นก็ตาม เขามองว่าการมีเวทีพูดคุยอย่างสม่ำเสมอจะช่วยบริหารจัดการความแตกต่าง และรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ
ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือระหว่างฮ่องกงกับยุโรปสามารถช่วยสร้างความเข้าใจและเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้
จากการหารือกับผู้นำและภาคธุรกิจในยุโรป ชานสังเกตเห็นแนวโน้มสำคัญคือหลายประเทศในยุโรปกำลังให้ความสำคัญกับแนวคิด "Strategic Autonomy" หรือการเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงด้านการค้าและห่วงโซ่อุปทาน
แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหรือพันธมิตรเพียงไม่กี่ราย ส่งผลให้รัฐบาลและบริษัทในยุโรปต้องการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศและเสริมสร้างความร่วมมือแบบพหุภาคีมากขึ้น
ชานมองว่าสถานการณ์นี้เปิดโอกาสใหม่ให้ฮ่องกงสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับยุโรปให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
รัฐมนตรีคลังฮ่องกงระบุว่ามีหลายด้านที่ทั้งสองฝ่ายสามารถร่วมมือกันได้มากขึ้น เช่น
ชานเชื่อว่าความร่วมมือที่เน้นประโยชน์เชิงปฏิบัติในด้านเหล่านี้ จะช่วยให้ทั้งฮ่องกงและยุโรปสามารถปรับตัวต่อเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ดีขึ้น
แม้จะยอมรับว่าฮ่องกงและยุโรปมีความเห็นไม่ตรงกันในบางประเด็นเชิงนโยบาย ชานยังย้ำว่าการมีส่วนร่วมและการสื่อสารอย่างต่อเนื่องควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เขามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายควรตั้งอยู่บนความร่วมมือเชิงปฏิบัติและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน
ข้อความสำคัญจากการเยือนยุโรปครั้งนี้คือ การเพิ่มการเจรจาและการร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย จะช่วยให้ฮ่องกงและยุโรปสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมทั้งขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และนวัตกรรมเทคโนโลยีในอนาคตได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
พอล ชาน รัฐมนตรีคลังฮ่องกง เรียกร้องให้เพิ่มการเจรจาและความร่วมมือกับยุโรป หลังเยือนฝรั่งเศส เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ โดยเน้นโอกาสในด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยี[3][4]
พอล ชาน รัฐมนตรีคลังฮ่องกง เรียกร้องให้เพิ่มการเจรจาและความร่วมมือกับยุโรป หลังเยือนฝรั่งเศส เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ โดยเน้นโอกาสในด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยี[3][4] เขาชี้ว่ายุโรปกำลังมองหาความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและการกระจายความเสี่ยงทางการค้า ซึ่งเปิดโอกาสให้ฮ่องกงสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น[1][3]