ผู้โจมตีปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่หรือคนรู้จักที่น่าเชื่อถือ สร้างคำเชิญและบทสนทนาที่ดูสมจริง ก่อนพาเหยื่อเข้าสู่ขั้นตอนความปลอดภัยของบัญชี เช่น การอนุมัติ Google OAuth การสร้างรหัสผ่านเฉพาะแอป หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ WhatsApp
วิธีนี้อาจทำให้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย หรือ MFA ซึ่งผู้ใช้มักมองว่าเป็นเกราะป้องกันสำคัญ ถูกเลี่ยงได้โดยไม่ต้องขโมยรหัสผ่านโดยตรง เหยื่ออาจไม่ได้พิมพ์รหัสผ่านให้ผู้โจมตี แต่กลับอนุมัติแอป OAuth สร้างรหัสผ่านสำหรับแอป หรือสแกนรหัสเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์แทน การกระทำเหล่านี้อาจเปิดช่องทางที่ดูถูกต้องตามระบบให้ผู้โจมตีเข้าบัญชีได้
UNC6293 มีรายงานว่าปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รวมถึงผู้ติดต่อที่เหยื่อไว้วางใจ เพื่อโน้มน้าวให้เป้าหมายสร้างและเปิดเผย รหัสผ่านเฉพาะแอป ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีเข้าบัญชีได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนขั้นที่สองตามปกติ
GTIG ยังระบุถึงการทำฟิชชิงผ่านหน้าขอความยินยอม OAuth โดยผู้โจมตีพยายามขอโทเคนที่ได้รับอนุญาตเพื่อเข้าถึงบัญชี แทนการขโมยรหัสผ่านโดยตรง
GTIG ประเมินด้วยความเชื่อมั่นระดับปานกลางว่า UNC6293 เป็นกลุ่มย่อยที่ทำหน้าที่เจาะช่องทางเข้าถึงระยะแรกของ ICE RELIC ซึ่งเป็นชื่อที่ Google ใช้เรียกกลุ่มที่เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ APT29
UNC7005 ใช้เทคนิคหลายรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ได้แก่
แม้ UNC7005 จะมีเป้าหมายและใช้ประโยชน์จากขั้นตอนยืนยันตัวตนที่ถูกต้องตามระบบคล้ายกับ UNC6293 แต่ GTIG ยังคงติดตามแยกกัน เนื่องจากเทคนิคปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานของทั้งสองกลุ่มแตกต่างกัน
UNC5976 มีรายงานว่ามุ่งเป้าบุคลากรและองค์กรด้านทหาร อุตสาหกรรมอวกาศ และกลาโหม โดยรวมถึงเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับยูเครนและอาร์เมเนีย การโจมตีใช้ฟิชชิง OAuth เพื่อขอสิทธิ์เข้าถึงบัญชีหรือข้อมูลของเหยื่อ
GTIG ประเมินด้วยความเชื่อมั่นระดับสูงว่า กิจกรรมโดยรวมมีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการประเมินด้านการระบุแหล่งที่มา ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดการปฏิบัติการทุกส่วน หรือความสัมพันธ์ระหว่างทุกกลุ่มได้รับการพิสูจน์ด้วยระดับความแน่นอนเท่ากัน
รายงานที่มีอยู่ยังระบุถึงความเป็นไปได้ที่กิจกรรมบางส่วนเชื่อมโยงกับ ICE RELIC หรือ APT29 โดย GTIG ประเมินความเชื่อมโยงระหว่าง UNC6293 กับ ICE RELIC ด้วยความเชื่อมั่นระดับปานกลาง ขณะที่ยังติดตามทั้ง 3 กลุ่มแยกจากกัน เพราะรูปแบบการปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
MFA ยังช่วยลดความเสี่ยงได้มาก แต่ไม่เพียงพอหากผู้โจมตีสามารถหลอกให้ผู้ใช้อนุมัติการกระทำที่ผิด เช่น กดยอมรับหน้าขอสิทธิ์ OAuth สร้างรหัสผ่านเฉพาะแอป หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ WhatsApp ของคนร้าย
บทเรียนสำคัญคือ ควรมองคำขอยืนยันตัวตนเป็น “ธุรกรรม” ที่ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ขั้นตอนที่ปลอดภัยโดยอัตโนมัติเพียงเพราะปรากฏอยู่ในบริการที่คุ้นเคย
คำแนะนำของ GTIG เน้นให้ผู้ใช้ชะลอขั้นตอนที่ผู้โจมตีกำลังพยายามเร่งให้ดำเนินการ ดังนี้
สำหรับผู้ที่ทำงานในภาคส่วนอ่อนไหว นิสัยที่สำคัญที่สุดอาจเรียบง่ายกว่าที่คิด: แบรนด์ที่คุ้นเคย หน้าเข้าสู่ระบบจริง หรือฟีเจอร์ยืนยันตัวตนของแท้ ไม่ได้แปลว่าคำขอนั้นปลอดภัยเสมอไป ต้องตรวจสอบทั้งคำขอและตัวตนของบุคคลหรือองค์กรที่เป็นผู้เริ่มต้นคำขอด้วย