Liu Wei อดีตนักวิทยาศาสตร์ AI ของ Tencent ระบุว่าจีนกำลังตามหลังในการแข่งขันโมเดลภาษาใหญ่ เพราะส่วนใหญ่ยังพัฒนาโดยการตามรอยความก้าวหน้าจากที่อื่น [2] เขาอธิบายว่า “กระบวนทัศน์ใหม่ของ AI” หมายถึงนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิธีใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่โมเดลที่ได้คะแนน benchmark สูงขึ้น [2] หลังออกจาก Tencent...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did former Tencent AI lead Liu Wei say about why China is currently losing the large language model (LLM) race, what he means by the ne. Article summary: Liu Wei’s argument is basically that China is behind in LLMs because it is still mostly following a path set elsewhere, while the leaders are creating the next breakthrough pattern themselves. He says China can still win. Topic tags: general, education, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "5 hours ago - A distinguished scientist at the Shenzhen-based company, Liu was also head of its Hunyuan team, the firm’s foundational model development unit for the generative AI e" source context "China is losing the LLM race but it can still win in AI, ex-Tencent AI lead says - ChinaTechNews.com" Ref
นักวิจัยปัญญาประดิษฐ์ Liu Wei อดีตนักวิทยาศาสตร์ระดับ Distinguished Scientist ของ Tencent และหนึ่งในผู้นำด้านเทคนิคของทีมโมเดลขนาดใหญ่ Hunyuan ออกมาให้มุมมองอย่างตรงไปตรงมาว่า จีนกำลังตามหลังในการแข่งขันโมเดลภาษาใหญ่ (Large Language Models หรือ LLMs) ในระดับโลก แต่เขาย้ำว่านั่นไม่ได้หมายความว่าการแข่งขัน AI ทั้งหมดจบลงแล้ว
แกนสำคัญของมุมมองเขาคือ ความแตกต่างระหว่าง การวิ่งตามกระบวนทัศน์เทคโนโลยีที่มีอยู่ กับ การเป็นผู้สร้างกระบวนทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรม หากประเทศหรือบริษัทใดทำได้เพียงตามทันสิ่งที่ผู้นำทำไว้แล้ว ก็เสี่ยงถูกทิ้งห่างทันทีเมื่อแนวหน้าเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง
Liu มองว่าปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่เทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง กลยุทธ์ของระบบนิเวศ AI เขาระบุว่าการพัฒนา AI จำนวนมากในจีนมุ่งไปที่การ ทำโมเดลให้คล้ายกับระบบที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เช่นผู้ช่วยสนทนาแบบ ChatGPT
ปัญหาของแนวทางนี้คือ เมื่อคุณเป็นฝ่าย “ตาม” เทคโนโลยี แนวหน้าสามารถขยับไปสู่แนวคิดใหม่ได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้ตามต้องเริ่มไล่ตามรอบใหม่อีกครั้ง
Liu อธิบายภาพนี้อย่างชัดเจนว่า ในยุค AI หากคุณเป็นผู้ตามทางเทคโนโลยี ก็มีความเสี่ยงที่ “พรมจะถูกดึงออกจากใต้เท้า” เมื่อแนวหน้าของอุตสาหกรรมเปลี่ยนทิศ
กล่าวอีกอย่างคือ ปัญหาไม่ใช่แค่โมเดลของจีนอาจตามหลังเวอร์ชันล่าสุดเท่านั้น แต่คือ ทิศทางของอุตสาหกรรมยังถูกกำหนดจากที่อื่น
คำที่ Liu ใช้บ่อยในการสัมภาษณ์คือคำว่า “paradigm” หรือ กระบวนทัศน์ ซึ่งในมุมมองของเขาหมายถึง ความก้าวหน้าที่เปลี่ยนวิธีสร้าง ใช้งาน และทำธุรกิจกับ AI ไม่ใช่แค่การเพิ่มคะแนน benchmark ของโมเดล
ตัวอย่างของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น
ความสำคัญของนวัตกรรมระดับนี้คือ มันไม่ได้เพียงทำให้โมเดลดีขึ้น แต่ เปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้และ workflow ของอุตสาหกรรม จนสร้างศูนย์กลางใหม่ของตลาด
ดังนั้น สำหรับ Liu การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การสร้างแชตบอตที่เก่งขึ้นเล็กน้อย แต่คือ การสร้างนวัตกรรมที่จะกำหนดหมวดหมู่ใหม่ของ AI และทำให้ทั้งอุตสาหกรรมต้องปรับตัวตาม
Liu ทำงานกับ Tencent มานานกว่า 8 ปี และเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนา โมเดลพื้นฐาน Hunyuan ของบริษัท แต่ในช่วงปลายปี 2024 เขาตัดสินใจลาออกจากบริษัท
หลังจากนั้นเขาก่อตั้งสตาร์ตอัพด้าน AI ชื่อ Video Rebirth ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีสร้างวิดีโอด้วย AI และสิ่งที่เรียกว่า “world model”
เป้าหมายของบริษัทคือสร้างระบบที่สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูง มีความสอดคล้องทางกายภาพ และควบคุมรายละเอียดได้ดี เพื่อนำไปใช้ในงานระดับมืออาชีพ เช่น
บริษัทสามารถระดมทุนได้หลายสิบล้านดอลลาร์ในรอบแรก และตั้งใจพัฒนาแพลตฟอร์มที่เน้นผู้สร้างมืออาชีพมากกว่าตลาดเครื่องมือสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ทิศทางนี้สะท้อนว่าลิวเชื่อว่า AI แบบหลายโมดัล (multimodal) และโมเดลโลกสำหรับวิดีโอ อาจเป็นแนวหน้าถัดไปของเทคโนโลยี AI
แม้จะวิจารณ์ตำแหน่งของจีนในสนาม LLM ปัจจุบัน Liu ไม่ได้มองว่าการแข่งขัน AI จบลงแล้ว
เขาให้เหตุผลว่า ความก้าวหน้าของ AI มักเกิดเป็นคลื่นของกระบวนทัศน์ใหม่ และผู้นำสามารถเปลี่ยนมือได้เมื่อเกิดนวัตกรรมครั้งใหญ่ครั้งถัดไป
ดังนั้นคำถามเชิงกลยุทธ์จริง ๆ ไม่ใช่
แต่คือ
หากจีนสามารถเป็นผู้สร้างกระบวนทัศน์ใหม่ ไม่ว่าจะในด้าน agent อัตโนมัติ ระบบมัลติโหมด หรือ world model ก็อาจเปลี่ยนภูมิทัศน์การแข่งขันและไม่ต้องวิ่งตามผู้นำเดิมอีกต่อไป
ในมุมมองของ Liu การพ่ายแพ้ในช่วง ยุค LLM ปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าจะพ่ายแพ้ในการแข่งขัน AI ระยะยาว สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือ ใครจะเป็นผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งต่อไปของอุตสาหกรรม
ความคิดเห็นของ Liu สะท้อนการถกเถียงที่กำลังเกิดขึ้นในวงการ AI ทั่วโลก นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าสหรัฐยังคงมีความได้เปรียบด้านโมเดลขั้นแนวหน้าและโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่จีนกำลังเร่งสร้างระบบนิเวศโมเดลของตัวเองและขยายการใช้งานอย่างรวดเร็ว
คำเตือนของเขาจึงสะท้อนความจริงอย่างหนึ่งในโลกเทคโนโลยี: การไล่ตามปัจจุบันอาจไม่สำคัญเท่าการเป็นผู้สร้างอนาคต
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Liu Wei อดีตนักวิทยาศาสตร์ AI ของ Tencent ระบุว่าจีนกำลังตามหลังในการแข่งขันโมเดลภาษาใหญ่ เพราะส่วนใหญ่ยังพัฒนาโดยการตามรอยความก้าวหน้าจากที่อื่น [2]
Liu Wei อดีตนักวิทยาศาสตร์ AI ของ Tencent ระบุว่าจีนกำลังตามหลังในการแข่งขันโมเดลภาษาใหญ่ เพราะส่วนใหญ่ยังพัฒนาโดยการตามรอยความก้าวหน้าจากที่อื่น [2] เขาอธิบายว่า “กระบวนทัศน์ใหม่ของ AI” หมายถึงนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิธีใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่โมเดลที่ได้คะแนน benchmark สูงขึ้น [2]
หลังออกจาก Tencent ในปี 2024 Liu ก่อตั้งสตาร์ตอัพ Video Rebirth เพื่อพัฒนา AI สร้างวิดีโอและ world model ซึ่งเขามองว่าอาจเป็นแนวหน้าถัดไปของ AI [20][23]