Fellowship Entertainment จะรับช่วงดูแล IP และแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Embracer หลายรายการ ได้แก่
โครงสร้างใหม่ยังจะรวมสตูดิโอและทีมพัฒนาที่ทำงานกับแฟรนไชส์เหล่านี้ไว้ด้วยกัน เพื่อให้การพัฒนาและขยายจักรวาลของแต่ละ IP เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
หนึ่งในเสาหลักของ Fellowship Entertainment คือ การขยายธุรกิจลิขสิทธิ์ (licensing) จากแฟรนไชส์เดิมที่มีฐานแฟนขนาดใหญ่
Embracer ระบุว่าบริษัทใหม่จะรวมความสามารถด้าน
ธุรกิจลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะที่พัฒนาต่อยอดจากหน่วยงาน Middle‑earth Enterprises จะเป็นหัวใจของกลยุทธ์นี้ และถูกใช้เพื่อสร้างความร่วมมือกับบริษัทด้านเกม สื่อบันเทิง และสินค้าลิขสิทธิ์ในตลาดต่าง ๆ
แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนแฟรนไชส์เกมให้กลายเป็น แพลตฟอร์มความบันเทิงหลายรูปแบบ แทนที่จะพึ่งพารายได้จากการออกเกมภาคใหม่เพียงอย่างเดียว
Lars Wingefors ประธานบอร์ดของ Embracer อธิบายว่าการแยกบริษัทมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความชัดเจนเชิงกลยุทธ์ และช่วยให้แต่ละธุรกิจสามารถเติบโตตามแนวทางของตัวเองได้
การแยกบริษัทคาดว่าจะช่วย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ประกาศแผน บริษัท ยังไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินอย่างละเอียด หรือกำหนดการวางจำหน่ายเกม AAA เฉพาะเจาะจง สำหรับ Fellowship Entertainment
หลังการสปินออฟเสร็จสิ้น Embracer จะยังคงเป็นบริษัทจดทะเบียนแยกต่างหาก พร้อมโครงสร้างการบริหารที่มีลักษณะกระจายอำนาจมากขึ้น และกลยุทธ์ธุรกิจที่แตกต่างจาก Fellowship
หนึ่งในธุรกิจสำคัญที่ยังคงอยู่กับ Embracer คือ ธุรกิจเกมมือถือ ซึ่งรวมถึงสตูดิโออย่าง
สตูดิโอเหล่านี้ดูแลเกมแนว live‑service และเกมมือถือจำนวนมาก และจะไม่ถูกย้ายไปอยู่ในบริษัท IP‑focused ใหม่
หากแผนดำเนินไปตามกำหนด การเข้าตลาดของ Fellowship Entertainment ในปี 2027 จะสร้างบริษัทเกมใหม่ที่มีพอร์ต IP ระดับโลกจำนวนมากอยู่ภายใต้บริษัทเดียว
ด้วยการรวม การพัฒนาเกม การจัดจำหน่าย และการให้ลิขสิทธิ์ ไว้ในโครงสร้างเดียว Fellowship มีเป้าหมายที่จะขยายแฟรนไชส์เหล่านี้ไปสู่ระบบนิเวศความบันเทิงที่กว้างกว่าเดิม ทั้งในเกม สื่อ และความร่วมมือทางธุรกิจต่าง ๆ
สำหรับ Embracer นี่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ เพื่อแยกธุรกิจออกเป็นหน่วยที่มีทิศทางชัดเจนและความรับผิดชอบที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
Comments
0 comments