บอริส วูยชิชเห็นว่า ยุโรปควรรับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วยการเชื่อมตลาดภายในให้ลึกขึ้น ไม่ใช่ถอยห่างจากเศรษฐกิจโลก ข้อมูลที่เขานำเสนอชี้ว่า อุปสรรคในการเข้าถึงตลาดหุ้นลดลงเร็วกว่าระหว่างยูโรโซนกับสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับภายในยูโรโซนเอง ข้อเสนอครอบคลุมการทำตลาดเดียวให้สมบูรณ์ ลดกฎเกณฑ์ที่แตกต่างข้ามประเทศ และพัฒ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did ECB Vice President Boris Vujcic argue at the Central Bank of Ireland’s Financial System Conference in Dublin on November 2, 2026, a. Article summary: Vujčić’s central argument was that Europe should respond to geopolitical fragmentation by integrating more deeply internally—not by closing itself off externally: a genuinely single market would strengthen both prosperit. Topic tags: general, government, general web, academic. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ในการประชุมระบบการเงินของธนาคารกลางไอร์แลนด์ที่กรุงดับลินเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 บอริส วูยชิช รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เสนอว่า ยุโรปควรรับมือกับโลกที่แบ่งขั้วและผันผวนด้วยการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในให้แน่นแฟ้นขึ้น พร้อมเปิดรับโลกต่อไป ไม่ใช่หันเข้าหาตัวเอง การทำตลาดเดียวของยุโรปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอาจช่วยทั้งการเติบโตและความสามารถในการรับมือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ 31
ประเด็นสำคัญคือ ยุโรปยังเชื่อมโยงกับตลาดโลก แต่ตลาดการเงินระหว่างประเทศสมาชิกกลับเชื่อมถึงกันไม่เต็มที่ วูยชิชจึงมองว่าควรทำให้ธุรกิจและนักลงทุนดำเนินงานและหาเงินทุนข้ามพรมแดนในยุโรปได้สะดวกขึ้น 19
31
ข้อมูลประกอบการนำเสนอของ ECB ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2557 อุปสรรคในตลาดหุ้นลดลงราว 12 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในยูโรโซน เทียบกับประมาณ 25 จุดเปอร์เซ็นต์ระหว่างยูโรโซนกับสหรัฐฯ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีขึ้นเร็วกว่าการเข้าถึงตลาดข้ามพรมแดนภายในยูโรโซน 19
ข้อมูลอื่นในชุดนำเสนอชี้ว่า เงินออมจากยุโรปไหลไปลงทุนในบริษัทสหรัฐฯ เงินลงทุนจากธุรกิจเงินร่วมลงทุน (venture capital) ในสหรัฐฯ มีขนาดราว 6 เท่าของสหภาพยุโรป และบริษัทสตาร์ทอัพยุโรปมีแนวโน้มย้ายฐานหรือเข้าจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศมากกว่า 19 ข้อกังวลของวูยชิชไม่ใช่ว่าการลงทุนระหว่างประเทศเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ แต่คือบริษัทในยุโรปอาจหาแหล่งทุนในบ้านตัวเองได้ยากขึ้นเมื่อเติบโต จนต้องพึ่งตลาดภายนอกเพื่อขยายธุรกิจและเข้าถึงเงินทุน
31
วูยชิชเชื่อมโยงการบูรณาการทางการเงินเข้ากับความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ตัวเลขที่นำเสนอประเมินว่า ตลาดและการโอนเงินระหว่างภาครัฐช่วยรองรับแรงกระแทกต่อผลผลิตได้ราว 70% ในสหรัฐฯ เทียบกับประมาณ 30% ในยูโรโซน ส่วนตลาดทุนเพียงอย่างเดียวช่วยรองรับแรงกระแทกในยูโรโซนได้เพียง 5–10% 19
การนำเสนอยังเปรียบเทียบการลงทุนของบริษัทด้วย โดยบริษัทที่เจ้าของอยู่ในประเทศเดียวกับธุรกิจในยุโรปลดการลงทุนมากกว่าบริษัทที่มีเจ้าของจากต่างประเทศในช่วงโควิด-19 ขณะที่หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น บริษัทในยุโรปลดการลงทุน แต่บริษัทสหรัฐฯ ไม่ได้ตอบสนองในลักษณะเดียวกัน 19 ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิดว่า การเข้าถึงแหล่งทุนที่หลากหลายขึ้นอาจช่วยให้ธุรกิจผ่านช่วงช็อกได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าความแตกแยกของตลาดการเงินเป็นสาเหตุเดียวของความแตกต่างดังกล่าว
อีกข้อเสนอหลักของวูยชิชคือ กฎ มาตรฐาน และขั้นตอนที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศยังทำให้บริษัททำธุรกิจข้ามพรมแดนได้ยาก เขาเปรียบความแตกต่างเหล่านี้ว่าเป็นเสมือน “ภาษีภายใน” โดย ECB ประเมินว่าอุปสรรคด้านกฎระเบียบมีขนาดเทียบเท่าภาษีราว 67% สำหรับสินค้า และ 95% สำหรับบริการ ตัวเลขนี้เป็นการประเมินผลของกฎระเบียบ ไม่ใช่อัตราภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจริง 31
32
ข้อมูลประกอบการนำเสนอยังกล่าวถึงสถานการณ์จำลองว่า หากลดอุปสรรคเหล่านี้ลง 2% ก็อาจชดเชยผลกระทบระยะยาวจากการสูญเสีย GDP ที่คาดการณ์ไว้ 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากภาษีสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นในช่วงปี 2568–2570 19 ตัวเลขนี้แสดงขนาดที่การปฏิรูปภายในอาจมีความสำคัญ ไม่ใช่คำรับรองว่าจะชดเชยผลกระทบได้ทันทีหรือแน่นอน
ข้อเสนอของวูยชิชเน้นการทำให้ตลาดยุโรปทำงานใกล้เคียงกับตลาดเดียวมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการทำสหภาพการออมและการลงทุนให้สมบูรณ์ พร้อมมาตรการอย่างระบบประกันเงินฝากยุโรปและกฎภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่สอดคล้องกัน เพื่อให้การเงินข้ามพรมแดนทำได้ง่ายขึ้น 31
เขายังกล่าวถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของยุโรป เงินยูโรดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเรื่องความเป็นอิสระทางการเงินของยุโรป ส่วน Pontes คือระบบของยูโรซิสเต็มที่เชื่อมแพลตฟอร์มบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์เข้ากับบริการ TARGET เพื่อชำระธุรกรรมสินทรัพย์โทเคนระหว่างสถาบันการเงินด้วยเงินธนาคารกลาง โดยเริ่มเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 31
9
แก่นของข้อเสนอคือการแยกให้ออกระหว่าง “เปิดกว้าง” กับ “พึ่งพาภายนอกมากเกินไป” วูยชิชไม่ได้เสนอให้ยุโรปปิดตัว แต่เห็นว่าตลาดภายในและเครือข่ายการเงินที่แข็งแรงจะช่วยให้ยุโรปรักษาความเปิดกว้างไว้ได้ พร้อมมีขีดความสามารถรองรับความเสี่ยงจากภายในมากขึ้น 31
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บอริส วูยชิชเห็นว่า ยุโรปควรรับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วยการเชื่อมตลาดภายในให้ลึกขึ้น ไม่ใช่ถอยห่างจากเศรษฐกิจโลก
บอริส วูยชิชเห็นว่า ยุโรปควรรับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วยการเชื่อมตลาดภายในให้ลึกขึ้น ไม่ใช่ถอยห่างจากเศรษฐกิจโลก ข้อมูลที่เขานำเสนอชี้ว่า อุปสรรคในการเข้าถึงตลาดหุ้นลดลงเร็วกว่าระหว่างยูโรโซนกับสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับภายในยูโรโซนเอง
ข้อเสนอครอบคลุมการทำตลาดเดียวให้สมบูรณ์ ลดกฎเกณฑ์ที่แตกต่างข้ามประเทศ และพัฒนาระบบการเงินและการชำระเงินของยุโรป
บอริส วูยชิชเห็นว่า ยุโรปควรรับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วยการเชื่อมตลาดภายในให้ลึกขึ้น ไม่ใช่ถอยห่างจากเศรษฐกิจโลก ข้อมูลที่เขานำเสนอชี้ว่า อุปสรรคในการเข้าถึงตลาดหุ้นลดลงเร็วกว่าระหว่างยูโรโซนกับสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับภายในยูโรโซนเอง ข้อเสนอครอบคลุมการทำตลาดเดียวให้สมบูรณ์ ลดกฎเกณฑ์ที่แตกต่างข้ามประเทศ และพัฒ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did ECB Vice President Boris Vujcic argue at the Central Bank of Ireland’s Financial System Conference in Dublin on November 2, 2026, a. Article summary: Vujčić’s central argument was that Europe should respond to geopolitical fragmentation by integrating more deeply internally—not by closing itself off externally: a genuinely single market would strengthen both prosperit. Topic tags: general, government, general web, academic. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ในการประชุมระบบการเงินของธนาคารกลางไอร์แลนด์ที่กรุงดับลินเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 บอริส วูยชิช รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เสนอว่า ยุโรปควรรับมือกับโลกที่แบ่งขั้วและผันผวนด้วยการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในให้แน่นแฟ้นขึ้น พร้อมเปิดรับโลกต่อไป ไม่ใช่หันเข้าหาตัวเอง การทำตลาดเดียวของยุโรปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอาจช่วยทั้งการเติบโตและความสามารถในการรับมือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ 31
ประเด็นสำคัญคือ ยุโรปยังเชื่อมโยงกับตลาดโลก แต่ตลาดการเงินระหว่างประเทศสมาชิกกลับเชื่อมถึงกันไม่เต็มที่ วูยชิชจึงมองว่าควรทำให้ธุรกิจและนักลงทุนดำเนินงานและหาเงินทุนข้ามพรมแดนในยุโรปได้สะดวกขึ้น 19
31
ข้อมูลประกอบการนำเสนอของ ECB ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2557 อุปสรรคในตลาดหุ้นลดลงราว 12 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในยูโรโซน เทียบกับประมาณ 25 จุดเปอร์เซ็นต์ระหว่างยูโรโซนกับสหรัฐฯ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีขึ้นเร็วกว่าการเข้าถึงตลาดข้ามพรมแดนภายในยูโรโซน 19
ข้อมูลอื่นในชุดนำเสนอชี้ว่า เงินออมจากยุโรปไหลไปลงทุนในบริษัทสหรัฐฯ เงินลงทุนจากธุรกิจเงินร่วมลงทุน (venture capital) ในสหรัฐฯ มีขนาดราว 6 เท่าของสหภาพยุโรป และบริษัทสตาร์ทอัพยุโรปมีแนวโน้มย้ายฐานหรือเข้าจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศมากกว่า 19 ข้อกังวลของวูยชิชไม่ใช่ว่าการลงทุนระหว่างประเทศเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ แต่คือบริษัทในยุโรปอาจหาแหล่งทุนในบ้านตัวเองได้ยากขึ้นเมื่อเติบโต จนต้องพึ่งตลาดภายนอกเพื่อขยายธุรกิจและเข้าถึงเงินทุน
31
วูยชิชเชื่อมโยงการบูรณาการทางการเงินเข้ากับความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ตัวเลขที่นำเสนอประเมินว่า ตลาดและการโอนเงินระหว่างภาครัฐช่วยรองรับแรงกระแทกต่อผลผลิตได้ราว 70% ในสหรัฐฯ เทียบกับประมาณ 30% ในยูโรโซน ส่วนตลาดทุนเพียงอย่างเดียวช่วยรองรับแรงกระแทกในยูโรโซนได้เพียง 5–10% 19
การนำเสนอยังเปรียบเทียบการลงทุนของบริษัทด้วย โดยบริษัทที่เจ้าของอยู่ในประเทศเดียวกับธุรกิจในยุโรปลดการลงทุนมากกว่าบริษัทที่มีเจ้าของจากต่างประเทศในช่วงโควิด-19 ขณะที่หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น บริษัทในยุโรปลดการลงทุน แต่บริษัทสหรัฐฯ ไม่ได้ตอบสนองในลักษณะเดียวกัน 19 ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิดว่า การเข้าถึงแหล่งทุนที่หลากหลายขึ้นอาจช่วยให้ธุรกิจผ่านช่วงช็อกได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าความแตกแยกของตลาดการเงินเป็นสาเหตุเดียวของความแตกต่างดังกล่าว
อีกข้อเสนอหลักของวูยชิชคือ กฎ มาตรฐาน และขั้นตอนที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศยังทำให้บริษัททำธุรกิจข้ามพรมแดนได้ยาก เขาเปรียบความแตกต่างเหล่านี้ว่าเป็นเสมือน “ภาษีภายใน” โดย ECB ประเมินว่าอุปสรรคด้านกฎระเบียบมีขนาดเทียบเท่าภาษีราว 67% สำหรับสินค้า และ 95% สำหรับบริการ ตัวเลขนี้เป็นการประเมินผลของกฎระเบียบ ไม่ใช่อัตราภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจริง 31
32
ข้อมูลประกอบการนำเสนอยังกล่าวถึงสถานการณ์จำลองว่า หากลดอุปสรรคเหล่านี้ลง 2% ก็อาจชดเชยผลกระทบระยะยาวจากการสูญเสีย GDP ที่คาดการณ์ไว้ 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากภาษีสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นในช่วงปี 2568–2570 19 ตัวเลขนี้แสดงขนาดที่การปฏิรูปภายในอาจมีความสำคัญ ไม่ใช่คำรับรองว่าจะชดเชยผลกระทบได้ทันทีหรือแน่นอน
ข้อเสนอของวูยชิชเน้นการทำให้ตลาดยุโรปทำงานใกล้เคียงกับตลาดเดียวมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการทำสหภาพการออมและการลงทุนให้สมบูรณ์ พร้อมมาตรการอย่างระบบประกันเงินฝากยุโรปและกฎภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่สอดคล้องกัน เพื่อให้การเงินข้ามพรมแดนทำได้ง่ายขึ้น 31
เขายังกล่าวถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของยุโรป เงินยูโรดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเรื่องความเป็นอิสระทางการเงินของยุโรป ส่วน Pontes คือระบบของยูโรซิสเต็มที่เชื่อมแพลตฟอร์มบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์เข้ากับบริการ TARGET เพื่อชำระธุรกรรมสินทรัพย์โทเคนระหว่างสถาบันการเงินด้วยเงินธนาคารกลาง โดยเริ่มเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 31
9
แก่นของข้อเสนอคือการแยกให้ออกระหว่าง “เปิดกว้าง” กับ “พึ่งพาภายนอกมากเกินไป” วูยชิชไม่ได้เสนอให้ยุโรปปิดตัว แต่เห็นว่าตลาดภายในและเครือข่ายการเงินที่แข็งแรงจะช่วยให้ยุโรปรักษาความเปิดกว้างไว้ได้ พร้อมมีขีดความสามารถรองรับความเสี่ยงจากภายในมากขึ้น 31
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บอริส วูยชิชเห็นว่า ยุโรปควรรับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วยการเชื่อมตลาดภายในให้ลึกขึ้น ไม่ใช่ถอยห่างจากเศรษฐกิจโลก
บอริส วูยชิชเห็นว่า ยุโรปควรรับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วยการเชื่อมตลาดภายในให้ลึกขึ้น ไม่ใช่ถอยห่างจากเศรษฐกิจโลก ข้อมูลที่เขานำเสนอชี้ว่า อุปสรรคในการเข้าถึงตลาดหุ้นลดลงเร็วกว่าระหว่างยูโรโซนกับสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับภายในยูโรโซนเอง
ข้อเสนอครอบคลุมการทำตลาดเดียวให้สมบูรณ์ ลดกฎเกณฑ์ที่แตกต่างข้ามประเทศ และพัฒนาระบบการเงินและการชำระเงินของยุโรป