คริสติน ลาการ์ดเตือนว่ายุโรปไม่ควรพลาด AI ซ้ำรอยการปฏิวัติดิจิทัลครั้งแรก โดยบริษัทในยูโรโซนคาดว่าจะจัดสรรเงินลงทุนเฉลี่ยราว 9% ให้ AI ในปี 2026 แต่ตลาดที่ยังแบ่งแยกอาจขัดขวางการขยายธุรกิจ ข้อเสนอสำคัญคือการทำให้ตลาดเดียวของยุโรปทำงานเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น จัดตั้งรูปแบบนิติบุคคลยุโรปแบบสมัครใจที่เรียกว่า “EU Inc.” แล...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did ECB President Christine Lagarde say about why Europe must not miss the artificial-intelligence revolution, which barriers—such as f. Article summary: Lagarde’s central message was that Europe cannot repeat its failure to turn the first digital revolution into globally scaled firms: AI is a second such revolution, and missing it would further weaken Europe’s productivi. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสารทั้งในเชิงเตือนภัยและข้อเสนอเชิงนโยบายว่า ยุโรปไม่ควรพลาดการปฏิวัติปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซ้ำรอยการปฏิวัติดิจิทัลครั้งแรก ซึ่งมูลค่าทางธุรกิจจากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกเก็บเกี่ยวโดยบริษัทนอกยุโรปเป็นสัดส่วนมาก เธอมองว่า AI คือ “การปฏิวัติดิจิทัลครั้งที่สอง” และหากยุโรปตามไม่ทัน ก็อาจสูญเสียทั้งผลิตภาพ นวัตกรรม และอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น
ข่าวดีคือบริษัทในยุโรปเริ่มลงทุนแล้ว แต่ความเสี่ยงในมุมมองของลาการ์ดอยู่ที่ตลาดภายในและตลาดทุนของยุโรปยังไม่เป็นหนึ่งเดียวมากพอ จนอาจทำให้เงินลงทุนไม่กระจายไปทั่วเศรษฐกิจ และไม่สามารถผลักดันบริษัทหน้าใหม่ให้เติบโตจนแข่งขันในระดับโลกได้
ข้อมูลสำรวจที่ลาการ์ดอ้างถึงระบุว่า บริษัทในยูโรโซนคาดว่าจะจัดสรรเงินลงทุนทั้งหมดเฉลี่ยประมาณ 9% ให้กับ AI ในปี 2026 ตัวเลขนี้สะท้อนความสนใจของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ายุโรปคว้าชัยในการแข่งขัน AI แล้ว
ข้อมูลอีกชุดจาก ECB ชี้ว่าการใช้งาน AI กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สัดส่วนพนักงานที่ระบุว่าใช้ AI เพิ่มจาก 26% ในปี 2024 เป็น 40% ในปี 2025 ขณะที่ลาการ์ดกล่าวในสุนทรพจน์อีกครั้งว่า ผู้ให้บริการดิจิทัลในยุโรปรายงานการเติบโตระดับเลขสองหลักจากการที่ธุรกิจนำเครื่องมือ AI มาใช้ และบริษัทที่ใช้งาน AI แล้วมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 4%
ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าบริษัทในยุโรปจะซื้อเครื่องมือ AI หรือไม่ แต่คือบริษัทเหล่านั้นจะนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลิตภาพ จัดหาเงินทุนเพื่อขยายกิจการ และเติบโตข้ามพรมแดนได้หรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องย้ายฐานออกไปที่อื่น
ลาการ์ดระบุอุปสรรคที่เกี่ยวเนื่องกันสองประการ
ประการแรก ตลาดเดียวของสหภาพยุโรปยังผนวกรวมกันไม่เพียงพอสำหรับเทคโนโลยีดิจิทัล กฎระเบียบ ระบบกฎหมาย และขั้นตอนราชการที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ทำให้บริษัทดิจิทัลแห่งหนึ่งให้บริการทั่วสหภาพยุโรปได้ยากกว่าการดำเนินงานในตลาดขนาดใหญ่ของประเทศเดียว
ประการที่สอง ตลาดทุนยุโรปยังแบ่งแยกกันอยู่ ส่งผลให้เงินทุนความเสี่ยงที่พร้อมสนับสนุนบริษัทนวัตกรรมมีจำกัด โดยเฉพาะเมื่อบริษัทก้าวพ้นระยะเริ่มต้นและต้องการเงินทุนก้อนใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินร่วมลงทุน เงินทุนเพื่อการเติบโต หรือการระดมทุนผ่านหุ้น
ปัญหาทั้งสองทำให้บริษัทที่มีศักยภาพเสียเปรียบในการขยายธุรกิจ บริษัทหน้าใหม่อาจระดมทุนรอบใหญ่ได้ยาก ขยายกิจการข้ามพรมแดนได้ไม่คล่อง หรือเข้าจดทะเบียนในตลาดยุโรปได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื้อหาที่มีอยู่สำหรับคำกล่าวของลาการ์ดไม่ได้ให้ตัวเลขที่ตรวจสอบได้เกี่ยวกับอัตราการย้ายฐานหรือช่องว่างด้านเงินทุน จึงไม่ควรสรุปขนาดของความเสียเปรียบเกินหลักฐานที่มี
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเชิงนโยบายชัดเจน นั่นคือยุโรปอาจสร้างนวัตกรรมได้ แต่ไม่สามารถรักษาบริษัทและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมนั้นไว้ในภูมิภาคได้มากพอ
ลาการ์ดวางประเด็น AI ไว้ในภาพใหญ่ของเศรษฐกิจยุโรป เธอกล่าวว่าโมเดลการเติบโตหลังสงครามโลกครั้งที่สองเคยอาศัยปัจจัยหลายด้านที่เกื้อหนุนกัน แต่รากฐานเหล่านั้นกำลังอ่อนแรงลง แรงกดดันสำคัญ ได้แก่ ข้อจำกัดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และจีนที่มีศักยภาพการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ AI จึงมีความสำคัญมากกว่าแค่ภาคเทคโนโลยี หากบริษัทในยุโรปนำ AI ไปใช้ในภาคการผลิต บริการ และงานวิจัยได้อย่างกว้างขวาง เทคโนโลยีนี้อาจช่วยเพิ่มผลิตภาพ และบรรเทาแรงกดดันบางส่วนที่ทำให้โมเดลเศรษฐกิจซึ่งพึ่งพาการส่งออกไม่มั่นคงเหมือนเดิม ECB ยังระบุว่าการเปลี่ยนไปลงทุนในสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น AI อาจช่วยรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของยูโรโซนท่ามกลางความไม่แน่นอนได้
ลาการ์ดไม่ได้บอกว่า AI จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจยุโรปได้ทั้งหมด แต่เธอมองว่า ขนาดของธุรกิจ ผลิตภาพ และศักยภาพภายในประเทศจะมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่เงื่อนไขภายนอกซึ่งเคยสนับสนุนการเติบโตของยุโรปมีความแน่นอนน้อยลง
ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ลาการ์ดชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศเป็นแหล่งความยืดหยุ่นที่สำคัญของยูโรโซน และการเติบโตในช่วงที่ผ่านมาแข็งแกร่งกว่าที่แรงกดดันโดยรวมอาจทำให้คาดไว้
ความแข็งแกร่งนี้มีความหมายต่อภาคธุรกิจยุโรป เพราะทำให้ภูมิภาคมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่สำหรับนำ AI ไปใช้งาน แต่ประชากรจำนวนมากไม่ได้ทำให้เกิดตลาดเดียวโดยอัตโนมัติ บริษัทต่าง ๆ ยังต้องการกฎเกณฑ์ร่วม แหล่งเงินทุนที่เข้าถึงได้ และอุปสรรคข้ามพรมแดนที่น้อยลง เพื่อเปลี่ยนอุปสงค์ให้กลายเป็นการขยายธุรกิจในระดับยุโรปอย่างแท้จริง
ข้อเสนอของลาการ์ดมุ่งทำให้ขนาดตลาดที่ยุโรปมีอยู่แล้วทำงานใกล้เคียงกับตลาดเดียวที่เป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น
ขั้นแรกคือการลดอุปสรรคทางกฎหมายและขั้นตอนราชการที่ทำให้การดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนซับซ้อนโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในภาคดิจิทัล เป้าหมายคือให้บริษัทสามารถพัฒนาและขายบริการทั่วทวีปได้ โดยไม่ต้องสร้างรูปแบบการดำเนินงานใหม่สำหรับแต่ละประเทศ
ลาการ์ดสนับสนุนรูปแบบนิติบุคคลยุโรปที่มีมาตรฐานร่วมและเปิดให้เลือกใช้ โดยมักเรียกแนวคิดนี้ว่า “EU Inc.” กรอบดังกล่าวจะเปิดทางให้บริษัทเลือกจัดตั้งและดำเนินงานภายใต้ระบบยุโรปที่มีความเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น แทนการต้องรับมือกับกฎเกณฑ์ระดับประเทศที่แตกต่างกันเป็นชุด ๆ
ข้อเสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อให้บริษัทนวัตกรรมสามารถ “เริ่มในยุโรปและขยายในยุโรป” ได้ง่ายขึ้น ตั้งธุรกิจในยุโรปให้บริการลูกค้าทั่วกลุ่ม และยังคงมีฐานอยู่ในภูมิภาคเมื่อธุรกิจเติบโต
องค์ประกอบที่สามคือการทำให้ตลาดทุนยุโรปเชื่อมโยงกันลึกซึ้งขึ้น ตลาดที่เชื่อมโยงมากกว่าจะช่วยให้เงินออมจากทั่วสหภาพยุโรปไหลไปสนับสนุนการลงทุนในหุ้น เงินร่วมลงทุน และเงินทุนระยะหลังสำหรับบริษัทที่มีศักยภาพขยายกิจการได้ง่ายขึ้น
สำหรับธุรกิจ AI แหล่งเงินทุนเหล่านี้อาจเป็นตัวชี้ขาด เพราะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจ้างผู้เชี่ยวชาญ การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ล้วนต้องใช้เงินมากกว่าช่วงเริ่มต้นธุรกิจอย่างมาก
คำเตือนของลาการ์ดยังเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดทุนมีภาพตัดกันอย่างชัดเจน การเติบโตของ AI ผลักดันมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกขึ้นไปอยู่ในระดับที่เคยเห็นครั้งสุดท้ายในยุคฟองสบู่ดอตคอม จนเกิดคำถามว่าความคึกคักในปัจจุบันอาจนำไปสู่การปรับฐานอย่างรุนแรงในภายหลังหรือไม่
ขณะเดียวกัน โครงสร้างตลาดของยุโรปยังมีความพร้อมน้อยกว่าในการจัดหาเงินทุนและรักษาบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตสูง ความท้าทายจึงมีสองด้านพร้อมกัน คือยุโรปต้องคว้าโอกาสจาก AI ให้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตีความว่ามูลค่าหุ้นที่สูงเพียงอย่างเดียวเป็นหลักฐานว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจนั้นยั่งยืน
ข้อโต้แย้งของลาการ์ดคือ ปัญหา AI ของยุโรปไม่ได้อยู่ที่การขาดความทะเยอทะยาน หรือแม้แต่การขาดเงินลงทุนจากภาคธุรกิจ แต่อยู่ที่การเปลี่ยนตลาดขนาดใหญ่ซึ่งยังถูกแบ่งแยก ให้กลายเป็นขนาดธุรกิจที่แข่งขันได้จริง
หลักฐานแสดงให้เห็นว่าการใช้งาน AI เพิ่มขึ้น และบริษัทในยูโรโซนคาดว่าจะจัดสรรเงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 9% ให้กับ AI ในปี 2026 แต่หากยุโรปไม่ลดอุปสรรคในตลาดเดียว ไม่ผนวกรวมตลาดทุนให้ลึกซึ้งขึ้น และไม่สร้างกรอบนิติบุคคลข้ามพรมแดนที่เรียบง่ายขึ้น เช่น “EU Inc.” บริษัทนวัตกรรมยุโรปก็อาจยังติดอยู่ระหว่างขั้นตอนการคิดค้นกับการขยายธุรกิจ
บทสรุปของลาการ์ดจึงเป็นข้อเสนอที่ปฏิบัติได้จริงพอ ๆ กับเป็นเรื่องเทคโนโลยี นั่นคือยุโรปต้องทำให้บริษัทต่าง ๆ เริ่มต้นในยุโรป ระดมทุนในยุโรป และขยายธุรกิจในยุโรป ได้ง่ายขึ้น ก่อนที่การปฏิวัติดิจิทัลครั้งที่สองจะถูกเก็บเกี่ยวโดยที่อื่นอีกครั้ง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คริสติน ลาการ์ดเตือนว่ายุโรปไม่ควรพลาด AI ซ้ำรอยการปฏิวัติดิจิทัลครั้งแรก โดยบริษัทในยูโรโซนคาดว่าจะจัดสรรเงินลงทุนเฉลี่ยราว 9% ให้ AI ในปี 2026 แต่ตลาดที่ยังแบ่งแยกอาจขัดขวางการขยายธุรกิจ
คริสติน ลาการ์ดเตือนว่ายุโรปไม่ควรพลาด AI ซ้ำรอยการปฏิวัติดิจิทัลครั้งแรก โดยบริษัทในยูโรโซนคาดว่าจะจัดสรรเงินลงทุนเฉลี่ยราว 9% ให้ AI ในปี 2026 แต่ตลาดที่ยังแบ่งแยกอาจขัดขวางการขยายธุรกิจ ข้อเสนอสำคัญคือการทำให้ตลาดเดียวของยุโรปทำงานเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น จัดตั้งรูปแบบนิติบุคคลยุโรปแบบสมัครใจที่เรียกว่า “EU Inc.” และผนวกรวมตลาดทุนให้สมบูรณ์
คำเตือนเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่อโมเดลการเติบโตแบบเดิมของยุโรปจากข้อจำกัดทางการค้า ต้นทุนพลังงานสูง และการแข่งขันจากจีน แม้อุปสงค์ภายในประเทศยังช่วยพยุงเศรษฐกิจยูโรโซน