เจ้าหน้าที่สหรัฐอธิบายว่าการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ส่งออกนั้นไม่ใช่เรื่องของสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว โดยมองว่าเรื่องการซื้อชิปเป็น "การตัดสินใจเชิงอธิปไตยของจีน" หมายความว่าสหรัฐอาจเปิดทางให้การขายเกิดขึ้นผ่านระบบใบอนุญาต แต่บริษัทและหน่วยงานจีนยังต้องตัดสินใจเองว่าจะดำเนินการซื้อหรือไม่
ที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้เป็นหัวข้อสำคัญในการเจรจาครั้งนี้
เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่าประเด็นการควบคุมการส่งออกชิป “ไม่ใช่หัวข้อหลัก” ของการหารือกับเจ้าหน้าที่จีนในปักกิ่ง ซึ่งสะท้อนว่าการเจรจามุ่งเน้นเรื่องการทูตและการค้าในภาพรวมมากกว่า
แม้ว่าจะมีรายงานว่าบริษัทเทคโนโลยีจีนบางแห่งได้รับอนุญาตให้ซื้อชิป H200 แล้ว แต่ยังไม่มีการส่งมอบจริง และรัฐบาลจีนยังแนะนำให้บริษัทในประเทศชะลอการซื้อเพื่อรอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีภายในประเทศ
แนวทางนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวของปักกิ่งที่ต้องการสร้างความพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการส่งออกและกฎระเบียบจากต่างประเทศ
การหารือครั้งนี้สะท้อนภาพความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสองมหาอำนาจเทคโนโลยีของโลก
ในด้านหนึ่ง สหรัฐและจีนเริ่มพูดคุยถึงกรอบความปลอดภัยของ AI ที่อาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมทั่วโลก แต่อีกด้านหนึ่ง ทั้งสองประเทศยังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นเพื่อครองความได้เปรียบด้านชิปและพลังประมวลผลที่จำเป็นต่อการพัฒนา AI รุ่นถัดไป
สำหรับตอนนี้ การพบกันในปักกิ่งสร้างบทสนทนาใหม่เกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนนโยบายที่ชัดเจน และอนาคตของการส่งออก Nvidia H200 ไปจีนก็ยังคงไม่แน่นอน
Comments
0 comments