DeepSeek ประกาศเปิด Search และ Fetch API สำหรับนักพัฒนาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2026 โดยออกแบบมาสำหรับสร้างเอเจนต์ AI และแอปที่ใช้การสร้างคำตอบร่วมกับการค้นคืนข้อมูล (RAG) Search ใช้เสิร์ชเอนจินที่ DeepSeek พัฒนาขึ้นเองเพื่อค้นหาหน้าเว็บล่าสุด ส่วน Fetch ใช้ดึงเนื้อหาจาก URL ที่ระบุและส่งกลับเป็น Markdown แต่ละ API คิดค่าบริการ 0.75 ดอลลาร์ต่อ 1,000 คำขอที่สำเร็จ ขณะที่การเรียกใช้ผ่านเครื่องมือฝั่งเซิร์ฟเวอร์บางรายการได้รับการยกเว้นค่าบริการชั่วคราว
14
23
24
URL จุดเชื่อมต่อและการยืนยันตัวตน
ทั้งสอง API ใช้ base URL https://api.deepseek.com รับและส่งข้อมูลในรูปแบบ JSON และใช้การยืนยันตัวตนแบบ Bearer เช่นเดียวกับ DeepSeek API
23
- Search:
POST https://api.deepseek.com/v1/tools/search
- Fetch:
POST https://api.deepseek.com/v1/tools/fetch
Search: พารามิเตอร์และผลลัพธ์
Search ต้องระบุ query ที่ไม่ว่างและมีความยาว 1–128 อักขระ Unicode ส่วน count ใช้กำหนดจำนวนผลลัพธ์ โดยตั้งต้นไว้ที่ 10 รายการ และเลือกได้ตั้งแต่ 1 ถึง 50 รายการ
17
พารามิเตอร์เสริมที่มีการระบุไว้ ได้แก่ ori_question, localization และ need_content โดยเอกสารอ้างอิงจากผู้พัฒนาเครื่องมือเชื่อมต่อระบุว่า need_content มีค่าเริ่มต้นเป็น false อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีไม่ได้อธิบายความหมายและรูปแบบที่ต้องส่งของพารามิเตอร์เสริมทุกตัวไว้อย่างชัดเจน
17
36
เอกสาร API ทางการระบุว่ารองรับรูปแบบคำค้น site: เพื่อจำกัดโดเมน, -site: เพื่อตัดโดเมน และเครื่องหมายอัญประกาศสำหรับค้นหาวลีตรงตัว ส่วนเอกสารการเชื่อมต่อจากภายนอกยังกล่าวถึง -term, lang:, after: และ before: ด้วย ควรมองรายการหลังนี้เป็นแนวทางประกอบการใช้งาน ไม่ใช่การรับรองว่าทุกตัวทำงานได้ตามที่คาดใน API ทุกกรณี
17
34
ผลการค้นหาจะจัดอันดับและส่งกลับเป็นข้อมูลแบบมีโครงสร้าง เอกสารอ้างอิงจากผู้พัฒนาการเชื่อมต่อแจกแจงฟิลด์ เช่น title, url, snippet และ summary รวมถึง content เมื่อร้องขอ ตลอดจน date, rerank_score และ authority โดยระบุว่า snippet มักยาวราว 100–200 อักขระ และ summary ราว 600–800 อักขระ แต่รายละเอียดฟิลด์และความยาวเหล่านี้มาจากเอกสารการเชื่อมต่อ ไม่ใช่ข้อความในเอกสาร API ทางการที่มีให้ จึงควรตรวจสอบ schema ของผลลัพธ์เวอร์ชันปัจจุบันก่อนผูกการทำงานไว้กับรายละเอียดดังกล่าว
36
Fetch: ดึงหน้าเว็บเป็น Markdown
Fetch ต้องระบุ url ความยาวไม่เกิน 8,192 อักขระ โดยเอกสาร API ระบุว่ารองรับ URL แบบ HTTP หรือ HTTPS ที่มี host และไม่อนุญาต URL ที่มีชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านในตัว ผลลัพธ์ประกอบด้วยชื่อหน้าและเนื้อหาในรูปแบบ Markdown
18
เอกสารที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันว่า Fetch เข้าถึงได้ทุกเว็บไซต์ หรือแจกแจงข้อจำกัดการดึงข้อมูลและกรณีที่ล้มเหลวทั้งหมด จึงไม่ควรสรุปว่าจะดึงเนื้อหาได้ครบจากทุก URL
18
ราคาและช่วงยกเว้นค่าบริการชั่วคราว
DeepSeek ประกาศราคา 0.75 ดอลลาร์ต่อ 1,000 คำขอสำหรับแต่ละ API รายงานระบุว่าคิดเงินเฉพาะคำขอที่สำเร็จ ส่วนคำขอที่ล้มเหลว ผลลัพธ์ว่าง และการหมดเวลาจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าบริการ แหล่งข้อมูลการเชื่อมต่อยังระบุว่าค่าดึงข้อมูลแยกจากค่าโทเค็นของโมเดล ดังนั้นค่าบริการ API ไม่ได้รวมการประมวลผลเนื้อหาที่ดึงมาโดยโมเดล
2
13
24
ประกาศเปิดตัวระบุว่า การเรียก Search และ Fetch ผ่านเครื่องมือฝั่งเซิร์ฟเวอร์ใน DeepSeek Harness, Claude Code และ Codex จะใช้ฟรีชั่วคราวสำหรับผู้ใช้ DeepSeek API และมีกำหนดเริ่มคิดค่าบริการในวันที่ 31 ตุลาคม 2026 เวลา 16:00 UTC หรือวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 00:00 น. ตามเวลาปักกิ่ง ข้อยกเว้นนี้ใช้กับการเชื่อมต่อผ่านเครื่องมือที่ระบุ ไม่ได้หมายความว่าการเรียก API โดยตรงจะได้รับการยกเว้นค่าบริการทั้งหมด
2
24
อัตราจำกัดและสิ่งที่ยังไม่ชัดเจน
สื่อและแหล่งข้อมูลรองรายงานว่า Search และ Fetch จำกัดการเรียกไว้ที่ 5 คำขอต่อวินาทีต่อบัญชี
4
10 อย่างไรก็ตาม เอกสารที่มีไม่ได้ยืนยันว่าแต่ละ endpoint มีโควตาแยกกันหรือไม่ จำกัดตามบัญชีหรือ API key มีข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อโดเมนสำหรับ Fetch หรือไม่ และ API ตอบสนองอย่างไรเมื่อเกินอัตราที่กำหนด
17
18
เอกสารจำกัดอัตราของ DeepSeek กล่าวถึงข้อจำกัดจำนวนคำขอพร้อมกันของโมเดลแยกต่างหาก แต่ข้อความที่มีไม่ได้อธิบายว่าข้อจำกัดเหล่านั้นสัมพันธ์กับการใช้งาน Search และ Fetch อย่างไร และไม่ได้ยืนยันว่าการเกินลิมิตของสอง API นี้จะได้ HTTP 429 เสมอ
25
สรุปคือ DeepSeek เปิดให้ใช้อินเทอร์เฟซหลักสำหรับค้นหาเว็บและดึงหน้าเว็บ โดย Search อาศัยเสิร์ชเอนจินของบริษัทและคิดราคาเป็นรายคำขอ หากจะนำไปใช้งานจริง ควรยึดพารามิเตอร์และเงื่อนไข URL ที่ระบุในเอกสาร API ปัจจุบันเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดที่ยังไม่ครบ—เช่นรูปแบบฟิลด์เสริม schema ผลลัพธ์ทั้งหมด และพฤติกรรมในกรณีพิเศษ—ควรตรวจสอบจากเอกสารทางการ ไม่ควรถือว่าบันทึกจากเครื่องมือเชื่อมต่อภายนอกเป็นข้อกำหนดของบริการโดยตรง
17
18
23