ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเช็ก Petr Pavel ออกมาเรียกร้องให้ NATO ใช้ท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นต่อรัสเซีย โดยระบุว่าพันธมิตรทางทหารควร “แสดงเขี้ยวเล็บ” เมื่อเผชิญกับการทดสอบหรือการยั่วยุจากมอสโกบริเวณแนวป้องกันด้านตะวันออกของ NATO
คำกล่าวของเขาถูกจับตามองอย่างมาก เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ความมั่นคงในยุโรปตะวันออกกำลังตึงเครียด ทั้งเหตุโดรนล้ำเข้าน่านฟ้าของประเทศสมาชิก NATO และการซ้อมรบนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ของรัสเซียร่วมกับเบลารุส
Pavel ซึ่งเคยเป็นทั้งนายพลกองทัพเช็กและอดีตประธานคณะกรรมาธิการทหารของ NATO กล่าวว่าพันธมิตรควรพิจารณามาตรการตอบโต้ที่ “เด็ดขาด และอาจเป็นแบบไม่สมมาตร” หากรัสเซียยังคงทดสอบขอบเขตของ NATO ต่อไป
ตัวอย่างมาตรการที่เขาเสนอ ได้แก่
รายงานบางแหล่งยังกล่าวถึงการรบกวนระบบดาวเทียมของรัสเซียด้วย แต่ข้อมูลส่วนนี้ปรากฏไม่สม่ำเสมอในหลายแหล่ง จึงควรพิจารณาด้วยความระมัดระวัง
แนวคิดหลักของ Pavel คือเรื่อง การยับยั้ง (deterrence) เขามองว่าการตอบสนองที่อ่อนเกินไปหรือมีเพียงการประท้วงทางการทูต อาจทำให้รัสเซียกล้าทดลองหรือยั่วยุเพิ่มขึ้น
คำกล่าวของผู้นำเช็กเกิดขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์หลายอย่างที่สะท้อนความเปราะบางของแนวป้องกัน NATO ทางตะวันออก
ประเทศสมาชิก NATO ในภูมิภาคบอลติก เช่น ลัตเวียและลิทัวเนีย รายงานเหตุโดรนบินเข้าสู่น่านฟ้าของตนหลายครั้ง
ในเหตุการณ์หนึ่ง ลัตเวียตรวจพบโดรนในน่านฟ้าและต้องสั่งให้เครื่องบินรบ NATO ขึ้นสกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ด้านความมั่นคงที่เกิดบ่อยขึ้นในภูมิภาคนี้
เหตุเหล่านี้บางส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการโดรนระยะไกลของยูเครนต่อเป้าหมายในรัสเซีย ซึ่งบางลำอาจหลงทิศหรือถูกเบี่ยงเส้นทางจนเข้าสู่น่านฟ้าของประเทศสมาชิก NATO
ในเวลาเดียวกัน รัสเซียและเบลารุสได้จัด การซ้อมรบด้านนิวเคลียร์ร่วมกันขนาดใหญ่ ซึ่งมีการฝึกเตรียมและการใช้งานกำลังนิวเคลียร์
การฝึกดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกำลังพลหลายหมื่นนายและระบบอาวุธที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการส่งสัญญาณทางยุทธศาสตร์ไปยัง NATO
โฆษกเครมลินยังยอมรับว่าการซ้อมรบเช่นนี้ถือเป็น “สัญญาณ” ถึง NATO และยุโรป เกี่ยวกับความพร้อมทางทหารของรัสเซีย
Pavel เตือนว่ารัสเซียมีรูปแบบพฤติกรรมที่ เข้าใกล้เส้นแดงของ NATO แต่ไม่ข้ามเส้น ที่จะทำให้ต้องใช้มาตรา 5 ของสนธิสัญญา NATO ซึ่งระบุว่าการโจมตีสมาชิกหนึ่งประเทศถือเป็นการโจมตีต่อทั้งพันธมิตร
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่มักถูกพูดถึง ได้แก่
เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้ยังไม่ถึงระดับการโจมตีโดยตรง NATO จึงมักตอบสนองด้วย การสกัดกั้น การเตือน หรือการประท้วงทางการทูต มากกว่าการตอบโต้โดยตรง
Pavel เห็นว่าหากปล่อยให้รูปแบบนี้ดำเนินต่อไป อาจทำให้แรงกดดันระดับต่ำต่อประเทศสมาชิกกลายเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของ Pavel ไม่ได้เป็นนโยบายอย่างเป็นทางการของ NATO แต่เป็นมุมมองส่วนตัวของผู้นำยุโรปคนหนึ่งต่อวิธีเสริมการยับยั้ง
ภายในยุโรปและพันธมิตร NATO ยังมีความเห็นแตกต่างกันอย่างมาก
คำกล่าวของประธานาธิบดีเช็กสะท้อนคำถามสำคัญที่ NATO กำลังเผชิญในยุคสงครามยูเครน: จะยับยั้งการยั่วยุระดับต่ำอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร โดยไม่ทำให้ความขัดแย้งลุกลามเป็นสงครามใหญ่
เมื่อเหตุการณ์ตามแนวชายแดน NATO ทางตะวันออกยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โดรนล้ำเขตไปจนถึงการซ้อมรบขนาดใหญ่ การถกเถียงว่าพันธมิตรควรเปลี่ยนจากการป้องกันเชิงรับไปสู่ การยับยั้งเชิงรุกมากขึ้น มีแนวโน้มจะทวีความเข้มข้นขึ้นต่อไป.
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ประธานาธิบดีเช็ก Petr Pavel เรียกร้องให้ NATO “แสดงเขี้ยวเล็บ” ต่อรัสเซีย โดยเสนอทางเลือกตั้งแต่ยิงเครื่องบินหรือโดรนที่ละเมิดน่านฟ้า ไปจนถึงตัดธนาคารรัสเซียออกจากระบบการเงินโลก [1][4]
ประธานาธิบดีเช็ก Petr Pavel เรียกร้องให้ NATO “แสดงเขี้ยวเล็บ” ต่อรัสเซีย โดยเสนอทางเลือกตั้งแต่ยิงเครื่องบินหรือโดรนที่ละเมิดน่านฟ้า ไปจนถึงตัดธนาคารรัสเซียออกจากระบบการเงินโลก [1][4] คำกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดฝั่งตะวันออกของ NATO เพิ่มสูง ทั้งเหตุโดรนล้ำเข้าน่านฟ้าในภูมิภาคบอลติกและการซ้อมรบนิวเคลียร์ร่วมของรัสเซียกับเบลารุส [23][24][38]
ข้อเสนอของ Pavel ยังไม่ใช่นโยบายอย่างเป็นทางการของ NATO แต่สะท้อนการถกเถียงในยุโรปว่าควรตอบโต้การยั่วยุของรัสเซียให้แข็งกร้าวมากขึ้นหรือไม่ [4][7]
Loading comments...
Comments
0 comments