คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในครึ่งแรกปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน Unitree ครองอันดับ 2 ด้วยยอดส่งมอบมากกว่า 7,000 ยูนิต และส่วนแบ่งตลาด 31% ตามด้วย Galbot, UBTECH และ Leju Robotics Counterpoint คาดว่ายอดส่งมอบตลอดปี 2026 จะเกิน 50,000 ยูนิต เพิ่มขึ้น 210% และการใช้งานในภาคบริการกับอุตสาหกรรมอาจแซงหน้าความบันเทิงและงานวิจัยภายใน 5 ปี What did Counterpoint Research report about the global humanoid-robot market in the first half of 2026—including shipments exceeding 22,000 Humanoid robots are moving from demonstrations and research toward factory, logistics and service deployments. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Counterpoint Research report about the global humanoid-robot market in the first half of 2026—including shipments exceeding 22,000. Article summary: Counterpoint Research said humanoid robots reached an inflection point toward large-scale commercialization in H1 2026: global shipments exceeded 22,000 units, nearly 300% above a year earlier. It projected more than 50,. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
openai.com ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลัง Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทวิจัยคาดว่ายอดส่งมอบตลอดปีจะเกิน 50,000 ยูนิต หรือเติบโต 210% เมื่อเทียบกับปี 2025 แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงอัตราการเติบโตที่พุ่งแรงเท่านั้น ตลาดยังมีการกระจุกตัวสูงมาก โดยบริษัทจีนครองทั้ง 5 อันดับแรก และรวมกันคิดเป็น 86% ของยอดส่งมอบทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรก
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "จีนครองตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ครึ่งแรกปี 2026 ยอดส่งมอบพุ่งเกือบ 300%" คืออะไร Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในครึ่งแรกปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในครึ่งแรกปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน Unitree ครองอันดับ 2 ด้วยยอดส่งมอบมากกว่า 7,000 ยูนิต และส่วนแบ่งตลาด 31% ตามด้วย Galbot, UBTECH และ Leju Robotics
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Counterpoint คาดว่ายอดส่งมอบตลอดปี 2026 จะเกิน 50,000 ยูนิต เพิ่มขึ้น 210% และการใช้งานในภาคบริการกับอุตสาหกรรมอาจแซงหน้าความบันเทิงและงานวิจัยภายใน 5 ปี
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในครึ่งแรกปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน Unitree ครองอันดับ 2 ด้วยยอดส่งมอบมากกว่า 7,000 ยูนิต และส่วนแบ่งตลาด 31% ตามด้วย Galbot, UBTECH และ Leju Robotics Counterpoint คาดว่ายอดส่งมอบตลอดปี 2026 จะเกิน 50,000 ยูนิต เพิ่มขึ้น 210% และการใช้งานในภาคบริการกับอุตสาหกรรมอาจแซงหน้าความบันเทิงและงานวิจัยภายใน 5 ปี What did Counterpoint Research report about the global humanoid-robot market in the first half of 2026—including shipments exceeding 22,000 Humanoid robots are moving from demonstrations and research toward factory, logistics and service deployments. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Counterpoint Research report about the global humanoid-robot market in the first half of 2026—including shipments exceeding 22,000. Article summary: Counterpoint Research said humanoid robots reached an inflection point toward large-scale commercialization in H1 2026: global shipments exceeded 22,000 units, nearly 300% above a year earlier. It projected more than 50,. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
openai.com ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลัง Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทวิจัยคาดว่ายอดส่งมอบตลอดปีจะเกิน 50,000 ยูนิต หรือเติบโต 210% เมื่อเทียบกับปี 2025 แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงอัตราการเติบโตที่พุ่งแรงเท่านั้น ตลาดยังมีการกระจุกตัวสูงมาก โดยบริษัทจีนครองทั้ง 5 อันดับแรก และรวมกันคิดเป็น 86% ของยอดส่งมอบทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรก
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "จีนครองตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ครึ่งแรกปี 2026 ยอดส่งมอบพุ่งเกือบ 300%" คืออะไร Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในครึ่งแรกปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในครึ่งแรกปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน Unitree ครองอันดับ 2 ด้วยยอดส่งมอบมากกว่า 7,000 ยูนิต และส่วนแบ่งตลาด 31% ตามด้วย Galbot, UBTECH และ Leju Robotics
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Counterpoint คาดว่ายอดส่งมอบตลอดปี 2026 จะเกิน 50,000 ยูนิต เพิ่มขึ้น 210% และการใช้งานในภาคบริการกับอุตสาหกรรมอาจแซงหน้าความบันเทิงและงานวิจัยภายใน 5 ปี
AGIBOT นำตลาดที่บริษัทจีนครองพื้นที่ อันดับผู้ผลิตตามปริมาณการส่งมอบในครึ่งแรกของปี 2026 มีดังนี้
AGIBOT: ส่งมอบประมาณ 9,700 ยูนิต ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 43% หุ่นยนต์รุ่น G2 ถูกนำไปใช้งานเป็นกลุ่มในสายการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคของ Longcheer Technology และสายการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของ Joyson Electronics
Unitree: ส่งมอบมากกว่า 7,000 ยูนิต คิดเป็นส่วนแบ่ง 31% โดยซีรีส์ G1 ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะในตลาดงานวิจัยและการศึกษา
Galbot: ส่งมอบมากกว่า 1,100 ยูนิต หรือประมาณ 5% ของตลาด บริษัททดสอบหุ่นยนต์บนสายการผลิตของ CATL และเปิดตัว S1 หุ่นยนต์สองแขนแบบมีล้อสำหรับงานอุตสาหกรรมหนักและโลจิสติกส์
UBTECH: มียอดส่งมอบในระดับหลักพันยูนิต คิดเป็นส่วนแบ่ง 4.4% พร้อมปรับเป้าหมายการส่งมอบ Walker S ในปี 2026 จากเดิม 2,000–3,000 ยูนิต เพิ่มเป็น 5,000 ยูนิต
Leju Robotics: ส่งมอบ 650 ยูนิต หรือส่วนแบ่ง 2.9% โดยหุ่นยนต์ Kuavo ถูกนำไปใช้งานในศูนย์ผลิตข้อมูลและศูนย์ฝึกอบรม
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดมีผู้นำที่ชัดเจน แต่ก็มีผู้ท้าชิงอันดับสองที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน โดย AGIBOT และ Unitree รวมกันคิดเป็นประมาณสามในสี่ของยอดส่งมอบในช่วงครึ่งปีแรก หากคำนวณจากส่วนแบ่งตลาดที่รายงาน ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นยังมีปริมาณการส่งมอบห่างจากสองบริษัทแรกมาก แสดงให้เห็นว่าการผลิตในระดับใหญ่ยังอยู่ในมือของผู้ผลิตจีนเพียงไม่กี่ราย
จากเวทีสาธิตสู่โรงงานและงานปฏิบัติการ ความบันเทิง การแสดง การผลิตข้อมูล และงานวิจัยยังรวมกันคิดเป็นมากกว่า 60% ของยอดส่งมอบ แม้สัดส่วนรวมจะลดลงเล็กน้อย ภาพรวมนี้บ่งชี้ว่าการใช้งานจำนวนมากยังเกี่ยวข้องกับการสาธิต การฝึกอบรม และการเก็บข้อมูล มากกว่าการดำเนินงานอุตสาหกรรมในระดับเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มการใช้งานเชิงปฏิบัติการกำลังขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยงานบริการและการนำทางคิดเป็นประมาณ 19% ของยอดส่งมอบ การผลิตอัจฉริยะ 13% และคลังสินค้าและโลจิสติกส์ 5%
กรณีของบริษัทต่าง ๆ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านนี้ได้ชัดเจนขึ้น หุ่นยนต์ G2 ของ AGIBOT ถูกใช้งานในสายการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วน Galbot นำระบบไปทดสอบบนสายการผลิตของ CATL ขณะที่การเพิ่มเป้าหมายส่งมอบ Walker S ของ UBTECH ก็เป็นสัญญาณว่าผู้ผลิตกำลังเตรียมพร้อมสำหรับคำสั่งซื้อเชิงพาณิชย์ที่มีปริมาณมากขึ้น
ครึ่งหลังปี 2026 อาจเป็นช่วงเปลี่ยนจากโครงการนำร่องสู่การใช้งานจริง Counterpoint คาดว่าโครงการนำร่องด้านบริการและอุตสาหกรรมจะเริ่มขยับเข้าสู่การใช้งานในวงกว้างในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 สถานที่ที่มีโอกาสนำไปใช้ ได้แก่ ศูนย์กลางการคมนาคม รวมถึงห่วงโซ่คุณค่าของผู้ผลิตรถยนต์ ตั้งแต่การผลิต การขาย ไปจนถึงบริการหลังการขาย
ในมุมมองระยะยาว บริษัทวิจัยคาดว่าการใช้งานด้านบริการและอุตสาหกรรมจะมีสัดส่วนแซงหน้าความบันเทิงและงานวิจัยภายใน 5 ปีข้างหน้า หากเป็นไปตามแนวโน้มนี้ การแข่งขันของผู้ผลิตจะไม่ได้วัดกันเพียงว่าหุ่นยนต์รุ่นใดทำงานได้โดดเด่นกว่าในการสาธิต แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการส่งมอบระบบครบวงจรให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานแต่ละประเภท
ความสามารถดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การนำโมเดล AI ขั้นสูงมาใช้ การติดตั้งหุ่นยนต์ในงานเฉพาะทาง การสร้างระบบข้อมูลสนับสนุน ไปจนถึงการปรับปรุงโมเดลอย่างรวดเร็วจากข้อมูลที่เก็บได้ระหว่างการใช้งานจริง กล่าวอีกนัยหนึ่ง ข้อได้เปรียบในการแข่งขันระยะถัดไปอาจมาจากความสามารถด้านการบูรณาการและการลงมือทำจริงพอ ๆ กับตัวหุ่นยนต์เอง
ตัวเลขตลาดจากแต่ละแหล่งอาจไม่ตรงกันทั้งหมด ควรอ่านตัวเลขของ Counterpoint โดยคำนึงว่าไม่ได้เป็นการประเมินตลาดเพียงชุดเดียวที่เผยแพร่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดย Forbes อ้างตัวเลขยอดส่งมอบทั่วโลก 19,100 ยูนิต และการเติบโต 272% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ Smart Analytics Global รายงานตัวเลขและอัตราการเติบโตในระดับเดียวกัน ความแตกต่างนี้อาจเกิดจากขอบเขตการติดตามผู้ผลิต นิยามของคำว่า “ส่งมอบ” และวิธีวิจัยที่แตกต่างกันในแต่ละสำนัก
AGIBOT นำตลาดที่บริษัทจีนครองพื้นที่ อันดับผู้ผลิตตามปริมาณการส่งมอบในครึ่งแรกของปี 2026 มีดังนี้
AGIBOT: ส่งมอบประมาณ 9,700 ยูนิต ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 43% หุ่นยนต์รุ่น G2 ถูกนำไปใช้งานเป็นกลุ่มในสายการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคของ Longcheer Technology และสายการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของ Joyson Electronics
Unitree: ส่งมอบมากกว่า 7,000 ยูนิต คิดเป็นส่วนแบ่ง 31% โดยซีรีส์ G1 ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะในตลาดงานวิจัยและการศึกษา
Galbot: ส่งมอบมากกว่า 1,100 ยูนิต หรือประมาณ 5% ของตลาด บริษัททดสอบหุ่นยนต์บนสายการผลิตของ CATL และเปิดตัว S1 หุ่นยนต์สองแขนแบบมีล้อสำหรับงานอุตสาหกรรมหนักและโลจิสติกส์
UBTECH: มียอดส่งมอบในระดับหลักพันยูนิต คิดเป็นส่วนแบ่ง 4.4% พร้อมปรับเป้าหมายการส่งมอบ Walker S ในปี 2026 จากเดิม 2,000–3,000 ยูนิต เพิ่มเป็น 5,000 ยูนิต
Leju Robotics: ส่งมอบ 650 ยูนิต หรือส่วนแบ่ง 2.9% โดยหุ่นยนต์ Kuavo ถูกนำไปใช้งานในศูนย์ผลิตข้อมูลและศูนย์ฝึกอบรม
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดมีผู้นำที่ชัดเจน แต่ก็มีผู้ท้าชิงอันดับสองที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน โดย AGIBOT และ Unitree รวมกันคิดเป็นประมาณสามในสี่ของยอดส่งมอบในช่วงครึ่งปีแรก หากคำนวณจากส่วนแบ่งตลาดที่รายงาน ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นยังมีปริมาณการส่งมอบห่างจากสองบริษัทแรกมาก แสดงให้เห็นว่าการผลิตในระดับใหญ่ยังอยู่ในมือของผู้ผลิตจีนเพียงไม่กี่ราย
จากเวทีสาธิตสู่โรงงานและงานปฏิบัติการ ความบันเทิง การแสดง การผลิตข้อมูล และงานวิจัยยังรวมกันคิดเป็นมากกว่า 60% ของยอดส่งมอบ แม้สัดส่วนรวมจะลดลงเล็กน้อย ภาพรวมนี้บ่งชี้ว่าการใช้งานจำนวนมากยังเกี่ยวข้องกับการสาธิต การฝึกอบรม และการเก็บข้อมูล มากกว่าการดำเนินงานอุตสาหกรรมในระดับเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มการใช้งานเชิงปฏิบัติการกำลังขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยงานบริการและการนำทางคิดเป็นประมาณ 19% ของยอดส่งมอบ การผลิตอัจฉริยะ 13% และคลังสินค้าและโลจิสติกส์ 5%
กรณีของบริษัทต่าง ๆ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านนี้ได้ชัดเจนขึ้น หุ่นยนต์ G2 ของ AGIBOT ถูกใช้งานในสายการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วน Galbot นำระบบไปทดสอบบนสายการผลิตของ CATL ขณะที่การเพิ่มเป้าหมายส่งมอบ Walker S ของ UBTECH ก็เป็นสัญญาณว่าผู้ผลิตกำลังเตรียมพร้อมสำหรับคำสั่งซื้อเชิงพาณิชย์ที่มีปริมาณมากขึ้น
ครึ่งหลังปี 2026 อาจเป็นช่วงเปลี่ยนจากโครงการนำร่องสู่การใช้งานจริง Counterpoint คาดว่าโครงการนำร่องด้านบริการและอุตสาหกรรมจะเริ่มขยับเข้าสู่การใช้งานในวงกว้างในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 สถานที่ที่มีโอกาสนำไปใช้ ได้แก่ ศูนย์กลางการคมนาคม รวมถึงห่วงโซ่คุณค่าของผู้ผลิตรถยนต์ ตั้งแต่การผลิต การขาย ไปจนถึงบริการหลังการขาย
ในมุมมองระยะยาว บริษัทวิจัยคาดว่าการใช้งานด้านบริการและอุตสาหกรรมจะมีสัดส่วนแซงหน้าความบันเทิงและงานวิจัยภายใน 5 ปีข้างหน้า หากเป็นไปตามแนวโน้มนี้ การแข่งขันของผู้ผลิตจะไม่ได้วัดกันเพียงว่าหุ่นยนต์รุ่นใดทำงานได้โดดเด่นกว่าในการสาธิต แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการส่งมอบระบบครบวงจรให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานแต่ละประเภท
ความสามารถดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การนำโมเดล AI ขั้นสูงมาใช้ การติดตั้งหุ่นยนต์ในงานเฉพาะทาง การสร้างระบบข้อมูลสนับสนุน ไปจนถึงการปรับปรุงโมเดลอย่างรวดเร็วจากข้อมูลที่เก็บได้ระหว่างการใช้งานจริง กล่าวอีกนัยหนึ่ง ข้อได้เปรียบในการแข่งขันระยะถัดไปอาจมาจากความสามารถด้านการบูรณาการและการลงมือทำจริงพอ ๆ กับตัวหุ่นยนต์เอง
ตัวเลขตลาดจากแต่ละแหล่งอาจไม่ตรงกันทั้งหมด ควรอ่านตัวเลขของ Counterpoint โดยคำนึงว่าไม่ได้เป็นการประเมินตลาดเพียงชุดเดียวที่เผยแพร่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดย Forbes อ้างตัวเลขยอดส่งมอบทั่วโลก 19,100 ยูนิต และการเติบโต 272% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ Smart Analytics Global รายงานตัวเลขและอัตราการเติบโตในระดับเดียวกัน ความแตกต่างนี้อาจเกิดจากขอบเขตการติดตามผู้ผลิต นิยามของคำว่า “ส่งมอบ” และวิธีวิจัยที่แตกต่างกันในแต่ละสำนัก