โอวหยาง หมิงเกา คาดว่าความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วโลกในปี 2030 อาจเกิน 5,000 GWh ขณะที่ยอดส่งมอบของจีนอาจเกิน 3,600 GWh เกือบสองเท่าจากราว 1,875 GWh ในปี 2025 สำหรับปี 2025 เขาระบุว่าจีนมีการติดตั้งแบตเตอรี่กำลัง 769 GWh เพิ่มขึ้น 40% และส่งมอบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนราว 1,875 GWh เพิ่มขึ้น 53% โดยมีส่วนแบ่งยอด...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Chinese Academy of Sciences academician Ouyang Minggao forecast at the 2026 World Power Battery Conference about China’s and the gl. Article summary: Ouyang Minggao’s central forecast was that by 2030 the global lithium-ion battery market would exceed 5,000 GWh, while China’s shipments would surpass 3,600 GWh—roughly double China’s 2025 level. [15] - **2025 scale and . Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
ตัวเลขคาดการณ์ของ โอวหยาง หมิงเกา นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน สะท้อนว่าอุตสาหกรรมแบตเตอรี่กำลังก้าวสู่ช่วงที่คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ผลิตได้มากแค่ไหน” แต่คือ “ขยายกำลังผลิตอย่างปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ และหมุนเวียนทรัพยากรได้หรือไม่”
ในการประชุม World Power Battery Conference 2026 ที่เมืองอี๋ปิน ประเทศจีน เขาประเมินว่า ความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วโลกภายในปี 2030 อาจเกิน 5,000 GWh ขณะที่ยอดส่งมอบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนของจีนอาจเกิน 3,600 GWh หรือเกือบสองเท่าจากระดับราว 1,875 GWh ในปี 2025 2
12
โอวหยางยกตัวเลขปี 2025 เพื่ออธิบายขนาดของอุตสาหกรรมจีนในปัจจุบัน ได้แก่
ดังนั้น ตัวเลขปี 2030 จึงเป็นมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรม ไม่ใช่ตัวเลขที่การันตีว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าความต้องการจากยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานจะยังขยายตัวต่อเนื่อง และจีนยังเป็นฐานการผลิตหลักของโลก 2
16
โอวหยางระบุว่า สมรรถนะของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนพัฒนาไปมาก ตั้งแต่ระยะทางวิ่งราว 100 กิโลเมตรสู่ประมาณ 1,000 กิโลเมตร ระยะเวลาชาร์จจากระดับหลายชั่วโมงเหลือราว 10 นาที และอายุการใช้งานจากไม่กี่ร้อยรอบไปจนเกิน 15,000 รอบในบางการใช้งาน ต้นทุนอยู่ที่ราว 0.3–0.5 หยวนต่อ Wh 21
รายงานแต่ละแห่งให้ตัวเลขการลดต้นทุนสะสมต่างกันระหว่าง 60% และ 90% แต่ข้อสรุปที่สอดคล้องกันคือ ต้นทุนแบตเตอรี่ลดลงอย่างมาก ขณะที่ความเร็วการชาร์จ ระยะทางวิ่ง และความทนทานดีขึ้นอย่างชัดเจน 5
6
โอวหยางวางภาพอนาคตของอุตสาหกรรมไว้บน 3 แกนที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ ความปลอดภัยตลอดกระบวนการ การใช้ AI ตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการจัดการวงจรชีวิตแบบคาร์บอนต่ำ 19
เขาเรียกความปลอดภัยว่าเป็น “ประเด็นนิรันดร์” ของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ความหมายไม่ได้จำกัดอยู่แค่การป้องกันแบตเตอรี่ใหม่เกิดเหตุขัดข้อง แต่ต้องครอบคลุมการชาร์จ การใช้งาน การเสื่อมสภาพ การวินิจฉัย และการปลดระวาง 10
มาตรฐานบังคับของจีน GB 38031-2025 ซึ่งมีผลใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม กำหนดให้แบตเตอรี่ต้องไม่ลุกไหม้หรือระเบิด ควันที่เกิดขึ้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร และยังต้องผ่านเงื่อนไขเดียวกันในการทดสอบลัดวงจรภายนอกหลังชาร์จเร็ว 300 รอบ 19
ประเด็นนี้สำคัญขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมผลักดันความหนาแน่นพลังงานให้สูงขึ้น เพราะยิ่งพลังงานจำเพาะสูง ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและความยากทางวิศวกรรมก็ยิ่งมากขึ้น 21
โอวหยางมองว่า AI จะเปลี่ยนทั้งรูปแบบการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการจัดการการใช้งานแบตเตอรี่ โดยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบอัจฉริยะ โรงงานอัจฉริยะ ไปจนถึงการบริหารจัดการอัจฉริยะ เขามองว่า 5 ปีข้างหน้าเป็นช่วงสำคัญในการเปลี่ยนงานวิจัยแบตเตอรี่ไปสู่แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI 3
ประเด็นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับแบตเตอรี่โซลิดสเตตเต็มรูปแบบ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาและทำให้ผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้ยากมาก AI จึงถูกวางบทบาทเป็นเครื่องมือเร่งการวิจัย ไม่ใช่หลักฐานว่าความท้าทายทางวิศวกรรมเหล่านั้นได้รับการแก้ไขแล้ว 3
23
นอกจากนี้ เขายังเชื่อม AI เข้ากับการดูแลคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน ผ่านข้อมูลห่วงโซ่อุปทานและการผลิต โมเดล AI ขนาดใหญ่ เซ็นเซอร์ฝังในแบตเตอรี่ และการบูรณาการระหว่างเซลล์แบตเตอรี่กับชิป 3
เมื่อจำนวนแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น การติดตามแบตเตอรี่แต่ละก้อนตั้งแต่ผลิต ใช้งาน จนปลดระวางจะมีความสำคัญมากขึ้น โอวหยางกล่าวถึงข้อกำหนดด้านบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ของยุโรป และแนวทางของจีนในการสร้าง “ดิจิทัลไอดี” สำหรับแบตเตอรี่แต่ละก้อน เพื่อให้จัดการวงจรชีวิตได้อย่างตรวจสอบย้อนกลับได้ 3
โจทย์นี้ยิ่งเร่งด่วนเมื่อแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกเริ่มทยอยปลดระวาง เขาคาดว่าปริมาณแบตเตอรี่ปลดระวางในจีนอาจเกิน 2 ล้านตันในปี 2030 ทำให้การรีไซเคิลเป็นทั้งความท้าทายทางอุตสาหกรรมและโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่ 2
19
ในมิติทรัพยากร เขาแบ่งภาพไว้สองช่วงเวลา
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดข้อหนึ่งคือ โอวหยางไม่ได้มองอนาคตแบตเตอรี่แบบมีผู้ชนะเพียงรายเดียว เขาเสนอว่าอุตสาหกรรมต้องเดินหน้าสองเส้นทางเท่าเทียมกัน 9
17
เส้นทางแรกคือการพัฒนาจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนชนิดของเหลว ไปสู่แบบกึ่งแข็งหรือไฮบริดของเหลว-ของแข็ง และต่อไปยังแบตเตอรี่โซลิดสเตตเต็มรูปแบบ เป้าหมายคือพลังงานจำเพาะสูงและความปลอดภัยสูง แต่ความยากทางเทคนิคก็เพิ่มขึ้นตามระดับพลังงานที่สูงขึ้น 9
21
เส้นทางที่สองเน้นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต หรือ LFP และแบตเตอรี่โซเดียมไอออน ซึ่งให้ความสำคัญกับต้นทุน ความทนทาน และการขยายการใช้งานในวงกว้าง มากกว่าการไล่ตามความหนาแน่นพลังงานสูงสุด 17
21
ข้อสรุปในเชิงปฏิบัติคือ แบตเตอรี่โซลิดสเตตเป็นแนวทางนวัตกรรมระยะยาว ขณะที่ LFP และโซเดียมไอออนยังมีบทบาทหลักสำหรับการใช้งานที่ต้องการต้นทุนคุ้มค่าและอายุการใช้งานยาวนาน อุตสาหกรรมจึงไม่ได้ต้องเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง แต่ต้องพัฒนาทั้งสองทางควบคู่กัน 9
17
คาดการณ์ยอดส่งมอบมากกว่า 3,600 GWh ของจีน และความต้องการทั่วโลกมากกว่า 5,000 GWh ภายในปี 2030 ชี้ถึงการขยายตัวครั้งใหญ่ของตลาดแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน แต่สารสำคัญกว่าตัวเลขคือเงื่อนไขของการเติบโตดังกล่าว ได้แก่ ความปลอดภัยตลอดวงจรชีวิต การวิจัยและการจัดการด้วย AI ดิจิทัลไอดีของแบตเตอรี่ ความพร้อมด้านรีไซเคิล และการลงทุนควบคู่ในเทคโนโลยีโซลิดสเตตกับ LFP/โซเดียมไอออน 2
3
19
การแข่งขันแบตเตอรี่ในระยะต่อไปจึงไม่ได้วัดกันแค่จำนวนเซลล์ที่ผลิตได้ แต่รวมถึงความสามารถในการทำให้การผลิตขนาดใหญ่ปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ คุ้มต้นทุน และหมุนเวียนทรัพยากรได้จริง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
โอวหยาง หมิงเกา คาดว่าความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วโลกในปี 2030 อาจเกิน 5,000 GWh ขณะที่ยอดส่งมอบของจีนอาจเกิน 3,600 GWh เกือบสองเท่าจากราว 1,875 GWh ในปี 2025
โอวหยาง หมิงเกา คาดว่าความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วโลกในปี 2030 อาจเกิน 5,000 GWh ขณะที่ยอดส่งมอบของจีนอาจเกิน 3,600 GWh เกือบสองเท่าจากราว 1,875 GWh ในปี 2025 สำหรับปี 2025 เขาระบุว่าจีนมีการติดตั้งแบตเตอรี่กำลัง 769 GWh เพิ่มขึ้น 40% และส่งมอบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนราว 1,875 GWh เพิ่มขึ้น 53% โดยมีส่วนแบ่งยอดส่งมอบทั่วโลกมากกว่า 80%
สารหลักไม่ใช่การเลือกระหว่างแบตเตอรี่โซลิดสเตตกับ LFP: ทั้งเส้นทางพลังงานจำเพาะสูงและความปลอดภัยสูง กับเส้นทาง LFP/โซเดียมไอออนที่ต้นทุนต่ำและอายุยาว ล้วนจำเป็น
โอวหยาง หมิงเกา คาดว่าความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วโลกในปี 2030 อาจเกิน 5,000 GWh ขณะที่ยอดส่งมอบของจีนอาจเกิน 3,600 GWh เกือบสองเท่าจากราว 1,875 GWh ในปี 2025 สำหรับปี 2025 เขาระบุว่าจีนมีการติดตั้งแบตเตอรี่กำลัง 769 GWh เพิ่มขึ้น 40% และส่งมอบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนราว 1,875 GWh เพิ่มขึ้น 53% โดยมีส่วนแบ่งยอด...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Chinese Academy of Sciences academician Ouyang Minggao forecast at the 2026 World Power Battery Conference about China’s and the gl. Article summary: Ouyang Minggao’s central forecast was that by 2030 the global lithium-ion battery market would exceed 5,000 GWh, while China’s shipments would surpass 3,600 GWh—roughly double China’s 2025 level. [15] - **2025 scale and . Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
ตัวเลขคาดการณ์ของ โอวหยาง หมิงเกา นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน สะท้อนว่าอุตสาหกรรมแบตเตอรี่กำลังก้าวสู่ช่วงที่คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ผลิตได้มากแค่ไหน” แต่คือ “ขยายกำลังผลิตอย่างปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ และหมุนเวียนทรัพยากรได้หรือไม่”
ในการประชุม World Power Battery Conference 2026 ที่เมืองอี๋ปิน ประเทศจีน เขาประเมินว่า ความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วโลกภายในปี 2030 อาจเกิน 5,000 GWh ขณะที่ยอดส่งมอบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนของจีนอาจเกิน 3,600 GWh หรือเกือบสองเท่าจากระดับราว 1,875 GWh ในปี 2025 2
12
โอวหยางยกตัวเลขปี 2025 เพื่ออธิบายขนาดของอุตสาหกรรมจีนในปัจจุบัน ได้แก่
ดังนั้น ตัวเลขปี 2030 จึงเป็นมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรม ไม่ใช่ตัวเลขที่การันตีว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าความต้องการจากยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานจะยังขยายตัวต่อเนื่อง และจีนยังเป็นฐานการผลิตหลักของโลก 2
16
โอวหยางระบุว่า สมรรถนะของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนพัฒนาไปมาก ตั้งแต่ระยะทางวิ่งราว 100 กิโลเมตรสู่ประมาณ 1,000 กิโลเมตร ระยะเวลาชาร์จจากระดับหลายชั่วโมงเหลือราว 10 นาที และอายุการใช้งานจากไม่กี่ร้อยรอบไปจนเกิน 15,000 รอบในบางการใช้งาน ต้นทุนอยู่ที่ราว 0.3–0.5 หยวนต่อ Wh 21
รายงานแต่ละแห่งให้ตัวเลขการลดต้นทุนสะสมต่างกันระหว่าง 60% และ 90% แต่ข้อสรุปที่สอดคล้องกันคือ ต้นทุนแบตเตอรี่ลดลงอย่างมาก ขณะที่ความเร็วการชาร์จ ระยะทางวิ่ง และความทนทานดีขึ้นอย่างชัดเจน 5
6
โอวหยางวางภาพอนาคตของอุตสาหกรรมไว้บน 3 แกนที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ ความปลอดภัยตลอดกระบวนการ การใช้ AI ตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการจัดการวงจรชีวิตแบบคาร์บอนต่ำ 19
เขาเรียกความปลอดภัยว่าเป็น “ประเด็นนิรันดร์” ของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ความหมายไม่ได้จำกัดอยู่แค่การป้องกันแบตเตอรี่ใหม่เกิดเหตุขัดข้อง แต่ต้องครอบคลุมการชาร์จ การใช้งาน การเสื่อมสภาพ การวินิจฉัย และการปลดระวาง 10
มาตรฐานบังคับของจีน GB 38031-2025 ซึ่งมีผลใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม กำหนดให้แบตเตอรี่ต้องไม่ลุกไหม้หรือระเบิด ควันที่เกิดขึ้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร และยังต้องผ่านเงื่อนไขเดียวกันในการทดสอบลัดวงจรภายนอกหลังชาร์จเร็ว 300 รอบ 19
ประเด็นนี้สำคัญขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมผลักดันความหนาแน่นพลังงานให้สูงขึ้น เพราะยิ่งพลังงานจำเพาะสูง ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและความยากทางวิศวกรรมก็ยิ่งมากขึ้น 21
โอวหยางมองว่า AI จะเปลี่ยนทั้งรูปแบบการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการจัดการการใช้งานแบตเตอรี่ โดยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบอัจฉริยะ โรงงานอัจฉริยะ ไปจนถึงการบริหารจัดการอัจฉริยะ เขามองว่า 5 ปีข้างหน้าเป็นช่วงสำคัญในการเปลี่ยนงานวิจัยแบตเตอรี่ไปสู่แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI 3
ประเด็นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับแบตเตอรี่โซลิดสเตตเต็มรูปแบบ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาและทำให้ผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้ยากมาก AI จึงถูกวางบทบาทเป็นเครื่องมือเร่งการวิจัย ไม่ใช่หลักฐานว่าความท้าทายทางวิศวกรรมเหล่านั้นได้รับการแก้ไขแล้ว 3
23
นอกจากนี้ เขายังเชื่อม AI เข้ากับการดูแลคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน ผ่านข้อมูลห่วงโซ่อุปทานและการผลิต โมเดล AI ขนาดใหญ่ เซ็นเซอร์ฝังในแบตเตอรี่ และการบูรณาการระหว่างเซลล์แบตเตอรี่กับชิป 3
เมื่อจำนวนแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น การติดตามแบตเตอรี่แต่ละก้อนตั้งแต่ผลิต ใช้งาน จนปลดระวางจะมีความสำคัญมากขึ้น โอวหยางกล่าวถึงข้อกำหนดด้านบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ของยุโรป และแนวทางของจีนในการสร้าง “ดิจิทัลไอดี” สำหรับแบตเตอรี่แต่ละก้อน เพื่อให้จัดการวงจรชีวิตได้อย่างตรวจสอบย้อนกลับได้ 3
โจทย์นี้ยิ่งเร่งด่วนเมื่อแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกเริ่มทยอยปลดระวาง เขาคาดว่าปริมาณแบตเตอรี่ปลดระวางในจีนอาจเกิน 2 ล้านตันในปี 2030 ทำให้การรีไซเคิลเป็นทั้งความท้าทายทางอุตสาหกรรมและโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่ 2
19
ในมิติทรัพยากร เขาแบ่งภาพไว้สองช่วงเวลา
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดข้อหนึ่งคือ โอวหยางไม่ได้มองอนาคตแบตเตอรี่แบบมีผู้ชนะเพียงรายเดียว เขาเสนอว่าอุตสาหกรรมต้องเดินหน้าสองเส้นทางเท่าเทียมกัน 9
17
เส้นทางแรกคือการพัฒนาจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนชนิดของเหลว ไปสู่แบบกึ่งแข็งหรือไฮบริดของเหลว-ของแข็ง และต่อไปยังแบตเตอรี่โซลิดสเตตเต็มรูปแบบ เป้าหมายคือพลังงานจำเพาะสูงและความปลอดภัยสูง แต่ความยากทางเทคนิคก็เพิ่มขึ้นตามระดับพลังงานที่สูงขึ้น 9
21
เส้นทางที่สองเน้นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต หรือ LFP และแบตเตอรี่โซเดียมไอออน ซึ่งให้ความสำคัญกับต้นทุน ความทนทาน และการขยายการใช้งานในวงกว้าง มากกว่าการไล่ตามความหนาแน่นพลังงานสูงสุด 17
21
ข้อสรุปในเชิงปฏิบัติคือ แบตเตอรี่โซลิดสเตตเป็นแนวทางนวัตกรรมระยะยาว ขณะที่ LFP และโซเดียมไอออนยังมีบทบาทหลักสำหรับการใช้งานที่ต้องการต้นทุนคุ้มค่าและอายุการใช้งานยาวนาน อุตสาหกรรมจึงไม่ได้ต้องเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง แต่ต้องพัฒนาทั้งสองทางควบคู่กัน 9
17
คาดการณ์ยอดส่งมอบมากกว่า 3,600 GWh ของจีน และความต้องการทั่วโลกมากกว่า 5,000 GWh ภายในปี 2030 ชี้ถึงการขยายตัวครั้งใหญ่ของตลาดแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน แต่สารสำคัญกว่าตัวเลขคือเงื่อนไขของการเติบโตดังกล่าว ได้แก่ ความปลอดภัยตลอดวงจรชีวิต การวิจัยและการจัดการด้วย AI ดิจิทัลไอดีของแบตเตอรี่ ความพร้อมด้านรีไซเคิล และการลงทุนควบคู่ในเทคโนโลยีโซลิดสเตตกับ LFP/โซเดียมไอออน 2
3
19
การแข่งขันแบตเตอรี่ในระยะต่อไปจึงไม่ได้วัดกันแค่จำนวนเซลล์ที่ผลิตได้ แต่รวมถึงความสามารถในการทำให้การผลิตขนาดใหญ่ปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ คุ้มต้นทุน และหมุนเวียนทรัพยากรได้จริง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
โอวหยาง หมิงเกา คาดว่าความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วโลกในปี 2030 อาจเกิน 5,000 GWh ขณะที่ยอดส่งมอบของจีนอาจเกิน 3,600 GWh เกือบสองเท่าจากราว 1,875 GWh ในปี 2025
โอวหยาง หมิงเกา คาดว่าความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนทั่วโลกในปี 2030 อาจเกิน 5,000 GWh ขณะที่ยอดส่งมอบของจีนอาจเกิน 3,600 GWh เกือบสองเท่าจากราว 1,875 GWh ในปี 2025 สำหรับปี 2025 เขาระบุว่าจีนมีการติดตั้งแบตเตอรี่กำลัง 769 GWh เพิ่มขึ้น 40% และส่งมอบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนราว 1,875 GWh เพิ่มขึ้น 53% โดยมีส่วนแบ่งยอดส่งมอบทั่วโลกมากกว่า 80%
สารหลักไม่ใช่การเลือกระหว่างแบตเตอรี่โซลิดสเตตกับ LFP: ทั้งเส้นทางพลังงานจำเพาะสูงและความปลอดภัยสูง กับเส้นทาง LFP/โซเดียมไอออนที่ต้นทุนต่ำและอายุยาว ล้วนจำเป็น