แนวคิดของมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา คือการตั้งเวทีระหว่างประเทศเพื่อช่วยกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์และประสานให้การพัฒนา AI ปลอดภัยขึ้น โดยเขาเรียกแนวคิดนี้ว่า “คณะกรรมการเสถียรภาพเทคโนโลยี” (technology stability board) และเปรียบเทียบกับ Financial Stability Board หรือ FSB ซึ่งเป็นเวทีประสานความมั่นคงทางการเงินระหว่างประเทศ
17
สารหลักของคาร์นีย์ไม่ใช่การสั่งพักการพัฒนา AI แต่คือการทำให้มาตรการคุ้มครองและความร่วมมือข้ามพรมแดนเดินไปพร้อมกับการลงทุน การนำ AI ไปใช้งาน และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
17
คาร์นีย์เสนออะไรบ้าง
คาร์นีย์ระบุว่าจำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่างประเทศด้าน AI และเห็นว่าคณะกรรมการลักษณะเดียวกับ FSB น่าจะเหมาะสม
17 การอ้างถึง FSB สื่อถึงกลไกที่ทำให้หลายประเทศร่วมกำหนดแนวทางและแลกเปลี่ยนข้อมูล มากกว่าจะเป็นการตั้ง “ผู้กำกับ AI โลก” รายเดียวที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลทุกประเทศ
อย่างไรก็ดี ข้อเสนอยังอยู่ในระยะตั้งวาระการหารือ รายละเอียดสำคัญยังไม่ถูกประกาศต่อสาธารณะ ทั้งรายชื่อสมาชิก อำนาจตามกฎหมาย วิธีตัดสินใจ และกลไกบังคับใช้ จึงยังไม่ใช่องค์กรที่จัดตั้งขึ้นแล้ว
จุดยืนอยู่ตรงไหนในข้อถกเถียงเรื่อง AI ปลอดภัย
ข้อเสนอของคาร์นีย์ปรากฏขึ้นท่ามกลางจุดยืนที่ต่างกันอย่างชัดเจนในโลก AI แนวหน้า
ฝั่งอโมเดอี: ชะลอการเพิ่มขีดความสามารถ เพื่อให้ความปลอดภัยตามทัน
ดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัท AI ชะลอความเร็วในการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดล โดยให้เหตุผลว่าอุตสาหกรรมต้องมีเวลามากขึ้นในการจัดการความเสี่ยงจากการนำไปใช้ในทางที่ผิด เขาเสนอทั้งการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นและการประสานงานทั้งอุตสาหกรรม ข้อเรียกร้องนี้ได้รับการสนับสนุนจากแซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI และอีลอน มัสก์ เจ้าของ xAI
49
52
กล่าวอีกแบบหนึ่ง นี่คือแนวทาง “คุมจังหวะแนวหน้า” การพัฒนายังเดินหน้าต่อ แต่ต้องลดความเร็วของการแข่งขันสู่โมเดลที่มีความสามารถสูงขึ้น
ฝั่งทรัมป์: ให้ความสำคัญกับการแข่งขันมากกว่ากฎใหม่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธแนวคิดที่ต้องเพิ่มข้อจำกัดด้านความปลอดภัย AI โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ มีเครื่องมืออยู่แล้วในการกำกับและดำเนินคดีกับบริษัท AI เขาเรียกการเรียกร้องกฎระเบียบจากอุตสาหกรรมว่าเป็น “เรื่องหลอกลวง” และเน้นย้ำความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
51
ฝั่งคาร์นีย์: สร้างราวกันตก แต่ไม่ปิดทางการเติบโต
จุดยืนของคาร์นีย์จึงต่างจากทั้งสองฝั่ง เขาไม่ได้เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาโมเดลทั่วทั้งอุตสาหกรรมแบบอโมเดอี แต่ก็ไม่ได้มองว่ากลไกภายในประเทศที่มีอยู่เพียงพอแล้วตามแนวทางของทรัมป์ คาร์นีย์เสนอให้ใช้การกำกับร่วมกันระหว่างประเทศ เพื่อทำให้การพัฒนา AI มีความยั่งยืนและสร้างประโยชน์ได้มากขึ้น
17
49
51
ทำไมข้อเสนอนี้จึงมาพร้อมเวทีดึงทุนของแคนาดา
จังหวะเวลามีความหมาย แคนาดาจัด Canada Investment Summit ระดับชาติครั้งแรกเพื่อดึงดูดทุนต่างประเทศสู่โครงการมากกว่า 160 โครงการ ครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์ การผลิตขั้นสูง ก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ท่าเรือ เหมืองแร่ พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัล
2
12
รัฐบาลออตตาวาตั้งเป้ากระตุ้นการลงทุนมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์แคนาดา ภายใน 5 ปี
2
12 โครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอนี้ด้วย ตัวอย่างคือโครงการวิทยาเขตดาต้าเซ็นเตอร์ของ Meta ที่ Sturgeon County ในรัฐแอลเบอร์ตา มูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา และเป็นดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกของ Meta ในแคนาดา
15
เมื่อนำสองเรื่องมาวางคู่กัน แคนาดากำลังส่งสัญญาณว่าอยากเป็นทั้งฐานสำหรับสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และผู้ผลักดันกติกาสากลที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับ AI อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงนี้เป็นข้อสรุปจากการที่สองวาระเกิดขึ้นในช่วงเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมการที่เสนอจะเข้ามากำกับโครงการลงทุนของแคนาดาโดยตรง
17
2
ฉากหลังคือการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
การดึงดูดการลงทุนเกิดขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แคนาดาตอบโต้ด้วยภาษีในอัตรา 15% ถึง 50% กับสินค้าสหรัฐฯ ราว 28,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา
32
34
คาร์นีย์ยังระบุว่าแคนาดาจำเป็นต้องลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และกระชับความสัมพันธ์กับยุโรปมากขึ้น โดยมีรายงานว่าเขาสนใจผลักดัน “พันธมิตรแบบเฉพาะ” กับสหภาพยุโรป ซึ่งไม่ใช่การสมัครเข้าเป็นสมาชิก EU
34
39
ในบริบทนี้ การดึงทุนสำหรับโครงการพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และดิจิทัลมีความสำคัญทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงยุทธศาสตร์ เพราะช่วยขยายเครือข่ายการลงทุนของแคนาดาในเวลาที่ประเทศกำลังหาแนวทางลดการพึ่งพาคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด
โจทย์ใหญ่ยังอยู่ที่การได้แรงสนับสนุนจากนานาชาติ
อุปสรรคสำคัญที่สุดของแนวคิดนี้คือฉันทามติทางการเมือง องค์กรด้านเสถียรภาพเทคโนโลยีจะต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาลและบริษัทที่ยังเห็นต่างกันตั้งแต่คำถามพื้นฐานว่า AI แนวหน้าควรถูกคุมเข้มและประสานงานระดับนานาชาติมากเพียงใด
อโมเดอี อัลต์แมน และมัสก์ สนับสนุนการชะลอการเพิ่มขีดความสามารถของ AI แนวหน้าเพื่อเปิดเวลาให้ทำงานด้านความปลอดภัย ขณะที่ทรัมป์คัดค้านข้อจำกัดใหม่ โดยมองว่าจะบั่นทอนการแข่งขันของสหรัฐฯ
49
51
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่าประเทศมหาอำนาจด้าน AI เช่น สหรัฐฯ จีน หรือสหภาพยุโรป ให้คำมั่นสนับสนุนองค์กรที่คาร์นีย์เสนอ ดังนั้นข้อเสนอนี้จึงควรถูกมองว่าเป็นการชวนเริ่มสร้างกรอบธรรมาภิบาลระดับโลก ไม่ใช่ข้อตกลงสากลที่ตกลงกันแล้ว
17
สรุป
“คณะกรรมการเสถียรภาพเทคโนโลยี” ของคาร์นีย์เป็นความพยายามทำให้การกำกับดูแล AI อยู่ร่วมกับการลงทุนและการนำเทคโนโลยีไปใช้ได้ เขาไม่ได้เสนอให้หยุดความก้าวหน้าของ AI แบบเหมารวม แต่ก็ไม่เชื่อว่าเครื่องมือกำกับในแต่ละประเทศที่มีอยู่แล้วจะเพียงพอ
แนวทางสายกลางนี้จะกลายเป็นสถาบันจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าชาติมหาอำนาจด้าน AI จะเห็นพ้องกันหรือไม่ว่า การประสานงานข้ามพรมแดนคุ้มค่าที่จะทำในยุคที่การแข่งขัน AI ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ