รายได้ครึ่งแรกปี 2026 ของ BYD ลดลง 7.1% เหลือ 344.82 พันล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 20.5% เหลือ 12.33 พันล้านหยวน กำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 29.8% เป็น 8.2 พันล้านหยวน ซึ่งเป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี แต่ยังต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ราว 48% ยอดส่งออกพุ่งประมาณ 68% เป็น 792,000 คัน คิดเป็นราว 44% ของยอดข...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did BYD’s first-half 2026 financial results reveal about the contrast between its weakening domestic business and strengthening oversea. Article summary: BYD’s first-half results showed a company being squeezed at home but increasingly supported by faster-growing, higher-margin overseas operations. Exports are cushioning the downturn—not yet proving they can fully neutral. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2026 ของ BYD สะท้อนภาพบริษัทที่กำลังเดินหน้าในสองทิศทางพร้อมกัน ด้านหนึ่ง ตลาดจีนเผชิญอุปสงค์ที่อ่อนแรงและสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่รุนแรงขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง ยอดส่งออกเติบโตอย่างรวดเร็วและช่วยพยุงอัตรากำไรของทั้งกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสำคัญยังเป็นขาลง นั่นหมายความว่า การส่งออกกำลังช่วยลดแรงกระแทกจากตลาดจีน แต่ยังไม่ได้แก้ปัญหาภายในประเทศให้หมดไป 1
2
ในช่วง 6 เดือนสิ้นสุดเดือนมิถุนายน BYD มีรายได้ 344.82 พันล้านหยวน ลดลง 7.1% จากปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงประมาณ 20.5% เหลือ 12.33 พันล้านหยวน ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.35 หยวน 1
2
4
แรงกดดันหลักมาจากธุรกิจรถยนต์พลังงานใหม่ รวมถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในช่วงบริษัทขยายธุรกิจไปต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตแบตเตอรี่ Blade รุ่นที่สองกระทบการผลิตรถยนต์บางรุ่นที่มีมูลค่าสูงกว่า 1
5
13
ตัวเลขชุดนี้มีความสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “ยอดขายที่เพิ่มขึ้น” กับ “การฟื้นตัวทางการเงิน” BYD ขายรถยนต์นอกจีนได้มากขึ้น แต่รายได้และกำไรโดยรวมของบริษัทกลับลดลงในช่วงครึ่งปีแรก
ผลประกอบการไตรมาส 2 ดูดีขึ้นเมื่อเทียบกับภาพรวมครึ่งปีแรก กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.8% จากปีก่อน เป็น 8.2 พันล้านหยวน นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีที่กำไรรายไตรมาสของ BYD กลับมาเติบโต โดยได้แรงหนุนจากยอดส่งออกและอัตรากำไรในตลาดต่างประเทศที่ดีขึ้น 1
14
แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ประมาณ 48% อย่างมาก ขณะที่รายได้ไตรมาส 2 ลดลงราว 3.2% สะท้อนว่าความสามารถในการทำกำไรเริ่มทรงตัว แต่การฟื้นตัวของอุปสงค์และมูลค่าการขายยังไม่สมบูรณ์ 1
13
พูดให้ชัดคือ ไตรมาส 2 แสดงให้เห็นว่า BYD สามารถใช้ธุรกิจต่างประเทศมาชดเชยแรงกดดันในจีนได้บางส่วน แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าปัญหาในตลาดจีนได้รับการแก้ไขแล้ว
ตลาดรถยนต์ภายในประเทศของจีนเผชิญอุปสงค์ที่อ่อนตัวและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากคู่แข่ง เช่น Geely และ Xiaomi โดย Reuters รายงานว่ายอดขายในจีนของ BYD ลดลง 35% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 79% ในช่วงเวลาเดียวกัน 2
43
การแข่งขันยิ่งรุนแรงในกลุ่มรถยนต์ที่มียอดขายสูงและเป็นตลาดหลักของผู้ผลิตหลายราย ค่าเฉลี่ยส่วนลดรถยนต์ BYD เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10% ในเดือนมีนาคม ขณะที่คู่แข่งก็เพิ่มส่วนลดเช่นกัน 40
41
แรงกดดันเช่นนี้สามารถบั่นทอนกำไรได้ แม้ผู้ผลิตยังรักษายอดขายจำนวนมากไว้ได้ เพราะราคาที่ลดลงทำให้รายได้ต่อคันหดตัว ขณะเดียวกัน ตลาดที่มีผู้เล่นหนาแน่นยังบังคับให้บริษัทใช้เงินมากขึ้นกับโปรโมชั่น เทคโนโลยี และกำลังการผลิต หลักฐานที่มีอยู่ยืนยันว่าการแข่งขันและการลดราคาทวีความรุนแรงขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะระบุผลกระทบทางการเงินหรือมาตรการลดต้นทุนของคู่แข่งแต่ละรายได้อย่างแม่นยำ
BYD ส่งออกรถยนต์ประมาณ 792,000 คันในช่วงครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้นราว 68% จากปีก่อน และคิดเป็นประมาณ 44% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด 1
3
7
โครงสร้างรายได้ของบริษัทก็เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ รายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 181.27 พันล้านหยวน หรือ 52.6% ของรายได้รวม ทำให้ธุรกิจต่างประเทศมีขนาดใหญ่กว่าธุรกิจในประเทศจีนเป็นครั้งแรก ตามรายงานเกี่ยวกับผลประกอบการระหว่างกาล 9
10
สัดส่วนธุรกิจต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นยังสัมพันธ์กับความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของ BYD เพิ่มเป็น 18.85% จาก 18.01% ในปีก่อน แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะลดลง 2.81% เหลือประมาณ 64.99 พันล้านหยวน 14
37
ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าการขยายธุรกิจต่างประเทศไม่ได้เพิ่มเพียงจำนวนรถที่ขายได้ แต่ยังช่วยกระจายฐานรายได้และเปิดทางให้ BYD จำหน่ายรถในตลาดที่ส่วนผสมผลิตภัณฑ์อาจทำกำไรได้ดีกว่าตลาดจีนซึ่งถูกกดดันด้วยส่วนลดและสงครามราคา
นี่เป็นพัฒนาการเชิงโครงสร้างที่เป็นบวก แต่ยังไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการฟื้นตัวของกำไรอย่างสมบูรณ์
ความคืบหน้าในยุโรปเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดของแรงส่งจากต่างประเทศของ BYD บริษัทมีสัดส่วน 2.2% ของการจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมดในสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน 2026 ตามข้อมูลที่รายงานโดยอ้างอิงสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งยุโรป 46
ข้อมูลอีกชุดระบุว่าส่วนแบ่งตลาดยุโรปของ BYD เพิ่มเป็น 2.4% ในช่วงครึ่งแรกของปี จาก 1.0% ในปีก่อน แม้ช่วงเวลาและวิธีวัดของแต่ละรายงานจะแตกต่างกัน 50 แต่ทิศทางโดยรวมสอดคล้องกันว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังเพิ่มส่วนแบ่งในยุโรปไปพร้อมกับการขยายตัวของความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ
44
47
BYD ยังปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว บริษัทระบุว่าโรงงานในฮังการีคาดว่าจะเริ่มประกอบรถยนต์ได้ในไตรมาส 4 ของปี 2026 ส่วนแผนโรงงานในตุรกีถูกระงับไว้ชั่วคราว ขณะที่บริษัทให้ความสำคัญกับยุโรปมากขึ้น และกำลังพิจารณารับช่วงต่อโรงงานเดิมในยุโรปตอนใต้ โดยมีสเปนอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกพิจารณาสำหรับโรงงานแห่งที่สอง 17
18
การผลิตในท้องถิ่นอาจช่วยให้ BYD บริหารต้นทุนโลจิสติกส์ การเข้าถึงตลาด และข้อกำหนดด้านห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคได้ดีขึ้นในอนาคต แต่กำหนดการเริ่มผลิตที่ฮังการีเป็นเป้าหมายในอนาคต และยังไม่ได้ช่วยผลประกอบการครึ่งปีแรก บริษัทจะต้องเปลี่ยนยอดจดทะเบียนและการส่งออกที่เติบโตเร็วให้กลายเป็นยอดขายระยะยาว เครือข่ายบริการที่แข็งแรง และการผลิตที่ทำกำไรได้จริง
คำตอบจากผลประกอบการครึ่งปีแรกคือ ได้เพียงบางส่วน
ธุรกิจต่างประเทศช่วยปรับโครงสร้างยอดขาย ยกระดับอัตรากำไรขั้นต้น และทำให้ BYD กลับมามีกำไรรายไตรมาสเติบโตในไตรมาส 2 ยุโรป บราซิล และสหราชอาณาจักรยังเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการขยายตัวต่อไป 1
2
43
แต่ผลประกอบการรวมยังเป็นสัญญาณเตือน รายได้ลดลง 7.1% กำไรสุทธิลดลงประมาณ 21% และยอดขายรถยนต์ลดลง 15.7% เหลือ 1.8085 ล้านคันในช่วงครึ่งแรกของปี 8
12 ขณะเดียวกัน ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน การลดราคาในจีน และข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่ Blade รุ่นที่สอง ล้วนลดทอนประโยชน์จากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น
1
5
13
ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2026 ไม่ใช่ว่า BYD จะส่งออกรถได้มากขึ้นหรือไม่ เพราะบริษัทพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้ แต่คือ BYD จะรักษาการเติบโตของยอดขายต่างประเทศ เดินหน้าการผลิตในท้องถิ่น และรักษาความได้เปรียบด้านอัตรากำไรได้เร็วพอหรือไม่ ก่อนที่การแข่งขันด้านราคาในจีนจะกัดกร่อนกำไรไปมากกว่านี้
ณ ตอนนี้ BYD ยังไม่ใช่บริษัทที่หลุดพ้นจากปัญหาในประเทศจีน แต่เป็นบริษัทที่ค้นพบ “เครื่องยนต์ตัวที่สอง” ซึ่งทรงพลังและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เพียงแต่เครื่องยนต์ดังกล่าวยังไม่ใหญ่หรือแข็งแกร่งพอที่จะขับเคลื่อนธุรกิจทั้งกลุ่มได้เพียงลำพัง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายได้ครึ่งแรกปี 2026 ของ BYD ลดลง 7.1% เหลือ 344.82 พันล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 20.5% เหลือ 12.33 พันล้านหยวน
รายได้ครึ่งแรกปี 2026 ของ BYD ลดลง 7.1% เหลือ 344.82 พันล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 20.5% เหลือ 12.33 พันล้านหยวน กำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 29.8% เป็น 8.2 พันล้านหยวน ซึ่งเป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี แต่ยังต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ราว 48%
ยอดส่งออกพุ่งประมาณ 68% เป็น 792,000 คัน คิดเป็นราว 44% ของยอดขายรถทั้งหมด และรายได้จากต่างประเทศมีสัดส่วน 52.6% ของรายได้รวม