CEO ของ ASML ระบุว่าความต้องการชิปจาก AI ดาวเทียม และระบบอัตโนมัติกำลังเพิ่มเร็วกว่ากำลังผลิต ทำให้ตลาดมีแนวโน้มตึงตัวอีกหลายปี [4] TSMC คาดว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าเกิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยกว่า 55% ของความต้องการจะมาจาก AI และคอมพิวติ้งสมรรถนะสูง [38] เครื่องลิโทกราฟีรุ่นใหม่ High‑NA E...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did ASML CEO Christophe Fouquet say about the future of the global semiconductor market, including why AI, satellites, and robotics are. Article summary: Christophe Fouquet’s message was that the chip market is entering a long period of structural tightness: AI, satellite networks and robotics are creating more demand than the industry can quickly build capacity to serve,. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "## In conversation with our CEO, Christophe Fouquet. Portrait of Christophe Fouquet, ASML CEO. The far-reaching impact of artificial intelligence (AI) on society and our industry b" source context "CEO message | ASML 2025 Annual Report" Reference image 2: visual subject "# ASML CEO Reportedly Says Elon Musk's Ter
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอาจกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ “อุปทานตึงตัว” ต่อเนื่องหลายปี เมื่อความต้องการชิปพุ่งสูงจากเทคโนโลยีใหม่ โดย Christophe Fouquet ซีอีโอของ ASML ระบุว่าการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI รวมถึงดาวเทียมและหุ่นยนต์ กำลังผลักดันดีมานด์เร็วกว่าที่โรงงานผลิตชิปจะเพิ่มกำลังการผลิตได้ทัน
ในมุมมองของผู้นำอุตสาหกรรมหลายราย แนวโน้มนี้อาจทำให้ตลาดชิปเติบโตมหาศาล โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอาจแตะ ประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2030
Fouquet อธิบายว่า ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์กำลังเพิ่มเร็วกว่าความสามารถในการผลิตทั่วโลก ปัจจัยสำคัญไม่ได้มาจากแค่สมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่เป็นคลื่นเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงมาก
ตัวอย่างเช่น
เทคโนโลยีเหล่านี้ต้องใช้ชิปหลายประเภทพร้อมกัน ตั้งแต่หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ เซ็นเซอร์ ไปจนถึงชิปเครือข่ายและระบบจัดการพลังงาน เมื่อหลายอุตสาหกรรมขยายตัวพร้อมกัน จึงเกิดแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน เช่น โรงงานเวเฟอร์ เครื่องลิโทกราฟี และเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง
Fouquet จึงมองว่าอุตสาหกรรมนี้อาจเผชิญ คอขวดในหลายจุดของซัพพลายเชน ไปอีกหลายปี
ASML ยังอธิบายภาพการเปลี่ยนผ่านนี้ว่า โลกกำลังเคลื่อนจากยุค “chips everywhere” ไปสู่ “AI chips everywhere” ซึ่งหมายถึง AI จะกลายเป็นแรงขับหลักของชิปแทบทุกประเภทในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
โครงการเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลกกำลังแสดงให้เห็นว่าความต้องการชิปไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอีกต่อไป
ศูนย์ข้อมูล AI ขนาดมหึมาต้องใช้
ขณะเดียวกัน เครือข่ายดาวเทียมระดับโลกและโรงงานอัตโนมัติกำลังเพิ่มประเภทของซิลิคอนที่ต้องใช้ในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่
แม้แต่ละโครงการอาจไม่ใช่ตัวกำหนดตลาดเพียงลำพัง แต่เมื่อรวมกันแล้ว ความต้องการฮาร์ดแวร์คอมพิวติ้งก็เพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วทั้งเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้นำอุตสาหกรรมคาดว่าตลาดชิปจะยังตึงตัวเป็นระยะ
การคาดการณ์ระยะยาวของอุตสาหกรรมกำลังถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะ เกิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์เดิมที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ
TSMC ประเมินว่าเทคโนโลยีสองกลุ่มนี้อาจคิดเป็น ประมาณ 55% ของความต้องการชิปทั่วโลกภายในปี 2030
การเติบโตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชิปเร่งความเร็ว AI เท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศฮาร์ดแวร์ทั้งหมด เช่น
ทั้งหมดนี้คือโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจ AI ในอนาคต
ASML มีบทบาทพิเศษในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ บริษัทจากเนเธอร์แลนด์รายนี้เป็นผู้ผลิต เครื่องลิโทกราฟีแบบ EUV (Extreme Ultraviolet) ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่จำเป็นสำหรับการผลิตชิปขั้นสูงที่สุดของโลก
ปัจจุบันยังไม่มีบริษัทอื่นที่สามารถผลิตเทคโนโลยีนี้ในระดับอุตสาหกรรมได้ เครื่องจักรเหล่านี้ใช้ฉายลวดลายขนาดเล็กมากลงบนเวเฟอร์ซิลิคอน เพื่อสร้างทรานซิสเตอร์ระดับนาโนเมตรสำหรับชิปประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในระบบ AI และศูนย์ข้อมูล
ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ เช่น TSMC, Samsung และ Intel ต่างต้องพึ่งเครื่อง EUV ของ ASML ในการผลิตชิปยุคใหม่
ASML กำลังเปิดตัวเทคโนโลยีลิโทกราฟีรุ่นถัดไปที่เรียกว่า High‑NA EUV
ระบบนี้ใช้ค่า numerical aperture ที่สูงขึ้น ทำให้สามารถพิมพ์โครงสร้างบนซิลิคอนที่เล็กและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ผลลัพธ์คือชิปที่
ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับงาน AI รุ่นถัดไป
เทคโนโลยี High‑NA EUV คาดว่าจะเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในช่วงปลายทศวรรษนี้ และจะเป็นก้าวสำคัญในโรดแมปของอุตสาหกรรมเพื่อสร้างทรานซิสเตอร์ที่เล็กลงเรื่อย ๆ
แม้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จะเผชิญความผันผวนในปี 2025 แต่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา
คำสั่งซื้อเครื่องผลิตชิปของ ASML เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากบริษัทที่ต้องการผลิตชิปสำหรับ AI ส่งผลให้มุมมองระยะยาวของบริษัทดูสดใสขึ้น และช่วยหนุนความเชื่อมั่นของตลาดต่อบทบาทสำคัญของ ASML ในยุคคอมพิวติ้งใหม่
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ว่าตลาดชิปจะโตถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
มาตรการควบคุมการส่งออก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการเติบโตของ AI ที่ช้ากว่าคาด อาจทำให้ไทม์ไลน์เปลี่ยนไปได้
ถึงอย่างนั้น แนวโน้มใหญ่ของอุตสาหกรรมดูชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ: ความต้องการพลังประมวลผลกำลังขยายไปสู่เกือบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ และอาจทำให้ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ต้องดำเนินอยู่ภายใต้ภาวะอุปทานจำกัดไปอีกหลายปี
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
CEO ของ ASML ระบุว่าความต้องการชิปจาก AI ดาวเทียม และระบบอัตโนมัติกำลังเพิ่มเร็วกว่ากำลังผลิต ทำให้ตลาดมีแนวโน้มตึงตัวอีกหลายปี [4]
CEO ของ ASML ระบุว่าความต้องการชิปจาก AI ดาวเทียม และระบบอัตโนมัติกำลังเพิ่มเร็วกว่ากำลังผลิต ทำให้ตลาดมีแนวโน้มตึงตัวอีกหลายปี [4] TSMC คาดว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าเกิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยกว่า 55% ของความต้องการจะมาจาก AI และคอมพิวติ้งสมรรถนะสูง [38]
เครื่องลิโทกราฟีรุ่นใหม่ High‑NA EUV ของ ASML ถูกออกแบบมาเพื่อผลิตชิปที่เล็กกว่า เร็วกว่า และประหยัดพลังงานมากขึ้นสำหรับยุค AI [3][11]