ตัวเลขทั้งสองสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย LSEG ซึ่งคาดรายได้ราว 8.09 พันล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นราว 2.88 ดอลลาร์
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ผลิตชิปกำลังเพิ่มการลงทุนในกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการชิปสำหรับระบบ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากแนวโน้มระยะสั้นแล้ว Applied Materials ยังให้มุมมองที่สดใสขึ้นสำหรับปี 2026 โดยบริษัทคาดว่า
นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมมองว่าการปรับประมาณการครั้งนี้สะท้อนความต้องการระยะยาวของตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการผลิตชิป AI และโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูง
ก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งรายงานผลประกอบการไตรมาสสองที่ออกมาดีกว่าคาดเช่นกัน โดยมีตัวเลขสำคัญดังนี้
เมื่อเทียบกันแล้ว ค่ากลางรายได้ไตรมาส 3 ที่ 8.95 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า
การขยายตัวของ AI กำลังสร้างผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
การสร้างชิป AI รุ่นใหม่ต้องการ
ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ทำให้ผู้ผลิตชิปต้องลงทุนใน เครื่องมือผลิตเวเฟอร์และระบบแพ็กเกจขั้นสูง มากขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Applied Materials
พร้อมกันนั้น การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และระบบคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูงทั่วโลกยังเพิ่มความต้องการหน่วยความจำ เช่น DRAM และชิปขั้นสูงอื่น ๆ ส่งผลให้การลงทุนในโรงงานผลิตชิปและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การคาดการณ์ล่าสุดของ Applied Materials สะท้อนให้เห็นว่า กระแส AI กำลังผลักดันทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งแต่ผู้ผลิตชิปไปจนถึงบริษัทที่ผลิตเครื่องมือสำหรับโรงงานผลิตชิป หากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเร่งตัวต่อไป บริษัทก็มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตของตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีแพ็กเกจขั้นสูงในอีกหลายปีข้างหน้า