วันที่ 14 กันยายน 2026 คือวันเริ่มปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ชุดใหญ่ของ Apple พร้อมการเปิดตัวสู่ผู้ใช้ทั่วไปของ Apple Intelligence เจเนอเรชันใหม่ และ Siri AI หรือ Siri ที่สร้างใหม่ในรูปแบบเบต้า จุดที่ควรเข้าใจคือ การอัปเดตระบบไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ทุกคนจะเข้าถึง AI ได้ทันที เพราะต้องดูให้ครบทั้งรุ่นอุปกรณ์ ภาษา ภูมิภาค และฟีเจอร์ย่อยนั้น ๆ
20
21
36
อัปเดตอะไรบ้างในวันที่ 14 กันยายน
Apple ระบุว่า Apple Intelligence จะมากับ iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27 และ visionOS 27 บนอุปกรณ์ที่รองรับ และต้องตั้งค่าเครื่องเป็นภาษาที่รองรับด้วย ส่วน Siri AI เริ่มให้ใช้งานแบบเบต้า โดยเริ่มจากภาษาอังกฤษ
20
21
กำหนดวันอาจต่างกันตามภูมิภาค ตัวอย่างเช่น หน้า Apple Intelligence ของฮ่องกงระบุว่าฟีเจอร์ใหม่เริ่มใช้ได้วันที่ 15 กันยายน นอกจากนี้ Apple ยังเตือนว่าบางฟีเจอร์อาจไม่พร้อมใช้ในทุกภาษาและทุกภูมิภาค
34
36
Siri AI ใหม่ทำอะไรได้
Siri AI เป็น Siri เวอร์ชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence ซึ่ง Apple อธิบายว่าเป็นผู้ช่วยที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำงานเก่งขึ้น และสนทนาได้เป็นธรรมชาติกว่าเดิม ความสามารถหลักที่ประกาศมีดังนี้
- เข้าใจบริบทส่วนตัว เพื่อช่วยค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเนื้อหาของผู้ใช้เมื่อจำเป็น
- รับรู้สิ่งบนหน้าจอ จึงตอบสนองต่อสิ่งที่กำลังแสดงอยู่ได้
- มีความรู้ทั่วไปที่กว้างขึ้น สำหรับคำถามต่าง ๆ
- สั่งงานข้ามแอป เพื่อช่วยทำงานให้เสร็จ ไม่ได้เพียงตอบข้อมูลกลับมา
19
22
29
Apple วางให้ Siri AI ผสานอยู่ใน iPhone, iPad, Mac, Apple Watch และ Apple Vision Pro โดยประสบการณ์อาจต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม ตัวอย่างที่ Apple เน้นคือ หน้าจอด้านในขนาดใหญ่ของ iPhone Duo ซึ่งเหมาะกับการใช้ Siri AI มากขึ้น
22
29
Apple Intelligence ไม่ได้มีแค่ Siri
Apple Intelligence คือชุดความสามารถ AI ที่กว้างกว่า Siri AI หนึ่งในฟีเจอร์ที่ Apple ชูคือ Live Translation ซึ่งแปลข้อความใน Messages, แสดงคำบรรยายแปลสดใน FaceTime, แปลเสียงในการโทรศัพท์ และช่วยแปลบทสนทนาผ่าน AirPods ได้
35
ฝั่ง Apple Watch มีชุดฟีเจอร์จากไมโครโฟนชื่อ Audio Intelligence ประกอบด้วย Sound Recognition และการระบุเพลงผ่าน Shazam แบบอัตโนมัติ ส่วน Live Rewind และ Siri Recap ยังไม่มาพร้อมวันเปิดตัว แต่จะเริ่มเป็นเบต้าภาษาอังกฤษในภายหลัง Siri Recap มีเป้าหมายเพื่อสรุปแชตสั้น ๆ พร้อมชื่อเรื่องและประเด็นสำคัญ
33
ภาษาและภูมิภาค: ต้องแยก Apple Intelligence ออกจาก Siri AI
ไทม์ไลน์ด้านภาษามีอยู่ 2 ส่วน
- Apple Intelligence รองรับ 16 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ เดนมาร์ก ดัตช์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี นอร์เวย์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน ตุรกี เวียดนาม จีนตัวย่อ จีนตัวเต็ม ญี่ปุ่น และเกาหลี ทั้งนี้ ฟีเจอร์แต่ละอย่างยังอาจต่างกันตามภาษาและภูมิภาค
20
- Siri AI เปิดตัวด้วยภาษาอังกฤษก่อน โดย Apple ระบุว่าภาษาฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส และสเปน จะตามมาในเดือนตุลาคม
11
ข้อจำกัดภูมิภาคสำคัญคือสหภาพยุโรป (EU) ซึ่ง Apple ระบุว่า Siri AI และความสามารถขั้นสูงจะยังไม่เปิดตัวพร้อม iOS 27 และ iPadOS 27 ในระยะแรก โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับกฎหมาย Digital Markets Act หรือ DMA ของสหภาพยุโรป
23
อุปกรณ์ใดรองรับ Apple Intelligence
การติดตั้ง iOS 27 ได้ ไม่ได้แปลว่าจะใช้ Apple Intelligence ได้เสมอไป เพราะ iOS 27 รองรับ iPhone ได้กว้างกว่า ขณะที่ Apple Intelligence ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ตามเกณฑ์
34
38
รายชื่อ iPhone ที่ Apple ระบุว่ารองรับ Apple Intelligence ได้แก่
- iPhone Duo และ iPhone 18 Pro / 18 Pro Max ที่ใช้ชิป A20 Pro
- iPhone 17 Pro / 17 Pro Max และ iPhone Air ที่ใช้ชิป A19 Pro
- iPhone 17 และ iPhone 17e ที่ใช้ชิป A19
- iPhone 16 Pro / 16 Pro Max ที่ใช้ชิป A18 Pro
- iPhone 16, iPhone 16 Plus และ iPhone 16e ที่ใช้ชิป A18
- iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ที่ใช้ชิป A17 Pro
34
สำหรับ iPad เกณฑ์ที่ระบุคือ iPad Pro ที่ใช้ชิป M1 หรือใหม่กว่า, iPad Air ที่ใช้ชิป M1 หรือใหม่กว่า และ iPad mini ที่ใช้ชิป A17 Pro
34
ส่วน watchOS 27 รองรับ Apple Watch Series 9 หรือใหม่กว่า, Apple Watch SE 3 และ Apple Watch Ultra 2 หรือใหม่กว่า โดยต้องจับคู่กับ iPhone 11 หรือใหม่กว่า หรือ iPhone SE รุ่นที่ 2 หรือใหม่กว่า ซึ่งรัน iOS 27 หรือใหม่กว่า
37
Audio Intelligence มีเงื่อนไขแคบกว่า โดย Sound Recognition และการระบุเพลงอัตโนมัติด้วย Shazam ต้องใช้ Apple Watch Series 12 หรือ Apple Watch Ultra 4 ที่จับคู่กับ iPhone 11 หรือใหม่กว่า หรือ iPhone SE ที่รองรับ ขณะที่ Live Rewind และ Siri Recap ต้องใช้ Series 12 หรือ Ultra 4 เช่นกัน แต่ต้องจับคู่กับ iPhone รุ่นใหม่กว่า โดยเอกสารสนับสนุนของ Apple ระบุถึงตระกูล iPhone 16 และรุ่นหลังจากนั้น
33
ความเป็นส่วนตัวและประเด็นลิมิตการใช้งาน
Apple ระบุว่า Apple Intelligence ใช้ทั้ง การประมวลผลบนอุปกรณ์ และ Private Cloud Compute สำหรับคำขอที่ต้องการพลังประมวลผลมากขึ้น โดยบริษัทอธิบายว่า Private Cloud Compute เป็นการขยายแนวทางความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของ iPhone ไปยังระบบคลาวด์
36
บริษัทยังปรับเอกสารเกี่ยวกับโมเดลพื้นฐานของตน โดยระบุว่าผู้ใช้สามารถเลือกเข้าร่วมเพื่อช่วยพัฒนา Siri และ Apple Intelligence ได้
44
อย่างไรก็ดี แม้รายงานจากงานเปิดตัวจะกล่าวถึงการจำกัดการใช้งานรายวัน และความเป็นไปได้ของการเข้าถึง Siri AI ที่มากขึ้น แต่เอกสารที่มีอยู่ไม่ได้บอกตัวเลขที่ยืนยันได้ หรืออธิบายครบถ้วนว่าฟีเจอร์ประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ใดถูกจำกัดบ้าง ดังนั้นจึงยังสรุปตัวเลขลิมิตรายวันเป็นข้อเท็จจริงไม่ได้
13
บริบทงาน “Surprise and Shine”
การประกาศซอฟต์แวร์และ AI ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน Apple ชื่อ “Surprise and Shine” เมื่อวันที่ 9 กันยายน ซึ่งเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max, iPhone Duo แบบพับได้, Apple Watch Series 12, Apple Watch Ultra 4 และ AirPods 5
13
17
29
31
Apple ใช้ฮาร์ดแวร์ใหม่เป็นเวทีแสดงศักยภาพของแพลตฟอร์มนี้ โดย iPhone 18 Pro รุ่นต่าง ๆ จับคู่ชิป A20 Pro กับ iOS 27, Apple Intelligence และ Siri AI ขณะที่ iPhone Duo ก็รองรับ Apple Intelligence และ Siri AI เช่นกัน
17
29
สรุปแล้ว วันที่ 14 กันยายนคือจุดเริ่มต้นของการปล่อย AI ข้ามอุปกรณ์ของ Apple ไม่ใช่วันที่ทุกฟีเจอร์ AI จะพร้อมใช้บน Apple ทุกเครื่อง วิธีเช็กที่ตรงที่สุดคือดูรุ่นเครื่อง ภาษาที่ตั้งไว้ ภูมิภาคของบัญชีหรืออุปกรณ์ และฟีเจอร์ Apple Intelligence ที่ต้องการใช้งานโดยเฉพาะ
20
33
42