“ไม่มีทาง สำหรับผมแล้วเหรียญทองโอลิมปิกคือสิ่งที่ยากจะคว้ามากที่สุด เพราะคุณมีโอกาสแค่หนึ่งครั้งในทุกๆ สี่ปี มันพิเศษในแบบที่มีคนแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นที่ทำได้ ผมรู้สึกว่าคุณเล่นเพื่อประเทศ เพื่อผู้คนทางบ้าน ผมจะไม่มีวันยอมแลกเหรียญทองของผมกับสิ่งใดทั้งนั้น แต่ก็ไม่ว่าอะไรหากจะเพิ่มอะไรเข้าไปในรายการของผมด้วยอีกหน่อย”
จุดยืนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ซเวเรฟเคยให้สัมภาษณ์หลังจากคว้าเหรียญทองที่โตเกียวในปี 2021 ว่า “ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว คุณไม่ได้เล่นเพื่อตัวเองเท่านั้น คุณกำลังเล่นเพื่อประเทศ และโอลิมปิกคือมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” ความรู้สึกเช่นนี้ยังคงแข็งแกร่งสำหรับเขาแม้ในวันนี้ที่เขายังไม่เคยมีแกรนด์สแลมเป็นของตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมเทนนิสที่หลายคนมักยกย่องแกรนด์สแลมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด การคงคำพูดนี้ไว้โดยเฉพาะในตอนที่ฝันแกรนด์สแลมใกล้จะเป็นจริงจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจ
บนคอร์ทฟิลิปป์-ชาตริเย่ (Court Philippe-Chatrier) ที่ปิดหลังคาเพราะฝนตกหนัก ซเวเรฟใช้เวลา 3 เซต จัดการกับราฟาเอล โจดาร์ ม้ามืดวัย 19 ปี ชาวสเปน ที่เข้ามาเล่นในรายการนี้เป็นครั้งแรกด้วยสกอร์ 7-6(3), 6-1 และ 6-3 ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ซเวเรฟเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเฟรนช์โอเพ่นเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 6 ปีหลังสุด ตอกย้ำความเป็นนักหวดที่มีผลงานสม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่งบนผิวคอร์ตดินของโรลังด์ การ์รอส
*แม้ว่าสุดท้ายเขาจะชนะอย่างสบายๆ แต่ในเซตแรก ซเวเรฟเกือบเอาตัวไม่รอดเมื่อตกเป็นรองอยู่ถึง 2-5 ก่อนจะเร่งเครื่องกลับมาตีเสมอ 6-6 แล้วเอาชนะในช่วงไทเบรก จากนั้นรูปเกมก็เปลี่ยนไปเป็นของซเวเรฟที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนจนเก็บชัยได้ในที่สุด
สิ่งที่ทำให้การแข่งขันเฟรนช์โอเพ่นในปีนี้เหนือความคาดหมาย คือคลื่นยักษ์แห่งความพลิกผันที่ซัดกระหน่ำในรอบแรกๆ ของประเภทชายเดี่ยว เริ่มขึ้นด้วยการที่ คาร์ลอส อัลคาราซ มือหนึ่งของโลกและแชมป์เก่าสองสมัย ต้องถอนตัวออกไปเพราะอาการบาดเจ็บก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น
จากนั้นสถานการณ์เริ่มระเบิดในรอบสอง เมื่อ ยานนิค ซินเนอร์ มือหนึ่งของโลกคนปัจจุบันที่ลงแข่งขันด้วยสถิติสุดร้อนแรงชนะ 30 แมตช์ติดต่อกัน พ่ายให้กับ ฮวน มานูเอล เซรุนโดโล จากอาร์เจนตินาไปอย่างช็อกโลก 2-3 เซต นี่เป็นการพ่ายแพ้ของมือวางอันดับ 1 รายการชายในรอบที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000
และเพียงวันถัดมา โลกเทนนิสก็แทบแตกสลายอีกครั้งเมื่อ โนวัค ยอโควิช แชมป์แกรนด์สแลม 24 สมัย ผู้คร่ำหวอดมากที่สุดในสนาม ออกนำไปก่อน 2-0 เซต แต่กลับพลิกมาพ่ายให้กับ ชูเอา ฟอนเซก้า หนุ่มน้อยวัย 19 ปีชาวบราซิล ในการแข่งมาราธอนเกือบ 5 ชั่วโมง การพลิกล็อกสองครั้งติดต่อกันนี้ทำให้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968 ที่การแข่งขันแกรนด์สแลมประเภทชายเดี่ยวไม่มีผู้เล่นที่เคยเป็นแชมป์แม้แต่คนเดียวหลงเหลืออยู่ในรอบ 16 คนสุดท้าย
การตกรอบของยักษ์ใหญ่ทั้งสองคนทำให้สนามแกรนด์สแลมกลายเป็นดินแดนไร้เจ้าของที่ทุกคนหมายมั่น ท่ามกลางความโกลาหล ซเวเรฟกลายเป็นเต็งหนึ่งในตลาดพนันทันที (+120) และถูกยกให้เป็นนักหวดมือวางสูงสุดที่ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์
ปัจจัยหลายๆ อย่างชี้ไปที่ซเวเรฟ ในฐานะผู้เล่นที่จะก้าวขึ้นไปชูถ้วยแชมป์ในวันที่ 7 มิถุนายน
ในสนามที่มีแต่ผู้เล่นหน้าใหม่ไฟแรง แต่ไร้ซึ่งเลือดขัตติยาของแกรนด์สแลม ซเวเรฟคืออัศวินผู้มีประสบการณ์มากที่สุด และถูกวางตัวให้เป็นผู้กุมบังเหียนชะตากรรมของตัวเองได้อย่างแท้จริง ถึงกระนั้น ไม่ว่าผลของเฟรนช์โอเพ่นปี 2026 จะออกมาเป็นเช่นไร สิ่งหนึ่งที่เขาตอกย้ำไปแล้วคือ: เหรียญทองโอลิมปิกของเขาจะยังคงอยู่กับเขาตลอดไป ไม่มีอะไรต้องแลกเปลี่ยน
“ไม่มีทาง สำหรับผมแล้วเหรียญทองโอลิมปิกคือสิ่งที่ยากจะคว้ามากที่สุด เพราะคุณมีโอกาสแค่หนึ่งครั้งในทุกๆ สี่ปี มันพิเศษในแบบที่มีคนแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นที่ทำได้ ผมรู้สึกว่าคุณเล่นเพื่อประเทศ เพื่อผู้คนทางบ้าน ผมจะไม่มีวันยอมแลกเหรียญทองของผมกับสิ่งใดทั้งนั้น แต่ก็ไม่ว่าอะไรหากจะเพิ่มอะไรเข้าไปในรายการของผมด้วยอีกหน่อย”
จุดยืนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ซเวเรฟเคยให้สัมภาษณ์หลังจากคว้าเหรียญทองที่โตเกียวในปี 2021 ว่า “ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว คุณไม่ได้เล่นเพื่อตัวเองเท่านั้น คุณกำลังเล่นเพื่อประเทศ และโอลิมปิกคือมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” ความรู้สึกเช่นนี้ยังคงแข็งแกร่งสำหรับเขาแม้ในวันนี้ที่เขายังไม่เคยมีแกรนด์สแลมเป็นของตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมเทนนิสที่หลายคนมักยกย่องแกรนด์สแลมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด การคงคำพูดนี้ไว้โดยเฉพาะในตอนที่ฝันแกรนด์สแลมใกล้จะเป็นจริงจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจ
บนคอร์ทฟิลิปป์-ชาตริเย่ (Court Philippe-Chatrier) ที่ปิดหลังคาเพราะฝนตกหนัก ซเวเรฟใช้เวลา 3 เซต จัดการกับราฟาเอล โจดาร์ ม้ามืดวัย 19 ปี ชาวสเปน ที่เข้ามาเล่นในรายการนี้เป็นครั้งแรกด้วยสกอร์ 7-6(3), 6-1 และ 6-3 ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ซเวเรฟเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเฟรนช์โอเพ่นเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 6 ปีหลังสุด ตอกย้ำความเป็นนักหวดที่มีผลงานสม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่งบนผิวคอร์ตดินของโรลังด์ การ์รอส
*แม้ว่าสุดท้ายเขาจะชนะอย่างสบายๆ แต่ในเซตแรก ซเวเรฟเกือบเอาตัวไม่รอดเมื่อตกเป็นรองอยู่ถึง 2-5 ก่อนจะเร่งเครื่องกลับมาตีเสมอ 6-6 แล้วเอาชนะในช่วงไทเบรก จากนั้นรูปเกมก็เปลี่ยนไปเป็นของซเวเรฟที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนจนเก็บชัยได้ในที่สุด
สิ่งที่ทำให้การแข่งขันเฟรนช์โอเพ่นในปีนี้เหนือความคาดหมาย คือคลื่นยักษ์แห่งความพลิกผันที่ซัดกระหน่ำในรอบแรกๆ ของประเภทชายเดี่ยว เริ่มขึ้นด้วยการที่ คาร์ลอส อัลคาราซ มือหนึ่งของโลกและแชมป์เก่าสองสมัย ต้องถอนตัวออกไปเพราะอาการบาดเจ็บก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น
จากนั้นสถานการณ์เริ่มระเบิดในรอบสอง เมื่อ ยานนิค ซินเนอร์ มือหนึ่งของโลกคนปัจจุบันที่ลงแข่งขันด้วยสถิติสุดร้อนแรงชนะ 30 แมตช์ติดต่อกัน พ่ายให้กับ ฮวน มานูเอล เซรุนโดโล จากอาร์เจนตินาไปอย่างช็อกโลก 2-3 เซต นี่เป็นการพ่ายแพ้ของมือวางอันดับ 1 รายการชายในรอบที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000
และเพียงวันถัดมา โลกเทนนิสก็แทบแตกสลายอีกครั้งเมื่อ โนวัค ยอโควิช แชมป์แกรนด์สแลม 24 สมัย ผู้คร่ำหวอดมากที่สุดในสนาม ออกนำไปก่อน 2-0 เซต แต่กลับพลิกมาพ่ายให้กับ ชูเอา ฟอนเซก้า หนุ่มน้อยวัย 19 ปีชาวบราซิล ในการแข่งมาราธอนเกือบ 5 ชั่วโมง การพลิกล็อกสองครั้งติดต่อกันนี้ทำให้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968 ที่การแข่งขันแกรนด์สแลมประเภทชายเดี่ยวไม่มีผู้เล่นที่เคยเป็นแชมป์แม้แต่คนเดียวหลงเหลืออยู่ในรอบ 16 คนสุดท้าย
การตกรอบของยักษ์ใหญ่ทั้งสองคนทำให้สนามแกรนด์สแลมกลายเป็นดินแดนไร้เจ้าของที่ทุกคนหมายมั่น ท่ามกลางความโกลาหล ซเวเรฟกลายเป็นเต็งหนึ่งในตลาดพนันทันที (+120) และถูกยกให้เป็นนักหวดมือวางสูงสุดที่ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์
ปัจจัยหลายๆ อย่างชี้ไปที่ซเวเรฟ ในฐานะผู้เล่นที่จะก้าวขึ้นไปชูถ้วยแชมป์ในวันที่ 7 มิถุนายน
ในสนามที่มีแต่ผู้เล่นหน้าใหม่ไฟแรง แต่ไร้ซึ่งเลือดขัตติยาของแกรนด์สแลม ซเวเรฟคืออัศวินผู้มีประสบการณ์มากที่สุด และถูกวางตัวให้เป็นผู้กุมบังเหียนชะตากรรมของตัวเองได้อย่างแท้จริง ถึงกระนั้น ไม่ว่าผลของเฟรนช์โอเพ่นปี 2026 จะออกมาเป็นเช่นไร สิ่งหนึ่งที่เขาตอกย้ำไปแล้วคือ: เหรียญทองโอลิมปิกของเขาจะยังคงอยู่กับเขาตลอดไป ไม่มีอะไรต้องแลกเปลี่ยน