DeepSeek V4 Pro 0813 ค้นพบช่องโหว่ 28 จาก 32 รายการเมื่อรวมผลการรัน 3 ครั้ง ใช้งบประมาณประมาณ 295 ดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้เป็นผลแบบ pass@3 ไม่ใช่การรับประกันจากการรันครั้งเดียว ผลทดสอบสนับสนุนระบบแบบ orchestration: ใช้โมเดลต้นทุนต่ำค้นหาให้กว้าง ใช้โมเดลที่มี precision สูงตรวจสอบ และให้มนุษย์ทบทวนประเด็นที่มีผลกระทบสูง
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Aikido’s August 2026 benchmark of 10 AI models—using 11.7 billion tokens, 32 recently disclosed real-world vulnerabilities, three i. Article summary: Aikido’s result was not that one model is universally “best,” but that agentic vulnerability discovery is highly stochastic and system-dependent. Pooling three independent, internet-free investigations materially improve. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
Aikido ทดสอบโมเดล AI ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ 10 รุ่นกับช่องโหว่ที่เปิดเผยล่าสุด 32 รายการ โดยให้แต่ละโมเดลสืบค้น 3 ครั้ง ผลการทดสอบใช้โทเคนรวม 11,700 ล้านโทเคน และจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระหว่างการตรวจสอบ
เมื่อรวมผลจากทั้ง 3 รอบ DeepSeek V4 Pro 0813 ค้นพบช่องโหว่ 28 จาก 32 รายการ คิดเป็น pooled recall 87.5% ด้วยค่าใช้จ่ายประมาณ 295 ดอลลาร์ ทำให้เป็นโมเดลที่มีความครอบคลุมสูงสุดในขั้นตอนค้นหา 3
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 28/32 เป็นผลแบบ pass@3 ไม่ได้หมายความว่าการเรียกใช้โมเดลเพียงครั้งเดียวจะพบช่องโหว่ได้ 28 รายการเสมอไป แต่ละรอบอาจสำรวจไฟล์ เส้นทางการทำงาน หรือสมมติฐานการโจมตีแตกต่างกัน การนำผลมารวมกันจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการพบปัญหา และชี้ว่าการตรวจสอบหลายรอบมีค่ามากกว่าการเชื่อคำตอบแรกของโมเดลเพียงอย่างเดียว
จุดแข็งของ DeepSeek Pro คือความกว้างในการสำรวจ เมื่อรวม 3 รอบแล้วพบช่องโหว่ 28/32 รายการ ด้วยค่าใช้จ่ายราว 295 ดอลลาร์
จึงเหมาะกับการเป็น “นักสำรวจด่านแรก” ของกระบวนการรักษาความปลอดภัย แต่ผลลัพธ์ยังต้องผ่านการตรวจสอบด้วยหลักฐาน การรวมรายงานที่ซ้ำกัน และการประเมินระดับความรุนแรงก่อนส่งต่อเป็นรายการแจ้งเตือนจริง
การรัน Flash 3 ครั้งพบช่องโหว่ 24 จาก 32 รายการ ด้วยค่าใช้จ่ายประมาณ 108 ดอลลาร์ ทำให้มีสัดส่วนความครอบคลุมต่อค่าใช้จ่ายที่น่าสนใจ
โมเดลนี้จึงเหมาะกับการสแกนแบบขนาน การสุ่มตรวจเพิ่มเติม หรือการรันซ้ำหลายรอบในงบประมาณจำกัด แต่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นผู้ตรวจสอบขั้นสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ทางเลือกที่เหมาะกว่าคือให้ Flash ค้นหาให้มากที่สุด แล้วส่งผลรวมไปยังขั้นตอนคัดกรองที่เข้มงวดกว่า 3
Grok 4.6 โดดเด่นด้านความสม่ำเสมอ โดยพบช่องโหว่ 21 รายการจาก 32 รายการในทั้ง 3 รอบ
ความสม่ำเสมอเช่นนี้มีความสำคัญกับทีมที่ต้องการรายงานที่คาดการณ์ได้ พฤติกรรมที่เสถียร และความแตกต่างระหว่างการสแกนแต่ละครั้งที่ไม่มากนัก แม้โมเดลเชิงสำรวจอย่าง DeepSeek Pro อาจทำ pooled recall ได้สูงกว่า แต่ Grok อาจเหมาะกับระบบมอนิเตอร์ที่ทำงานซ้ำเป็นประจำหรือกระบวนการที่ต้องการมาตรฐานคงที่
Claude Opus 5 ทำ pooled recall ได้ 26/32 ขณะที่ GPT-5.6 Sol ทำได้ 25/32 ทั้งคู่ยังเป็นตัวเลือกประสิทธิภาพสูง แต่ผลดังกล่าวท้าทายสมมติฐานว่าโมเดลปิดที่มีราคาแพงที่สุดจะต้องให้ความครอบคลุมช่องโหว่ดีที่สุดเสมอ
การเลือกใช้โมเดลเหล่านี้จึงควรพิจารณาจากเหตุผลเชิงระบบ เช่น ความสามารถด้านการให้เหตุผล คุณภาพของรายงาน หรือพฤติกรรมในการตรวจทาน มากกว่าการเลือกจากชื่อแบรนด์หรือชื่อเสียงใน benchmark ทั่วไปเพียงอย่างเดียว 3
ผลเด่นของ Kimi K3 คือ pooled precision 92.3% หรือมีสัดส่วนรายงานที่ถูกยอมรับสูงเมื่อเทียบกับรายงานทั้งหมดที่ส่งออกมา
ความแตกต่างระหว่าง precision กับ recall ทำให้ Kimi เหมาะกับบทบาทอีกแบบหนึ่ง โมเดลที่มี recall สูงสามารถค้นหาได้กว้างและยอมรับสัญญาณรบกวนมากกว่า ส่วนโมเดลที่มี precision สูงเหมาะกับการตรวจสอบผล การจัดทำรายงาน และการลดจำนวนการแจ้งเตือนที่ต้องส่งถึงวิศวกร
Aikido สังเกตว่า Qwen3.8-Max มีแนวโน้มกลับไปตรวจ CVE หรือเส้นทางการให้เหตุผลเดิมซ้ำ ๆ พฤติกรรมนี้ไม่มีประสิทธิภาพหากใช้รอบการสืบค้นไปโดยไม่เพิ่มความครอบคลุม
แต่การย้อนกลับไปตรวจซ้ำก็อาจมีประโยชน์ หากทำให้โมเดลพบเงื่อนไขที่ตกหล่น เส้นทางการทำงานที่ยังไม่ได้พิจารณา หรือรายละเอียดที่ช่วยยืนยันช่องโหว่ได้ดีขึ้น
ทางออกอยู่ที่การออกแบบ harness หรือชั้นควบคุมการทำงานของเอเจนต์ ระบบควรบันทึกว่าได้ตรวจไฟล์ใด ทดสอบสมมติฐานใด และรายงานอะไรไปแล้ว พร้อมจำกัดการวนซ้ำ และส่งกรณีที่ยังไม่ชัดเจนไปยังการสืบค้นชุดใหม่แทนการเล่นเส้นทางเดิมซ้ำโดยอัตโนมัติ
GLM-5.3 ปรับปรุงผลจาก 24/32 เป็น 25/32 ในการเปรียบเทียบฉบับอัปเดต และยังมีต้นทุนต่ำกว่าตัวเลือกโมเดลปิดระดับแนวหน้าในชุดทดสอบ
คุณค่าของ GLM-5.3 จึงอยู่ที่การเป็นผู้ปฏิบัติงานปริมาณมาก หรือเป็นส่วนหนึ่งของ ensemble ที่ใช้หลายโมเดลร่วมกัน โดยเฉพาะเมื่อองค์กรนำข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและความยืดหยุ่นในการใช้งานไปเพิ่มจำนวนการสืบค้น แทนที่จะฝากความหวังไว้กับการรันครั้งเดียว
ระบบค้นหาช่องโหว่ไม่ควรสรุปคุณภาพทั้งหมดด้วยตัวเลขอันดับเดียว เพราะแต่ละตัวชี้วัดสะท้อนความต้องการในการปฏิบัติงานต่างกัน
ขั้นตอนค้นหามักให้ความสำคัญกับ recall สูงและพฤติกรรมการสืบค้นที่หลากหลาย ขณะที่การแจ้งเตือนในระบบจริงต้องการ precision หลักฐานที่ตรวจสอบได้ การตัดผลซ้ำ และการจัดลำดับความเสี่ยง ดังนั้นโมเดลที่เก่งในการค้นหาความเป็นไปได้จำนวนมาก อาจไม่เหมาะกับการส่งแจ้งเตือนให้นักพัฒนาโดยไม่มีผู้ตรวจทาน
บทเรียนสำคัญที่สุดจากการทดสอบครั้งนี้คือ ประสิทธิภาพของโมเดลมีความสุ่มอยู่พอสมควร การรันครั้งเดียวจะสำรวจเส้นทางการตรวจสอบเพียงแบบหนึ่ง ขณะที่การรันอิสระหลายครั้งเปิดโอกาสให้ระบบลองสมมติฐานที่แตกต่างกัน
นี่คือเหตุผลที่ DeepSeek Pro 3 รอบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 295 ดอลลาร์ สามารถแข่งขันกับหรือทำได้ดีกว่าการรันครั้งเดียวของโมเดลระดับแนวหน้าที่มีราคาแพงกว่า หน่วยที่ควรนำมาประเมินจึงไม่ใช่แค่ “การเรียกโมเดล” แต่คือการสืบสวนครบวงจร ซึ่งรวมโมเดล เครื่องมือ พรอมป์ ขีดจำกัดจำนวนรอบ หน่วยความจำ การรันซ้ำ และกระบวนการตรวจสอบ 3
แนวทางที่สอดคล้องกับผลทดสอบของ Aikido คือแยก “การค้นหา” ออกจาก “การตัดสิน” ดังนี้
แนวทางการส่งต่องานระหว่างโมเดลเช่นนี้มีความแข็งแรงกว่าการมองโมเดล open-weight และ closed-weight เป็นผลิตภัณฑ์ที่สลับแทนกันได้ทันที
ผลของ Aikido มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจแนวโน้ม แต่ไม่ใช่การจัดอันดับโมเดล AI ด้านความปลอดภัยแบบสากล การทดสอบครอบคลุมช่องโหว่ที่เปิดเผยล่าสุด 32 รายการ ให้แต่ละโมเดลลอง 3 ครั้ง และใช้ agent harness เฉพาะรูปแบบหนึ่ง ประสิทธิภาพอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามภาษาโปรแกรม โครงสร้าง repository สิทธิ์การเข้าถึงเครื่องมือ threat model งบประมาณการสืบค้น และระดับ false positive ที่องค์กรยอมรับได้ 3
ข้อสรุปที่รัดกุมและนำไปใช้ได้จริงกว่าคือ ในเงื่อนไขดังกล่าว โมเดล open-weight โดยเฉพาะ DeepSeek V4 Pro สามารถไล่ทันหรือแซงหน้าโมเดล closed-weight ระดับแนวหน้าได้เมื่อมีการรันซ้ำและการจัดการกระบวนการที่เหมาะสม
ดังนั้น “ผู้ชนะ” ในผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยอาจไม่ใช่โมเดลที่มีคะแนนพาดหัวสูงที่สุด แต่คือระบบที่ค้นหาได้กว้าง ตรวจสอบได้แม่น และส่งมอบหลักฐานที่ทีมวิศวกรนำไปลงมือแก้ไขได้จริง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
DeepSeek V4 Pro 0813 ค้นพบช่องโหว่ 28 จาก 32 รายการเมื่อรวมผลการรัน 3 ครั้ง ใช้งบประมาณประมาณ 295 ดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้เป็นผลแบบ pass@3 ไม่ใช่การรับประกันจากการรันครั้งเดียว
DeepSeek V4 Pro 0813 ค้นพบช่องโหว่ 28 จาก 32 รายการเมื่อรวมผลการรัน 3 ครั้ง ใช้งบประมาณประมาณ 295 ดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้เป็นผลแบบ pass@3 ไม่ใช่การรับประกันจากการรันครั้งเดียว ผลทดสอบสนับสนุนระบบแบบ orchestration: ใช้โมเดลต้นทุนต่ำค้นหาให้กว้าง ใช้โมเดลที่มี precision สูงตรวจสอบ และให้มนุษย์ทบทวนประเด็นที่มีผลกระทบสูง