ธุรกรรมเดียวนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการย้ายเหรียญเข้าแพลตฟอร์มซื้อขาย แต่เป็นภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศหนึ่งที่เคยถูกยกให้เป็น “มหาอำนาจบิตคอยน์” และกำลังบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะทุนสำรองของรัฐ
Arkham Intelligence แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ระบุว่าที่อยู่ปลายทางสำหรับฝากเหรียญเข้า Binance น่าจะเชื่อมโยงกับรัฐบาลภูฏาน โดยมีการโอนบิตคอยน์จากกระเป๋าดังกล่าวตลอดช่วงเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งแรกของกระเป๋านี้ในรอบมากกว่าหนึ่งเดือน
การฝากเหรียญเข้าเว็บเทรดมักถูกตีความว่าอาจเตรียมขายและแปลงเป็นเงินสกุลปกติ อย่างไรก็ตาม มูลค่าประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐยังถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายบิตคอยน์ทั่วโลก จึงไม่ใช่หลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นการเทขายแบบตื่นตระหนก
ธุรกรรมดังกล่าวถูกรายงานโดยแหล่งติดตามธุรกรรมบนเชนหลายแห่ง รวมถึงนักวิเคราะห์ Ai Yi ซึ่งชี้ว่าที่อยู่นี้เคยทำธุรกรรมกับกระเป๋าที่เป็นที่รู้จักว่าเชื่อมโยงกับรัฐบาลภูฏาน
หลังการโอนครั้งนี้ กระเป๋าเงินสำรองของภูฏานที่เปิดเผยและถูกติดป้ายว่าเป็นของรัฐเหลือประมาณ 3,000–3,100 BTC ลดลงจากจุดสูงสุดราว 13,000 BTC ในเดือนตุลาคม 2024 โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่ามูลค่าการลดเงินสำรองสะสมตั้งแต่กลางปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขอาจแตกต่างกันตามวิธีระบุและติดตามกระเป๋าของแต่ละผู้ให้บริการข้อมูล แต่ทิศทางโดยรวมสอดคล้องกัน นั่นคือภูฏานลดการถือครองลงอย่างมาก
ในช่วงพีก มูลค่าบิตคอยน์ที่ภูฏานครอบครองเคยสูงกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของประเทศในเวลานั้น
ประเด็นที่สำคัญไม่แพ้การขาย คือข้อมูลบนเชนชี้ว่าการขุดบิตคอยน์ของภูฏานแทบหยุดชะงัก
ภูฏานเคยได้รับความสนใจในฐานะหนึ่งในประเทศไม่กี่แห่งที่สะสมบิตคอยน์ผ่านการขุดของภาครัฐเป็นหลัก โดยอาศัยทรัพยากรไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนมากของประเทศ การหยุดลงของกระแสเหรียญจากการขุดจึงอาจหมายถึงการปิดฉากบทบาท “ประเทศนักขุดบิตคอยน์” ของภูฏาน
ภูฏานดำเนินการผ่าน Druk Holding & Investments (DHI) ซึ่งเป็นหน่วยงานลงทุนของรัฐ โดยมีรูปแบบการโอนบิตคอยน์ออกเป็นชุด ๆ ตลอดปี 2026
| ช่วงเวลา | ปริมาณ BTC ที่โอน | มูลค่าโดยประมาณ | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| มีนาคม 2026 | 973 BTC | ประมาณ 72.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | |
| 6 มิถุนายน 2026 | 738 BTC | ประมาณ 44.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | |
| 17 มิถุนายน 2026 | 533 BTC | ประมาณ 34.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | |
| 5 กรกฎาคม 2026 | 700 BTC | ประมาณ 43.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | |
| 7 สิงหาคม 2026 | 434.86 BTC | ประมาณ 27.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
เฉพาะปี 2026 กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับภูฏานมีเงินบิตคอยน์ไหลออกไปรวมกันมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ DHI ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าธุรกรรมเหล่านี้เป็นการขายทั้งหมด แต่ลักษณะการโอนซ้ำ ๆ ไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายและคู่สัญญาเดิมทำให้นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการบริหารสภาพคล่องและการลดเงินสำรองอย่างมีแบบแผน มากกว่าการขายเพราะความตื่นตระหนก
ในวันเดียวกับที่ภูฏานฝากบิตคอยน์เข้า Binance กระเป๋าอีกใบหนึ่งซึ่งเพิ่งสร้างขึ้นและยังไม่ทราบเจ้าของ กลับถอน BTC ออกจาก Binance มูลค่าเกือบ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีขนาดใกล้เคียงกับยอดที่ภูฏานฝากเข้าไป ความเคลื่อนไหวจึงมีขนาดและจังหวะเกือบเป็นภาพสะท้อนกัน แต่เคลื่อนที่คนละทิศทาง
ธุรกรรมคู่นี้สะท้อนกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
สำหรับผู้ติดตามตลาด การที่แรงขายจากภาครัฐมีธุรกรรมฝั่งซื้อขนาดใกล้เคียงกันรองรับ อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดดูดซับเหรียญได้โดยไม่เกิดแรงกดดันในทิศทางเดียวอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม การจับคู่ธุรกรรมจากขนาดและเวลาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่ากระเป๋านิรนามเป็นผู้ซื้อบิตคอยน์ของภูฏานโดยตรง
การขายเป็นชุดอย่างสม่ำเสมอทำให้ภาพของภูฏานเปลี่ยนจากประเทศที่สะสมบิตคอยน์ระยะยาว หรือ “HODLer” ระดับชาติ ไปสู่รัฐที่มองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ทุนสำรองที่สามารถขายและนำสภาพคล่องออกมาใช้ได้ เช่นเดียวกับการบริหารรายได้จากสินค้าโภคภัณฑ์ในกองทุนของรัฐ
กรณีของภูฏานยังแสดงให้เห็นว่าไฟฟ้าพลังน้ำราคาถูกอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้การขุดบิตคอยน์คุ้มค่าเสมอไป เมื่อรางวัลต่อบล็อกลดลง ความยากในการขุดสูงขึ้น และราคาตลาดไม่เอื้อ การสะสมผ่านการขุดก็อาจเปลี่ยนเป็นการขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่แทน
แหล่งข่าวบางแห่งเชื่อมโยงบรรยากาศในตลาดช่วงต้นปี 2026 กับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ประสบปัญหา ขณะที่ราคาบิตคอยน์เสี่ยงลดลงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยเหล่านี้เป็นบริบทของตลาด แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ภูฏานดำเนินธุรกรรมแต่ละครั้ง
การโอน 434.86 BTC มูลค่าประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้า Binance เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 เป็นเพียงธุรกรรมล่าสุดในกระบวนการลดเงินสำรองของภูฏานที่ดำเนินมาเป็นระยะ เงินสำรองที่เคยแตะราว 13,000 BTC ลดลงอย่างมาก ขณะที่กระแสเหรียญจากการขุดด้วยพลังน้ำก็แทบไม่ปรากฏในข้อมูลบนเชนมานานกว่าหนึ่งปี
สิ่งที่ตลาดกำลังเห็นจึงไม่ใช่แค่การ “ขายบิตคอยน์ของประเทศหนึ่ง” แต่คือการเปลี่ยนมุมมองต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในคลังของรัฐ จากสินทรัพย์ที่คาดว่าจะถือถาวร สู่ทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ที่สามารถนำมาใช้ บริหาร หรือขายได้ตามเป้าหมายทางการคลังของประเทศ