เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Apple ได้ย้าย iPhone X และ MacBook Pro 15 นิ้ว รุ่นปี 2018 จากรายการ 'vintage' ไปสู่รายการ 'obsolete' อย่างเป็นทางการ [1][2][4] การจำแนกประเภทนี้หมายความว่า Apple จะยุติการให้บริการซ่อมแซมฮาร์ดแวร์และอะไหล่ทั้งหมดสำหรับอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นนี้ [2][3][4] iPhone X ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ iPh...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What devices did Apple declare obsolete on Thursday, what features made the iPhone X and the 15-inch 2018 MacBook Pro landmark devices in Ap. Article summary: On Thursday, August 13, 2026, Apple moved **two devices** from its "vintage" list to the "obsolete" list: the **iPhone X** and the **15-inch MacBook Pro (2018)** [1][2][4].. Topic tags: general, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, a
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา Apple ได้ย้ายผลิตภัณฑ์สองรุ่นสำคัญจากรายการ 'vintage' (เก่าเก็บ) ไปสู่รายการ 'obsolete' (หมดอายุ/เลิกผลิต) อย่างเป็นทางการ ได้แก่ iPhone X และ MacBook Pro 15 นิ้ว รุ่นปี 2018 สำหรับใครก็ตามที่ยังคงใช้งานทั้งสองรุ่นนี้อยู่ การเปลี่ยนแปลงนี้มีความหมายสำคัญ กล่าวคือ Apple จะไม่ให้บริการซ่อมแซมฮาร์ดแวร์หรือจัดหาอะไหล่ใดๆ ผ่าน Apple Store หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่เส้นทางหนุนหลังจาก Apple ได้ถูกตัดขาดแล้ว
เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2017 iPhone X (อ่านว่า 'เทน' - สิบ) เป็นการออกแบบ iPhone ที่ท้าทายและแตกต่างที่สุดในรอบทศวรรษของ Apple มันกลายเป็นพิมพ์เขียวให้กับ iPhone ทุกรุ่นที่ตามมา
iPhone เครื่องแรกที่มาพร้อมหน้าจอ OLED จอ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้วนี้ให้สีดำที่แท้จริงและอัตราคอนทราสต์ถึง 1,000,000:1 ซึ่งก้าวกระโดดครั้งใหญ่เหนือหน้าจอ LCD ในรุ่นก่อนหน้า รองรับ HDR ทั้งรูปแบบ Dolby Vision และ HDR10 และมีความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล ที่ 458 พิกเซลต่อนิ้ว
เปิดตัว Face ID Apple ได้แทนที่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้ว Touch ID ที่คุ้นเคยด้วยระบบจดจำใบหน้าที่ใช้จุดอินฟราเรดถึง 30,000 จุดเพื่อสร้างแผนที่ใบหน้าของผู้ใช้ ระบบกล้อง TrueDepth ประกอบด้วยกล้องอินฟราเรด, ไฟส่องสว่าง, และโปรเจกเตอร์จุด (dot projector) ทั้งหมดถูกซ่อนไว้ในรอยบาก (notch) อันเป็นเอกลักษณ์
ดีไซน์ไร้ขอบ จอเต็มตา ไม่มีปุ่ม Home เป็นครั้งแรกที่ iPhone ไม่มีปุ่ม Home อีกต่อไป ผู้ใช้งานต้องใช้การปัดนิ้ว (swipe gestures) เพื่อควบคุม และดีไซน์ตัวเครื่องกระจกผสมสแตนเลสช่วยกำจัดคาง (chin) ของเครื่องออกไป รอยบากที่ด้านบนของจอกลายเป็นจุดเด่นที่บ่งบอกความเป็น iPhone ไปอีกหลายปี
เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2018 MacBook Pro 15 นิ้วรุ่นนี้แสดงถึงจุดสูงสุดของการออกแบบโน้ตบุ๊กระดับมืออาชีพของ Apple ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ชิปของตัวเองอย่าง Apple Silicon
MacBook Pro 15 นิ้วรุ่นแรกที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i9 แบบ 6 คอร์ ชิป 'Coffee Lake' เจนเนอเรชั่น 8 นำมาซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพครั้งใหญ่ โดย Apple อ้างว่ามีประสิทธิภาพ CPU รวดเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 70% ตัวเลือกสเปกสูงสุดมาพร้อมโปรเซสเซอร์ Core i9-8950HK ความเร็ว 2.9 GHz ที่สามารถบูสต์ได้ถึง 4.8 GHz
นำจอ True Tone มาใช้ใน MacBook Pro จอ Retina ขนาด 15.4 นิ้ว (ความละเอียด 2880 x 1800) จะปรับสมดุลสีขาวโดยอัตโนมัติให้เข้ากับแสงโดยรอบ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีเฉพาะใน iPad Pro Touch Bar และ Touch ID ถูกติดตั้งเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น
สเปก RAM และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุดในยุคนั้น รุ่นปี 2018 รองรับ RAM DDR4 ได้สูงสุด 32 GB (เพิ่มขึ้นสองเท่าจากขีดจำกัด 16 GB ของรุ่นก่อน) และ SSD สูงสุด 2 TB พร้อมพอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต ชิปความปลอดภัย Apple T2 ก็ได้เปิดตัวครั้งแรกในรุ่นนี้เช่นกัน รองรับการบูตอย่างปลอดภัยและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เข้ารหัส
Apple จัดประเภทผลิตภัณฑ์ว่าล้าสมัย (obsolete) เมื่อผ่านไปมากกว่า 7 ปีนับตั้งแต่หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น ความหมายนั้นตรงไปตรงมา:
สิ่งที่ยังทำงานได้ ตัวอุปกรณ์ยังคงทำงานได้ตามปกติ iPhone X ได้รับอัปเดต iOS ครั้งสุดท้ายไปแล้ว ในขณะที่ MacBook Pro ยังคงสามารถรัน macOS ได้ คุณสามารถใช้งานต่อไปได้เรื่อยๆ ตราบใดที่ฮาร์ดแวร์ไม่พัง
ทางเลือกของคุณหากอุปกรณ์เสีย ร้านซ่อมอิสระที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับ Apple อาจยังคงสามารถซ่อมได้โดยใช้ชิ้นส่วนจากภายนอก (aftermarket) เครื่องที่เสียแล้วก็สามารถใช้เป็นแหล่งอะไหล่ได้เช่นกัน ถึงจุดหนึ่ง การหาแผงวงจรหรืออะไหล่จะยากขึ้นเรื่อยๆ และการอัปเกรดเป็นรุ่นใหม่ก็อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
หาก iPhone X หรือ MacBook Pro 15 นิ้ว (2018) ของคุณยังใช้งานได้ดี คุณสามารถใช้ต่อได้อีกหลายปี ป้าย Obsolete ไม่ได้ทำให้เครื่องใช้การไม่ได้ แต่เพียงปิดประตูการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก Apple เท่านั้น สำหรับการซ่อมแซมเล็กน้อย ให้หาร้านซ่อมอิสระที่มีชื่อเสียง สำหรับการพังครั้งใหญ่ โดยปกติแล้ว ต้นทุนการซ่อมมักไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการซื้อเครื่องรุ่นใหม่ที่ยังได้รับการสนับสนุนอยู่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Apple ได้ย้าย iPhone X และ MacBook Pro 15 นิ้ว รุ่นปี 2018 จากรายการ 'vintage' ไปสู่รายการ 'obsolete' อย่างเป็นทางการ [1][2][4]
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Apple ได้ย้าย iPhone X และ MacBook Pro 15 นิ้ว รุ่นปี 2018 จากรายการ 'vintage' ไปสู่รายการ 'obsolete' อย่างเป็นทางการ [1][2][4] การจำแนกประเภทนี้หมายความว่า Apple จะยุติการให้บริการซ่อมแซมฮาร์ดแวร์และอะไหล่ทั้งหมดสำหรับอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นนี้ [2][3][4]
iPhone X ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ iPhone ด้วยดีไซน์ไร้ขอบจอ, หน้าจอ OLED, และระบบ Face ID [1][2][17][19]