การประชุมใหญ่ของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่กรุงเวียนนาเมื่อ 14 กันยายน ทำให้ข้อพิพาทระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านถูกฉายให้เห็นอย่างชัดเจนกว่าปกติ วอชิงตันเสนอทางออกด้วยการจัดหาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จากนอกอิหร่าน แต่ผูกข้อเสนอนั้นไว้กับการยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมภายในประเทศ และการกลับมาร่วมมือกับ IAEA อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็ยังส่งสัญญาณว่าการทูตไม่ใช่ทางเลือกเดียว ส่วนหัวหน้าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกลับไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้
1
11
29
ข้อเสนอเชื้อเพลิงที่มาพร้อมแรงกดดัน
คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมจัดหาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ให้อิหร่านจากภายนอกประเทศ หากปัญหานิวเคลียร์ได้รับการแก้ไข แกนหลักของข้อเสนอนี้คือให้อิหร่านละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเองในประเทศ เพื่อให้ยังมีเชื้อเพลิงสำหรับการใช้นิวเคลียร์พลเรือน โดยไม่คงขีดความสามารถด้านการเสริมสมรรถนะไว้
29
อย่างไรก็ดี ข้อเสนอนี้มีลักษณะเป็นแรงกดดันที่หนักแน่น แม้ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาเจรจาอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ ไรต์เคยกล่าวว่าข้อตกลงนิวเคลียร์อาจไม่เกิดขึ้น และบ่งชี้ว่าการทำลายขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องของอิหร่านอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ถ้อยแถลงของสหรัฐฯ ในเวียนนายังวิจารณ์ประวัติการปฏิบัติตามพันธกรณีการตรวจสอบของอิหร่าน และเรียกร้องให้ร่วมมือกับ IAEA อย่างเต็มที่
1
27
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สหรัฐฯ เสนอเส้นทางนิวเคลียร์เพื่อสันติที่อาศัยเชื้อเพลิงจากภายนอก แต่เงื่อนไขคืออิหร่านต้องยอมรับข้อจำกัดที่เตหะรานคัดค้านมาโดยตลอด
ปมเร่งด่วนคือการเข้าตรวจสอบ
อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่แค่คำถามว่าอิหร่านจะเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อไปหรือไม่ แต่อยู่ที่ IAEA จะตรวจสอบกิจกรรมและวัสดุนิวเคลียร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้เพียงใด
ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ IAEA ระบุว่า หน่วยงานไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบภาคสนามในอิหร่านมานานกว่าหกเดือน ยกเว้นการตรวจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์รในเดือนมิถุนายน อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ที่เคยได้รับการแจ้งไว้ก่อนหน้า และเข้าถึงสถานที่ซึ่งจำเป็นต่อการตรวจสอบไม่ได้ เขาเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็นข้อกังวลร้ายแรงด้านการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์
6
คณะผู้ว่าการ IAEA ยังเผชิญแรงผลักดันให้เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน โดยรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ต้องการให้มีมติส่งเรื่องอิหร่านไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หลังมีข้อค้นพบว่าเตหะรานไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างครบถ้วนต่อการสอบสวนร่องรอยยูเรเนียมในสถานที่ที่ไม่ได้ประกาศไว้
17
ช่องว่างด้านการตรวจสอบนี้ทำให้ประเด็นการเสริมสมรรถนะแยกขาดจากเรื่องการเข้าตรวจไม่ได้ เพราะหากไม่มีทั้งข้อมูลและการเข้าถึง IAEA รวมถึงรัฐบาลภายนอกก็ไม่อาจยืนยันสถานะโครงการของอิหร่านได้อย่างอิสระ
การกันเอสลามีออกจากเวที ทำให้ปัญหาลุกลามสู่การทูต
โมฮัมหมัด เอสลามี รองประธานาธิบดีอิหร่านฝ่ายกิจการนิวเคลียร์และหัวหน้าองค์การพลังงานปรมาณูอิหร่าน ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ หลังออสเตรียปฏิเสธการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรที่จะเปิดทางให้เขาเข้าประเทศ ไรต์ยืนยันว่า วอชิงตันได้กดดันให้ไม่อนุมัติการยกเว้นดังกล่าว โดยระบุว่าเอสลามีเป็นบุคคลที่ถูกคว่ำบาตร
11
13
โทรทัศน์ของรัฐอิหร่านรายงานว่า เอสลามีและคณะเดินทางโดยเครื่องบินมุ่งหน้าไปเวียนนาแล้ว แต่ถูกขัดขวางระหว่างทางและต้องเดินทางกลับเตหะราน
12
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เพียงเปลี่ยนกำหนดการประชุม แต่ยังทำให้เจ้าหน้าที่นิวเคลียร์สูงสุดของอิหร่านหายไปจากเวทีที่มีไว้สำหรับการหารือกับหน่วยงานตรวจสอบนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ ยิ่งตอกย้ำมุมมองของเตหะรานว่ากระบวนการถูกจำกัดด้วยการเมือง ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ เห็นว่าการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรควรมีผลแม้ในห้วงการประชุม IAEA
ความไม่แน่นอนที่ภูเขาพิกแอกซ์
ความสนใจยังหันไปที่รายงานความเคลื่อนไหวบริเวณภูเขาพิกแอกซ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เสริมความมั่นคงหนาแน่นใกล้ศูนย์เสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลักของอิหร่าน กรอสซีระบุว่า ภาพถ่ายจากระยะไกลแสดงสัญญาณการเคลื่อนไหวรอบพื้นที่ก่อสร้าง แต่ย้ำว่า IAEA ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่ากำลังดำเนินกิจกรรมใดอยู่ที่นั่น
21
26
อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว โดยเรียกว่าเป็น “กระแสปั่นจากสื่อ” และยืนยันว่าปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการตรวจสอบของตน
19
ข้อเท็จจริงที่มีในเวลานี้จึงสนับสนุนข้อสรุปที่แคบกว่าถ้อยแถลงของทั้งสองฝ่าย: IAEA พบความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวเนื่องกับงานก่อสร้าง แต่ยังไม่อาจยืนยันได้ว่ามีการทำงานอะไรภายในโครงสร้างใต้ดิน
21
ข้อพิพาท El Gaia สะท้อนผลกระทบลามสู่ภูมิภาค
ความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์เกิดขึ้นพร้อมกับภาวะความไม่มั่นคงที่เพิ่มขึ้นรอบช่องแคบฮอร์มุซ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันติดธงปานามา El Gaia ชนทุ่นระเบิดทางเรือในพื้นที่หวงห้ามทางใต้ของช่องแคบและเกิดเพลิงไหม้ แต่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ปฏิเสธคำอธิบายนี้ โดยระบุว่าเรือลำดังกล่าวถูกขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีเมื่อเดือนก่อน ก่อนถูกโดรนโจมตีอีกครั้งขณะอยู่นอกชายฝั่งโอมาน
31
32
รอยเตอร์รายงานข้อมูลที่ขัดแย้งกันของทั้งสองฝ่าย ดังนั้น หลักฐานที่มีจึงยังไม่สามารถชี้ขาดลำดับเหตุการณ์หรือผู้รับผิดชอบได้อย่างอิสระ สิ่งที่ชัดเจนคือ เหตุเรือบรรทุกน้ำมันกลายเป็นอีกสมรภูมิของการเล่าเรื่องที่ขัดกันอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในช่วงที่ภูมิภาคมีความผันผวนสูง
31
เวียนนาบอกอะไรเกี่ยวกับทางออก
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้สร้างเส้นทางกลับสู่ข้อตกลงนิวเคลียร์ แต่เผยให้เห็นปัญหาสามด้านที่เสริมกันเอง ได้แก่ การที่สหรัฐฯ ยืนกรานให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะและเปิดทางแก่ผู้ตรวจสอบ, การที่ IAEA ไม่อาจทำการตรวจยืนยันตามที่เห็นว่าจำเป็น และบรรยากาศทางการทูตที่เลวร้ายถึงขั้นหัวหน้าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านเข้าร่วมเวทีไม่ได้
ข้อเสนอเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ แสดงว่ายังมีการกล่าวถึงความเป็นไปได้ของข้อตกลงนิวเคลียร์พลเรือนผ่านการเจรจาอยู่ แต่การขาดแคลนการตรวจสอบ คำขู่ใช้กำลัง และความขัดแย้งเรื่องการเดินทางของเอสลามี สะท้อนว่าทุกฝ่ายยังห่างไกลจากระดับความไว้วางใจและการเข้าถึงที่จำเป็นต่อการทำให้ข้อตกลงเช่นนั้นใช้การได้จริง
1
6
11
27