เงินลงทุนก้อนนี้ทำให้ยอดระดมทุนสะสมของ Mykor เพิ่มขึ้นเป็น 7.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 337 ล้านบาท) แบ่งเป็นการลงทุนในหุ้น 5.5 ล้านปอนด์ และเงินช่วยเหลือเพื่อการวิจัยอีก 2 ล้านปอนด์ หากเทียบกับรอบ Seed ครั้งก่อนในปี 2024 ที่ระดมทุนได้ 960,000 ปอนด์ การระดมทุนในรอบนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 4 เท่า และนับเป็นการอัดฉีดเงินทุนก้อนใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2021
Mykor ก่อตั้งร่วมกันโดยคุณโอลิเวีย เพจ (Olivia Page) และคุณวาเลนทินา ดิปิเอโตร (Valentina Dipietro) ซึ่งคนหลังได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งใน Forbes 30 Under 30 และ UN Young Champion of the Earth จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
กระบวนการหลักของ Mykor คือ การผลิตวัสดุชีวภาพ (Biofabrication) ซึ่งผสมผสานระหว่างเส้นใยเห็ดรา (Mycelium) ซึ่งเป็นโครงสร้างรากของเห็ด เข้ากับเทคนิคเคมีสีเขียว เพื่อเปลี่ยนของเสียจากการเกษตรและอุตสาหกรรมให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างที่แข็งแรง วัตถุดิบตั้งต้นประกอบด้วยเศษเซลลูโลสเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตกระดาษและการทำฟาร์ม ซึ่งวัสดุเหล่านี้เดิมทีจะถูกเผาหรือฝังกลบเท่านั้น
ผลลัพธ์จากการผลิตนั้นน่าทึ่ง เมื่อเทียบกับโฟมโพลีสไตรีนแบบขยายตัว (EPS) ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างทั่วไป กระบวนการของ Mykor ใช้น้ำน้อยกว่า 90% ใช้พลังงานน้อยกว่า 40% และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 60% นอกจากนี้ วัสดุที่ได้ยังมีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี ทนความชื้น และหน่วงไฟ
สินค้าเรือธงที่ Mykor ใช้บุกตลาดเชิงพาณิชย์คือ MykoSIP ซึ่งเป็นระบบผนังกั้นห้องสำเร็จรูปที่มีฉนวนในตัว ผลิตขึ้นจากเห็ดรา เศษวัสดุการเกษตร และของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด บริษัทระบุว่า MykoSIP มีค่าคาร์บอนแฝง (Embodied Carbon) หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวงจรชีวิตวัสดุ น้อยกว่าผนังกั้นห้องทั่วไปประมาณ 60% ซึ่งเทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 23 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
ก่อนจะพัฒนา MykoSIP ทาง Mykor ได้เริ่มต้นจากการสร้าง MykoFoam ซึ่งเป็นแผ่นฉนวนกันความร้อนและเสียงแบบแข็ง MykoFoam ยังคงอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท และมุ่งเป้าไปที่การใช้งานภายในอาคาร โดยสามารถติดตั้งให้เห็นเป็นผิวดิบหรือซ่อนไว้ข้างผนังก็ได้ แต่เส้นทางเชิงพาณิชย์อาจค่อยเป็นค่อยไปกว่า นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ฉนวนใยหลวม (Loose-fill Insulation) อีกประเภทหนึ่งที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยได้รับการสนับสนุนจาก Innovate UK
ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดนอกเหนือจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ คือสัญญาณการตอบรับจากตลาด โดย Mykor เผยว่าบริษัทมีพันธสัญญาทางการค้ากับผู้รับเหมาและผู้พัฒนาโครงการทั่วสหราชอาณาจักรเป็นมูลค่าสูงถึง 337 ล้านปอนด์ (ประมาณ 15,000 ล้านบาท) เรียบร้อยแล้ว ยอดคำสั่งซื้อล่วงหน้าจำนวนมหาศาลนี้ช่วยสร้างหลักประกันที่แข็งแรงให้กับบริษัทในการก้าวออกจากห้องทดลองสู่โลกแห่งความเป็นจริง
เงินทุนใหม่นี้จะถูกจัดสรรเพื่อขยายกำลังการผลิตและสร้าง โมเดลการผลิตที่สามารถทำซ้ำได้ ซึ่งจะถูกนำไปปรับใช้ทั้งในสหราชอาณาจักรและทั่วยุโรป ปัจจุบัน Mykor มีโรงงานนำร่องอยู่ใน ประเทศโปรตุเกส และกำลังก่อตั้งโรงงานผลิตร่วมทุนใน ประเทศเบลเยียม เพื่อเป็นฐานในการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
เป้าหมายของบริษัทคือการสนับสนุนกลุ่มผู้ผลิตและผู้รับเหมาที่กำลังมองหาวัสดุคาร์บอนต่ำที่สามารถสั่งซื้อในปริมาณมากสำหรับงานก่อสร้างได้จริง
ด้วยการผสานเทคโนโลยีชีวภาพเฉพาะทางเข้ากับกระแสของเสียที่มีอยู่อย่างมากมาย Mykor กำลังมุ่งหวังที่จะนำเสนอเส้นทางสู่การสร้างวัสดุก่อสร้างที่หมุนเวียนอย่างแท้จริง ด่านสำคัญต่อไปคือการพิสูจน์ว่าโมเดลการผลิตนี้สามารถตอบสนองมาตรฐานด้านอัคคีภัย เสียง และสมรรถนะ ที่วงการก่อสร้างกระแสหลักต้องการได้ รวมถึงการผลิตในปริมาณมากด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้
Comments
0 comments