MokN สตาร์ทอัปไซเบอร์จากปารีสระดมทุน Series A 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย GV (Google Ventures) เพื่อขยายเทคโนโลยี 'phish back' ที่หลอกให้แฮกเกอร์เปิดเผยรหัสผ่านที่ขโมยมาก่อนนำไปใช้ เม็ดเงินจะใช้สำหรับการบุกตลาดสหรัฐฯ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวที่สองชื่อ Lantern สำหรับจัดการช่องโหว่ภายนอก (External Attack Surface Management)...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What cybersecurity startup MokN recently accomplished with its Series A funding, including the amount raised, the lead investor, how the fun. Article summary: MokN, a Paris-based cybersecurity startup, recently closed a **$15 million Series A round led by GV** (Google Ventures), as exclusively reported by Axios Pro [2]. The company uses deception technology to proactively dete. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# MokN - Company Profile. ## MokN - About the company. ## MokN's funding and investors. MokN has raised a total funding of $3.05M over 1 round. Its latest funding round was a Seed" source context "MokN - 2026 Company Profile, Funding & Competitors - Tracxn" Reference image 2: visual subject "A space-themed graphi
ข้อมูลประจำตัวอย่างรหัสผ่าน คือเส้นทางที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้โจมตีทางไซเบอร์ แม้บริษัทจะมีการอบรมเรื่องฟิชชิ่งหรือใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น (Multi-factor Authentication) แล้วก็ตาม รหัสผ่านที่ถูกขโมยมามักถูกนำไปทดสอบกับระบบ VPN, Webmail, และหน้า Single Sign-On (SSO) ขององค์กรเนิ่นนานก่อนจะปรากฏในระบบติดตามข้อมูลรั่วไหลในดาร์กเว็บ MokN สตาร์ทอัปไซเบอร์จากปารีสก่อตั้งเมื่อปี 2024 สร้างแพลตฟอร์มบนแนวคิดที่สวนทาง: แทนที่จะรอตรวจจับรหัสผ่านที่ถูกขโมย ก็บังคับให้แฮกเกอร์เป็นฝ่ายคืนให้เอง
และแนวทางนี้เพิ่งได้รับการสนับสนุนครั้งใหญ่ จากรายงานของ Axios Pro ระบุว่า MokN ปิดรอบ Series A 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จ โดยมี GV (Google Ventures) เป็นผู้นำการลงทุน การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากระดมทุนรอบ Seed 2.6 ล้านยูโรในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่บริษัทเริ่มขยายฐานออกนอกยุโรป
รอบ Series A นี้นำโดย GV ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนในเครือ Google นับเป็นการลงคะแนนเสียงสำคัญให้กับโมเดลความปลอดภัยเชิงข้อมูลประจำตัวแบบใช้การลวง (Deception-first) ของ MokN โดยเม็ดเงินมีเป้าหมายหลัก 2 ด้าน:
ก่อนหน้านี้ MokN เคยระดมทุนรอบ Seed 2.6 ล้านยูโรในเดือนตุลาคม 2025 นำโดย Moonfire และมี OVNI Capital, Kima Ventures, และเหล่านักลงทุนเทวดาเข้าร่วม โดยในตอนนั้นบริษัทมีรายได้ประจำแบบเกิดขึ้นซ้ำ (ARR) เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐและมีลูกค้า 26 รายแล้ว
การขโมยรหัสผ่านยังเป็นช่องทางโจมตีที่ง่ายที่สุด ข้อตั้งต้นหลักของ MokN คือระบบป้องกันขอบเขตเครือข่าย การอบรมพนักงาน และแม้แต่ MFA ก็ยังไม่เพียงพอเมื่อรหัสผ่านรั่วไหลไปแล้ว ผู้โจมตีจะสำรวจทรัพย์สินที่องค์กรเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต และทดสอบรหัสผ่านที่ขโมยมาบนทุกหน้าล็อกอินที่หาเจอ ช่วงการทดสอบนี้เกิดขึ้นในจุดบอด: ข้อมูลประจำตัวถูกขโมยแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลรั่วไหลเกิดขึ้นจริง
เครื่องมือเฝ้าระวังแบบเดิมจะรู้เรื่องรหัสผ่านที่ถูกขโมยก็ต่อเมื่อมันโผล่บนดาร์กเว็บ หรือถูกใช้ในการโจมตีที่ตรวจจับได้แล้ว ถึงตอนนั้นก็สายเกินแก้ MokN สร้างจุดตรวจจับเข้าไปในขั้นตอนการสำรวจช่องโหว่ของผู้โจมตีโดยตรง เปลี่ยนพฤติกรรมการทดสอบของพวกเขาให้กลายเป็นกับดัก
ผลิตภัณฑ์แรกของ MokN ชื่อ Baits จะติดตั้งพอร์ทัลยืนยันตัวตนลวงที่เหมือนจริงขั้นสุดบนอินเทอร์เน็ตสาธารณะ เช่นหน้าล็อกอิน SSL VPN ปลอม, พอร์ทัล Webmail, หรือหน้าจอ SSO ซึ่งแยกไม่ออกจากของจริง เหยื่อล่อเหล่านี้มีชื่อโฮสต์ที่ยั่วยวน และถูกตั้งค่าให้ดูเหมือนทรัพย์สินจริงขององค์กร
เมื่อผู้โจมตีที่มีรหัสผ่านที่ขโมยมาสแกนหาช่องทางเข้าสู่เป้าหมาย พวกเขาจะพบกับเหยื่อล่อและพยายามยืนยันตัวตน ระบบล่อจะตอบกลับด้วยข้อความ "เข้าสู่ระบบล้มเหลว" ธรรมดาๆ ขณะที่ระบบหลังบ้านของ MokN ตรวจสอบข้อมูลที่กรอกเข้ามาแบบเรียลไทม์กับฐานข้อมูลประจำตัวขององค์กร
หากข้อมูลประจำตัวนั้นถูกต้องและถูกล้วงมา ระบบจะแจ้งเตือนระดับวิกฤตทันที ทีมความปลอดภัยสามารถรีเซ็ตรหัสผ่านได้ภายในไม่กี่นาที ก่อนที่ผู้โจมตีจะใช้มันกับระบบจริงสักระบบเดียว Baits ถูกออกแบบมาให้กรองสัญญาณรบกวนจำนวนมหาศาลจากการสแกนพื้นหลังและการลองเดารหัสผ่านแบบถึกๆ (Brute-force) ทิ้ง โดยจะแจ้งเตือนเฉพาะเมื่อมีการใช้ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว ซึ่งเชื่อมโยงกับกิจกรรมของผู้โจมตีจริงๆ เท่านั้น
การติดตั้งทำได้ง่าย องค์กรสามารถติดตั้ง Bait ได้ภายในเวลาประมาณ 5 นาทีผ่านระบบ SaaS ของ MokN โดยใช้แค่อัปโหลดใบรับรองดิจิทัลและตั้งค่า DNS
MokN อธิบายภาพรวมแนวทางของบริษัทว่าเป็น "Active Identity Recovery" หรือการกู้คืนข้อมูลประจำตัวเชิงรุก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ปกป้องข้อมูลประจำตัวโดยใช้การลวง มักเรียกกันว่า "phish-back" (หลอกคืน) แทนที่จะเฝ้าจับตาดูข้อมูลรั่วไหล แพลตฟอร์มจะหลอกให้ผู้โจมตียอมเปิดเผยข้อมูลที่ขโมยมาด้วยความสมัครใจ จากนั้นองค์กรก็หมุนเปลี่ยนข้อมูลประจำตัวที่รั่วไหลก่อนเกิดความเสียหาย
โมเดลนี้พลิกกลับหลักเศรษฐศาสตร์ของการโจมตีด้วยข้อมูลประจำตัว ผู้โจมตีลงทุนเวลาและทรัพยากรเพื่อขโมยชุดรหัสผ่าน แต่กลับถูกดึงกลับคืนและทำให้ใช้การไม่ได้อย่างเงียบๆ ก่อนที่มันจะถูกใช้เป็นอาวุธ ขายต่อ หรือใช้ในการเคลื่อนที่แนวนอนภายในระบบ (Lateral Movement)
เว็บไซต์ของ MokN เผยถึงผลิตภัณฑ์ตัวที่สองชื่อ Lantern ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องมือจัดการพื้นผิวการโจมตีภายนอก โดยที่ Baits เน้นการสกัดกั้นข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยผ่านการลวง Lantern ดูจะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรเห็นขอบเขตระบบของตัวเองผ่านสายตาผู้โจมตี ระบุทรัพย์สินที่เปิดเผย การตั้งค่าผิดพลาด และจุดเข้าที่เป็นไปได้ก่อนที่จะถูกนำไปใช้ประโยชน์
เป้าหมายที่บริษัทประกาศไว้คือการให้ลูกค้า "ผสานการลวงข้อมูลประจำตัวเข้ากับการจัดการพื้นผิวการโจมตีภายนอกเพื่อการป้องกันแบบครบวงจร" ซึ่งวางตำแหน่งแพลตฟอร์มนี้เป็นชุดความปลอดภัยด้านข้อมูลประจำตัวแบบบูรณาการ ไม่ใช่แค่เครื่องมือลวงเดี่ยวๆ
ด้วยเงินทุนใหม่ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การหนุนหลังจาก GV และเส้นทางที่ชัดเจนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ MokN กำลังเดิมพันว่าวิธีที่ดีที่สุดในการหยุดยั้งการขโมยข้อมูลประจำตัว ไม่ใช่การสร้างกำแพงให้สูงขึ้น แต่คือการวางกับดักให้หัวขโมยยอมคืนกุญแจกลับมา
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
MokN สตาร์ทอัปไซเบอร์จากปารีสระดมทุน Series A 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย GV (Google Ventures) เพื่อขยายเทคโนโลยี 'phish back' ที่หลอกให้แฮกเกอร์เปิดเผยรหัสผ่านที่ขโมยมาก่อนนำไปใช้
MokN สตาร์ทอัปไซเบอร์จากปารีสระดมทุน Series A 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย GV (Google Ventures) เพื่อขยายเทคโนโลยี 'phish back' ที่หลอกให้แฮกเกอร์เปิดเผยรหัสผ่านที่ขโมยมาก่อนนำไปใช้ เม็ดเงินจะใช้สำหรับการบุกตลาดสหรัฐฯ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวที่สองชื่อ Lantern สำหรับจัดการช่องโหว่ภายนอก (External Attack Surface Management) เพื่อสร้างแพลตฟอร์มปกป้องข้อมูลประจำตัวแบบครบวงจร