หุ้น Ferrari ร่วงหนัก 8.37% ในตลาดหลักทรัพย์มิลาน ภายหลังการเปิดตัว Luce รถยนต์ไฟฟ้าล้วนคันแรก ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทหายไปประมาณ 3.5–4.7 พันล้านยูโร (ราว 1.3 1.8 แสนล้านบาท) ภายในวันเดียว [36][40] ลูก้า คอร์เดโร ดิ มอนเตเซโมโล อดีตประธานกรรมการเฟอร์รารี วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อสาธารณะว่า Luce เสี่ยงต่อ 'การทำลายตำ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What criticisms did former Ferrari chairman Luca Cordero di Montezemolo publicly make about Ferrari's new all-electric Luce EV, and what are. Article summary: ## Montezemolo's Criticism of the Ferrari Luce. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The First All Electric Ferrari, explained by its designers Cleo Abram 8050000 subscribers 5736 likes 103250 views 25 May 2026 Ferrari's first all electric car isn't what you think." source context "The First All Electric Ferrari, explained by its designers" Reference image 2: visual subject "Ferrari bets on generational tech shift with Luce five-seat EV | REUTERS Reuters 4210000 subscribers 21 likes 838 views 26 May 2026 Ferrari unveiled its first fully electric car, t" source contex
การเปิดตัว Ferrari Luce เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ถูกคาดหวังให้เป็นก้าวย่างอันยิ่งใหญ่ของค่ายมาราเนลโลสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นพายุแห่งความขัดแย้ง เมื่อหนึ่งในผู้นำคนสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของค่ายออกมาวิจารณ์อย่างดุเดือด ตามมาด้วยแรงเทขายหุ้นมูลค่ามหาศาลในตลาดหลักทรัพย์
ในวันที่ 26 พฤษภาคม ลูก้า คอร์เดโร ดิ มอนเตเซโมโล ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของ Ferrari มาตั้งแต่ปี 1991 ถึง 2014 ได้ให้ความเห็นต่อสื่อมวลชนที่หน้างานประชุมของสมาพันธ์อุตสาหกรรมอิตาลี (Confindustria) ณ กรุงโรม คำตอบของเขาคือการประณามสามประเด็นที่รุนแรงและเฉียบคม จนกลบบรรดาคุณสมบัติทางเทคนิคของยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้จนหมดสิ้น
มอนเตเซโมโล ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าพา Ferrari ผ่านยุคทองแห่งวงการ Formula 1 ด้วยแชมป์โลกถึง 19 สมัย ไม่ได้เก็บอาการใด ๆ คำวิจารณ์ของเขามุ่งไปที่อัตลักษณ์ของแบรนด์มากกว่าเรื่องของตัวเลขสมรรถนะ
ประการแรก เขาตั้งคำถามถึงผลกระทบของรถรุ่นนี้ต่อมรดกของเฟอร์รารี "ถ้าผมพูดทุกอย่างที่คิด ผมจะทำร้ายเฟอร์รารี มันมีความเสี่ยงที่จะทำลายตำนาน และผมเสียใจมาก" มอนเตเซโมโลกล่าวกับผู้สื่อข่าว คำเตือนเรื่อง 'การทำลายตำนาน' นี้ทำให้ Luce ไม่ใช่หมุดหมายแห่งเทคโนโลยี แต่กลายเป็นภัยคุกคามต่อจิตวิญญาณของแบรนด์ไปเสียอย่างนั้น
ประการที่สอง เขาโจมตีโดยตรงถึงสิทธิ์ในการใช้ตราสัญลักษณ์ "ม้าลำพอง" อันศักดิ์สิทธิ์ "ผมหวังว่าอย่างน้อยพวกเขาจะถอดตรา 'ม้าลำพอง' ออกจากรถคันนั้น" เขากล่าว โดยให้เหตุผลว่า Luce ไม่คู่ควรกับสัญลักษณ์สูงสุดของเฟอร์รารี การที่อดีตประธานเรียกร้องให้ถอดตราสัญลักษณ์ของบริษัทออกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ ถือเป็นการประณามต่อสาธารณะที่รุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน
และประการสุดท้าย เขาทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำประชดประชันที่ตอกย้ำถึงความไม่พอใจในงานออกแบบ "อย่างน้อยพวกจีนก็คงไม่สามารถก๊อบปี้รถคันนี้ได้" เขาเหน็บแนม โดยนัยว่าความงามทางสุนทรียะของรถนั้นไม่คุ้มค่าพอที่คู่แข่งสัญชาติจีน ซึ่งเป็นที่รู้จักเรื่องการลอกเลียนแบบการออกแบบรถหรู จะมาลอกเลียนแบบ
ปฏิกิริยาจากนักลงทุนก็โหดร้ายพอกัน ในวันแรกของการซื้อขายหลังการเปิดตัว หุ้นของ Ferrari (สัญลักษณ์ RACE) ปิดตลาดด้วยการร่วงลง 8.37% ในตลาดหลักทรัพย์มิลาน สิ้นสุดวันที่ราคา 284.05 ยูโรต่อหุ้น ขณะที่ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ราคาหุ้นปรับตัวลดลงประมาณ 5.1%
แรงเทขายรุนแรงถึงขนาดกวาดมูลค่าตลาด (Market Capitalization) ของเฟอร์รารีหายไปประมาณ 3 ถึง 4 พันล้านปอนด์ (ราว 3.5–4.7 พันล้านยูโร หรือประมาณ 130,000-180,000 ล้านบาท) ภายในวันเดียว นักวิเคราะห์ชี้ว่า นี่คือวิกฤตความเชื่อมั่นในกลยุทธ์ของบริษัท โดย ปิแอร์-โอลิวิเยร์ เอสซิก หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก AIR Capital เขียนไว้ในบทวิเคราะห์ว่า รถรุ่นดังกล่าวดูราวกับ "ส่วนผสมระหว่าง Honda Accord EV กับ Tesla 3" และยังระบุอีกว่า "เรากำลังสับสนกับกลยุทธ์ใหม่ของเฟอร์รารี"
ฟาบิโอ คัลดาโต ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ AcomeA Sgr ซึ่งถือครองหุ้นเฟอร์รารี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปฏิกิริยาของตลาดสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความรู้สึกเชิงลบที่มาบรรจบกัน "ขณะนี้ เฟอร์รารีกำลังถูกลงโทษเนื่องจากความผิดหวังทางด้านสุนทรียภาพ ต่อเนื่องจากความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มสินค้าหรู"
เสียงตอบรับทางโลกออนไลน์ก็ออกไปในทางลบอย่างท่วมท้น โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างพากันเปรียบเทียบรถยนต์ราคา 550,000 ยูโรคันนี้ (ราว 21 ล้านบาท) กับรถยนต์ตลาดทั่วไปอย่าง Honda Accord, Nissan Leaf และ "รถตู้ Apple Store"
แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ Luce ก็ยังคงเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่สำคัญ มันถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้าเฉพาะทางที่พัฒนาขึ้นเองทั้งหมดในเมืองมาราเนลโล โดยมีสิทธิบัตรใหม่ติดตัวมากกว่า 60 ฉบับ
ตัวรถมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากซิลลูเอทแบบรถสปอร์ตสองประตูแบบดั้งเดิมของ Ferrari โดยมาในรูปทรงของ แกรนด์ทัวเรอร์ 4 ประตู 5 ที่นั่ง ที่มีโครงร่างแบบชู้ตติ้งเบรก (รถสปอร์ตท้ายลาด) ขุมพลังประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร 4 ตัว (หนึ่งตัวต่อหนึ่งล้อ) ให้กำลังขับเคลื่อนแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) และให้พละกำลังรวมประมาณ 1,050 แรงม้า (แม้ว่าบางแหล่งข่าวจะระบุตัวเลขระหว่าง 1,035 ถึง 1,113 แรงม้า)
พลังงานถูกเก็บไว้ในชุดแบตเตอรี่ขนาด 122 kWh บนสถาปัตยกรรม 800 โวลต์ ซึ่งรองรับการชาร์จเร็วแบบกระแสตรงสูงสุด 350 kW Ferrari กล่าวอ้างระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP ที่ราว 530 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์ตามมาตรฐาน EPA ซึ่งมีความสมจริงมากกว่า คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 280 ไมล์ หรือ 450 กิโลเมตร
รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในประมาณ 2.5 วินาที แม้จะมีน้ำหนักตัวถังที่สูงลิ่วถึง 2,260 กิโลกรัมก็ตาม
การออกแบบภายในดำเนินการโดยความร่วมมือกับ โจนี ไอฟ์ อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบชื่อดังของ Apple ผ่านกลุ่มงานสร้างสรรค์ LoveFrom ของเขา โดยบริษัทดังกล่าวรับผิดชอบทั้งการออกแบบภายในและภายนอก ซึ่งเป็นความร่วมมือที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างที่สุด
Ferrari ได้วางตำแหน่งให้ Luce อยู่ในระดับสูงสุดของกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยตั้งราคาจำหน่ายพื้นฐานไว้ที่ 550,000 ยูโรในยุโรป (ประมาณ 21 ล้านบาท) และประมาณ 640,000 ดอลลาร์สหรัฐในตลาดอเมริกา สำหรับสหราชอาณาจักร ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 500,000 ปอนด์ก่อนรวมออปชันเสริม
รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมการรับประกันระบบส่งกำลังเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทางวิ่ง
การเปิดรับคำสั่งซื้อมีขึ้นทันทีหลังจากการเปิดตัว โดยมีกำหนดการส่งมอบในยุโรปเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2026 และสำหรับลูกค้าในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มได้รับรถในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2027
การเปิดตัวที่เป็นปัญหาของ Luce คือบทล่าสุดของเส้นทางสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าของ Ferrari ที่ดำเนินไปอย่างระมัดระวังและมักเต็มไปด้วยอุปสรรค เดิมทีนั้น ในปี 2022 บริษัทได้ประกาศแผนกลยุทธ์ EV ที่ทะเยอทะยาน โดยตั้งเป้าหมายให้รถยนต์ไฟฟ้าล้วนมีสัดส่วนถึง 40% ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายในปี 2030 และรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกจะถูกเปิดตัวในปี 2025
แต่เมื่อถึงเดือนตุลาคม 2025 ความทะเยอทะยานนั้นก็ถูกปรับลดลงอย่างมาก ณ งาน Capital Markets Day กลยุทธ์ใหม่ของเฟอร์รารีในปี 2030 ได้เปลี่ยนสัดส่วนผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน 40% รถยนต์ไฮบริด 40% และรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเพียง 20% เท่านั้น แผนการเปิดตัวในปี 2025 ก็ถูกเลื่อนออกไป โดยรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก (ซึ่งก็คือ Luce) มาเปิดตัวในช่วงกลางปี 2026
การประกาศลดความทะเยอทะยานด้าน EV ครั้งนั้น เคยเป็นชนวนให้เกิดเหตุการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่มาแล้ว เมื่อราคาหุ้นของ Ferrari ร่วงลงถึง 14% ในวันเดียวเมื่อเดือนตุลาคม 2025
ภายใต้การนำของ CEO เบเนเดตโต วิญญา Ferrari ยังคงยืนยันว่าจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่โดยเฉลี่ยปีละ 4 รุ่นระหว่างปี 2026 ถึง 2030 แต่แผนงานดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยมีรายงานว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองที่วางแผนไว้ถูกเลื่อนออกไปเป็นอย่างน้อยปี 2028
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หุ้น Ferrari ร่วงหนัก 8.37% ในตลาดหลักทรัพย์มิลาน ภายหลังการเปิดตัว Luce รถยนต์ไฟฟ้าล้วนคันแรก ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทหายไปประมาณ 3.5–4.7 พันล้านยูโร (ราว 1.3 1.8 แสนล้านบาท) ภายในวันเดียว [36][40]
หุ้น Ferrari ร่วงหนัก 8.37% ในตลาดหลักทรัพย์มิลาน ภายหลังการเปิดตัว Luce รถยนต์ไฟฟ้าล้วนคันแรก ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทหายไปประมาณ 3.5–4.7 พันล้านยูโร (ราว 1.3 1.8 แสนล้านบาท) ภายในวันเดียว [36][40] ลูก้า คอร์เดโร ดิ มอนเตเซโมโล อดีตประธานกรรมการเฟอร์รารี วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อสาธารณะว่า Luce เสี่ยงต่อ 'การทำลายตำนาน' พร้อมเรียกร้องให้ถอดตรา 'ม้าลำพอง' ออกจากรถรุ่นดังกล่าว [1][2]
Ferrari Luce คือรถยนต์ไฟฟ้าแกรนด์ทัวเรอร์ 4 ประตู 5 ที่นั่ง มาพร้อมพละกำลังกว่า 1,050 แรงม้า สนนราคาเริ่มต้น 550,000 ยูโร (ราว 21 ล้านบาท) และมีระยะทางวิ่งอ้างอิง 530 กิโลเมตร แต่ดีไซน์อันเป็นที่ถกเถียงและน้ำหนักตัวรถ...