แต่เมื่อภาพการเจรจาดูมีโอกาสไปต่อ ตลาดตอบสนองอีกทางหนึ่ง วันที่ 21 เม.ย. ราคาน้ำมันลดลงจากความคาดหวังว่าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านจะเกิดขึ้น และอาจเปิดทางให้อุปทานจากภูมิภาคผู้ผลิตตะวันออกกลางไหลออกมาได้มากขึ้น โดยเบรนท์ถูกระบุที่ 94.44 ดอลลาร์ในรายงานของ The Star และ 94.53 ดอลลาร์ในรายงานของ Channel NewsAsia
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ให้เป้าราคาที่แน่นอน แต่บอกทิศทางความรู้สึกของตลาดได้ดี: เจรจาสะดุดบวกฮอร์มุซตึงตัวคือแรงหนุนราคา ส่วนสัญญาณเจรจาต่อมักช่วยกดความร้อนแรงลง
ตัวแปรสำคัญไม่ใช่การทูตล้วน ๆ แต่คือผลของการทูตต่อการไหลของน้ำมันจริงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญของภูมิภาค หากความล้มเหลวของการเจรจาทำให้การเดินเรือถูกจำกัดต่อ หรือเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง ราคาน้ำมันก็อาจตอบสนองแรงกว่าเดิม
รายงานหลายชิ้นเชื่อมโยงการขึ้นของน้ำมันกับช่องแคบนี้โดยตรง The Star และ WKZO ระบุว่าราคาที่สูงขึ้นเกิดขึ้นพร้อมกับการเจรจาที่สะดุด และการขนส่งผ่านฮอร์มุซที่ยังจำกัด ซึ่งทำให้อุปทานโลกตึงตัว ด้าน ICIS รายงานว่าน้ำมันขยับขึ้นเมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงติดหล่มในประเด็นการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจาสันติภาพล้มเหลว
ฉากทัศน์ที่เสี่ยงสุดจึงไม่ใช่แค่ ไม่มีดีล แต่คือ ไม่มีดีลและความเสี่ยงฮอร์มุซแย่ลง วันที่ 24 เม.ย. ราคาน้ำมันปรับขึ้นในช่วงต้นวันจากความกังวลเรื่องการยกระดับทางทหาร หลังอิหร่านเผยแพร่ภาพหน่วยคอมมานโดขึ้นเรือสินค้าลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ความคืบหน้าในการเปิดเส้นทางน้ำสำคัญนี้ยังติดขัด ก่อนที่ราคาจะย่อลงหลัง Reuters รายงานความเป็นไปได้ว่าจะเริ่มการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง
แรงถ่วงสำคัญคือสัญญาณกลับสู่โต๊ะเจรจา การปรับลงเมื่อวันที่ 21 เม.ย. แสดงให้เห็นว่าผู้ค้าพร้อมกดราคาน้ำมันลง หากเชื่อว่าการเจรจาจะเดินหน้าและอุปทานจากภูมิภาคจะไหลได้มากขึ้น
ตลาดยังแสดงให้เห็นว่าทิศทางเปลี่ยนได้เร็ว รายงาน Reuters ที่เผยแพร่โดย GV Wire ระบุว่าราคาน้ำมันแกว่งไปมาระหว่างแดนลบและแดนบวก ขณะผู้ค้าชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงด้านอุปทานกับโอกาสเริ่มการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ICIS ระบุถึงความพยายามขยายการหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้ข้อเสนอสันติภาพใหม่ แม้ราคาจะขยับขึ้นจากภาวะติดหล่มก็ตาม
หากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านล้มเหลว ราคาน้ำมันน่าจะถูกดันขึ้นอย่างน้อยในช่วงแรก แต่ขนาดของแรงขึ้นขึ้นกับช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวแปรหลัก การเจรจาล่มเพียงอย่างเดียวอาจเพิ่มค่าความเสี่ยงในราคา แต่ถ้าล่มพร้อมกับการขนส่งที่ตึงตัวกว่าเดิม หรือเกิดเหตุการณ์ทางทหารใหม่ ราคามีโอกาสกระโดดแรงกว่ามาก
Comments
0 comments