ฝั่งคณะรัฐมนตรีของไล่เสนอใช้งบกลาโหมพิเศษ NT$1.25 ล้านล้าน หรือประมาณ 39,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมปี 2026–2033 ขณะที่รายงานอื่น ๆ ปัดเป็นราว 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอธิบายว่าเป็นงบเพิ่มเติมเพื่อรับมือแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มขึ้น
ควรมองแผนประนีประนอมของฝ่ายค้านว่าเป็น “แผนจัดซื้อบางส่วน” มากกว่าจะเป็นยุทธศาสตร์กลาโหมฉบับเต็ม รายงานที่อ้าง Reuters ระบุว่า พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลัก เสนองบกลาโหมราวหนึ่งในสามของวงเงินที่รัฐบาลต้องการ และกำหนดเส้นตายสำหรับการซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ
The Japan Times รายงานในทิศทางเดียวกันว่า สภาที่ฝ่ายค้านคุมเสียงได้เดินหน้าแผนที่ใช้งบน้อยกว่า ซึ่งให้เงินเฉพาะอาวุธสหรัฐฯ บางส่วนเท่านั้น
ดังนั้น แผนนี้จึงแคบกว่าข้อเสนอของไล่ทั้งในแง่ขอบเขตและเวลา กล่าวคือยังมีเงินสำหรับจัดซื้ออาวุธสหรัฐฯ แต่ไม่ได้เท่ากับการอนุมัติแพ็กเกจกลาโหมพิเศษ 8 ปีของคณะรัฐมนตรี
ข้อเสนอของคณะรัฐมนตรีคือ งบกลาโหมพิเศษ NT$1.25 ล้านล้าน สำหรับปี 2026–2033 Taiwan News รายงานตัวเลขใกล้เคียงกัน โดยระบุว่าเป็นแพ็กเกจพิเศษ 8 ปี มูลค่าราว 39,600–39,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเผชิญแรงต้านซ้ำ ๆ ในสภานิติบัญญัติไต้หวัน หรือ Legislative Yuan
แพ็กเกจนี้ไม่ได้เป็นเพียงกองเงินระยะสั้นเพื่อซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ Taiwan News รายงานว่าแพ็กเกจที่ถูกขัดขวางครอบคลุมขีปนาวุธ โดรน และระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ที่เรียกว่า T-Dome
เส้นตายเรื่องการซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ไม่ใช่รายละเอียดทางธุรการเล็ก ๆ คูระบุว่าเส้นตายที่แนบมากับแผนฝ่ายค้านนั้นทำไม่ได้จริง
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่าจะขอขยายกำหนดวันที่ต้องลงนามข้อตกลงกับสหรัฐฯ สำหรับการส่งมอบอาวุธชุดหนึ่ง เนื่องจากความชะงักงันในสภายังดำเนินอยู่
พูดง่าย ๆ คือ การต่อสู้นี้ไม่ได้วัดกันแค่ตัวเลขงบประมาณบนพาดหัวข่าว แต่ยังเกี่ยวกับคำถามว่าไต้หวันจะจัดซื้ออาวุธได้ทันตามกรอบเวลาที่ฝ่ายการเมืองกำหนดหรือไม่
การถกเถียงนี้ดึงความสนใจจากนักการเมืองสหรัฐฯ ด้วย Focus Taiwan รายงานว่า วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 2 คนเรียกร้องให้พรรคการเมืองไต้หวันเร่งผ่านแผนงบกลาโหม NT$1.25 ล้านล้านของคณะรัฐมนตรี โดยชี้ว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติ
Taiwan News รายงานเช่นกันว่า วุฒิสมาชิกและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ รวม 34 คน แสดงความกังวลว่าอาจมีการอนุมัติงบเพียงบางส่วน และเรียกร้องให้จัดสรรงบให้เพียงพอต่อความท้าทายด้านความมั่นคงในปัจจุบัน
ไล่เองใช้เหตุผลเรื่องความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศด้วย โดย Taiwan News รายงานว่าเขาเตือนว่าไต้หวันจำเป็นต้องผ่านแพ็กเกจกลาโหม ไม่เช่นนั้นอาจส่งสัญญาณผิดไปยังประชาคมระหว่างประเทศ
แผนประนีประนอมที่ฝ่ายค้านหนุนไม่ใช่แค่ “แพ็กเกจของไล่ฉบับลดราคา” แต่เป็นแผนที่แคบกว่า เน้นซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ มีวงเงินราวหนึ่งในสามของที่รัฐบาลขอ และผูกกับเส้นตายที่รัฐมนตรีกลาโหมบอกว่าทำไม่ได้
ส่วนข้อเสนอเดิมของไล่คือ งบกลาโหมพิเศษ NT$1.25 ล้านล้าน สำหรับปี 2026–2033 ที่ตั้งใจรองรับการเสริมขีดความสามารถทางทหารในวงกว้างกว่า
แก่นของความขัดแย้งจึงอยู่ที่ 3 เรื่อง: ขอบเขตของแผน ระยะเวลาที่ต้องทำให้สำเร็จ และคำถามว่าสภาจะยอมล็อกงบให้วาระกลาโหมระยะยาวของไล่มากน้อยเพียงใดในตอนนี้
Comments
0 comments