อาสาสมัคร Bitcoin Red Team 16 คนใช้ AI สแกนโค้ด Bitcoin 390 โปรเจกต์ภายใน 27.5 ชั่วโมง พบช่องโหว่รวม 4,962 รายการ แบ่งเป็นระดับวิกฤต 85 รายการ และระดับสูง 635 รายการ คิดเป็น 14.5% ของทั้งหมด ช่องโหว่ใน BTCPay Server ที่ทีมค้นพบถูกแฮกเกอร์ใช้จริงในวันที่ 8 สิงหาคม 2026 เพื่อขโมยเครดิต LND และระบายเงินจากช่องทาง Light...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What comprehensive security audit did the Bitcoin Red Team complete using AI, what were the key findings across the Bitcoin open-source ecos. Article summary: ## The Bitcoin Red Team AI-Powered Security Audit. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ในเวลาเพียงกว่า 1 วัน อาสาสมัคร 16 คนใช้ AI สแกนโค้ดโอเพนซอร์สของ Bitcoin กว่า 390 โปรเจกต์ และพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเกือบ 5,000 รายการ ซึ่งหากใช้ผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์เพียงอย่างเดียวคงต้องใช้เวลานานเป็นเดือนๆ ต่อมา Bitcoin Red Team ได้เปิดเผยว่าพบช่องโหว่ระดับวิกฤต 85 รายการ และระดับสูง 635 รายการ นำไปสู่การแก้ไขช่องโหว่ที่ถูกโจมตีจริงใน BTCPay Server และจุดชนวนข้อถกเถียงเชิงนโยบายว่านักวิจัยด้านความปลอดภัยควรมีสิทธิ์เข้าถึง AI ระดับแนวหน้าเช่นเดียวกับผู้ไม่หวังดีหรือไม่
Bitcoin Red Team เป็นโครงการอาสาสมัครด้านความปลอดภัยที่นำโดยนักพัฒนา Bitcoin ที่ใช้นามแฝงว่า Calle และ Rob Hamilton ซีอีโอของ AnchorWatch เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ทีมงานเริ่มปฏิบัติการแบบมาราธอนโดยใช้ AI Agent สแกนโค้ด Bitcoin แบบโอเพนซอร์ส ได้แก่ กระเป๋าเงิน ระบบชำระเงิน โปรโตคอล Lightning Network เครื่องมือความเป็นส่วนตัว และซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ
ขนาดของงานถือว่าไม่เคยมีมาก่อน: ผู้ร่วมปฏิบัติการ 16 คน (14 คนเป็นมนุษย์ และ 3 ตัวแทน AI) ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และ 91% ของสิ่งที่พบเป็นผลจากการสแกนอัตโนมัติ โครงการนี้ได้รับทุนจาก OpenSats ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร โดยใช้เงินกว่า 40,000 ดอลลาร์สำหรับค่าใช้จ่ายในการประมวลผล AI
ทีมงานใช้ชุดคำสั่งรักษาความปลอดภัยขนาด 171,599 บรรทัด และโมเดล AI หลายตัว เช่น Kimi K3, GPT Sol, Fable, Opus และ GLM5.2
ใน 27.5 ชั่วโมงแรกของการดำเนินงาน ทีมงานยื่นรายงานการค้นพบด้านความปลอดภัยรวมทั้งสิ้น 4,962 รายการ ครอบคลุม 390 โปรเจกต์ ในจำนวนนี้ 85 รายการถูกจัดเป็นระดับ วิกฤต และ 635 รายการเป็นระดับ สูง คิดเป็น 14.5% ของทั้งหมด หรือเฉลี่ย 1.85 ปัญหาร้ายแรงต่อโปรเจกต์ และมีอัตราการค้นพบ 166 รายการต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่ดูน่าตกใจนี้ต้องทำความเข้าใจกับข้อแม้สำคัญ ตามรายงานในช่วงแรก มีเพียง 21.4% ของสิ่งที่พบที่ได้รับการยืนยันอีกครั้ง โดยผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์ ซึ่งหมายความว่าจำนวนที่สามารถนำไปใช้โจมตีได้จริงนั้นต่ำกว่าตัวเลขดิบมาก ทีมงานย้ำว่ารายงานที่ AI สร้างขึ้นยังคงต้องให้มนุษย์ตรวจสอบเพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำไปใช้โจมตีจริง
ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ทีมงานได้ขยายการสแกนไปยังโปรเจกต์ 501 โปรเจกต์ ในระยะเวลา 108 ชั่วโมง โดยพบ 7,958 รายการ โดย 1,280 รายการจัดเป็นระดับสูงหรือวิกฤต ณ จุดนั้น 24.7% ของการค้นพบทั้งหมดได้รับการจำลองการโจมตีแบบไดนามิก และ 29.4% ได้รับการรายงานไปยังผู้พัฒนาโปรเจกต์ต้นทางแล้ว
เครื่องมือด้านความเป็นส่วนตัวและ coinjoin มีสัดส่วนของข้อค้นพบระดับสูงหรือวิกฤตสูงที่สุดที่ 24%
ผลกระทบที่สำคัญที่สุดจากปฏิบัติการนี้คือการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน BTCPay Server ซอฟต์แวร์ชำระเงิน Bitcoin แบบโอเพนซอร์สที่ร้านค้าทั่วโลกใช้ เมื่อวันที่ 7-8 สิงหาคม 2026 แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อขโมย ข้อมูลรับรองการเข้าถึง LND (Lightning Network Daemon) หรือที่เรียกว่า macaroon จากเซิร์ฟเวอร์ BTCPay ซึ่งเป็นกุญแจยืนยันตัวตนที่ใช้ควบคุมโหนด Lightning Network
เมื่อได้ข้อมูลนี้แล้ว แฮกเกอร์สามารถเชื่อมต่อจากระยะไกลไปยังโหนด LND ของเหยื่อและระบายเงินจากช่องทาง Lightning Network โดยไม่ต้องมีการยืนยันตัวตนใดๆ หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบรวมถึงมูลนิธิ BTCPay Server และ Citadel21 ซึ่งเป็นศูนย์รวมชุมชน Bitcoin
ช่องโหว่นี้ถูก เปิดเผยอย่างมีความรับผิดชอบ โดย Craig Raw นักพัฒนา Sparrow Wallet และ Bitcoin Red Team BTCPay Server ได้ออก แพตช์ฉุกเฉินในเวอร์ชัน 2.4.2 และขอให้ผู้ใช้ทั้งหมดอัปเกรดทันที หรือปิดเซิร์ฟเวอร์ชั่วคราว
เพื่อตอบสนอง มูลนิธิ BTCPay Server เสนอ รางวัลช่วยกู้คืนเงินสูงถึง 3 BTC (ประมาณ 190,000 ดอลลาร์ในขณะนั้น) หรือ 10% ของเงินที่กู้คืนได้ และยังบริจาค 0.21 BTC ให้กับ Craig Raw และ Bitcoin Red Team สำหรับการเปิดเผยข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ
ประเด็นนโยบายร้อนแรงเกิดขึ้นทันทีหลังปฏิบัติการนี้ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 OpenAI ปิดกั้น Rob Hamilton จากการใช้โปรแกรม 'Trusted Access for Cyber' แม้ว่าเขาจะผ่านการตรวจสอบและลงทะเบียนแล้ว ทำให้ไม่สามารถวิจัยช่องโหว่ Bitcoin ต่อบนโมเดลของ OpenAI
Hamilton รายงานว่าเขาเริ่มผสานความสามารถของ OpenAI เมื่อวันเสาร์ แต่กลับพบว่าการเข้าถึงถูกจำกัดในเช้าวันถัดมา 'มันทำให้ฉันเจ็บปวดอย่างมากในฐานะคนรักชาติอเมริกันที่ต้องทำแบบนี้' เขาเขียนบน X พร้อมประกาศว่าจะกลับไปใช้โมเดลโอเพนซอร์สจากจีนเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานของ Bitcoin ต่อไป
จากนั้น Bitcoin Red Team ก็ย้ายงานวิจัยไปใช้ โมเดล Kimi K3 แบบโอเพนเวทจาก Moonshot AI ซึ่งเป็น LLM โอเพนซอร์สของจีน Hamilton กล่าวต่อสาธารณะว่าแฮกเกอร์ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึง AI ระดับแนวหน้าได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ในขณะที่ผู้ป้องกันถูกปิดกั้น
ในวันที่ 13-14 สิงหาคม 2026 สถาบัน Bitcoin Policy Institute (BPI) ได้ประสานงานจดหมายเปิดผนึกซึ่งมีบริษัทคริปโต กว่า 40 ราย ร่วมลงนาม อาทิ Coinbase, Block, BitGo, Blockstream, Anchorage Digital, ARK Invest, Bitwise, Foundry, Casa และ Exodus เรียกร้องให้ห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำ (OpenAI, Anthropic และอื่นๆ) จัดให้ นักวิจัยด้านความปลอดภัยโอเพนซอร์สที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสามารถเข้าถึงโมเดล AI ระดับแนวหน้าได้อย่างควบคุม
ผู้ลงนามโต้แย้งว่าผู้โจมตีมีสิทธิ์เข้าถึง AI ที่ล้ำสมัยอยู่แล้ว ทำให้เกิด ช่องว่างด้านความปลอดภัยที่ไม่สมดุล ซึ่งผู้ป้องกันฝ่ายขาวถูกปฏิเสธเครื่องมือเดียวกันที่จำเป็นต่อการค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะใช้ประโยชน์ได้ จดหมายไม่ได้เรียกร้องให้ AI Labs ถอดมาตรการความปลอดภัยทั้งหมดออก แต่เสนอให้จัดตั้งโปรแกรมการเข้าถึงที่เชื่อถือได้ซึ่งมีกรอบการตรวจสอบ พื้นที่ตรวจสอบโค้ดส่วนตัว และช่องทางการสื่อสารกับทีมความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
อาสาสมัคร Bitcoin Red Team 16 คนใช้ AI สแกนโค้ด Bitcoin 390 โปรเจกต์ภายใน 27.5 ชั่วโมง พบช่องโหว่รวม 4,962 รายการ แบ่งเป็นระดับวิกฤต 85 รายการ และระดับสูง 635 รายการ คิดเป็น 14.5% ของทั้งหมด
อาสาสมัคร Bitcoin Red Team 16 คนใช้ AI สแกนโค้ด Bitcoin 390 โปรเจกต์ภายใน 27.5 ชั่วโมง พบช่องโหว่รวม 4,962 รายการ แบ่งเป็นระดับวิกฤต 85 รายการ และระดับสูง 635 รายการ คิดเป็น 14.5% ของทั้งหมด ช่องโหว่ใน BTCPay Server ที่ทีมค้นพบถูกแฮกเกอร์ใช้จริงในวันที่ 8 สิงหาคม 2026 เพื่อขโมยเครดิต LND และระบายเงินจากช่องทาง Lightning Network ก่อนที่ BTCPay จะปล่อยแพตช์ด่วนในเวอร์ชัน 2.4.2
OpenAI ปิดกั้นการเข้าถึงโปรแกรม 'Trusted Access for Cyber' ของหัวหน้าทีม Rob Hamilton ในวันที่ 9 สิงหาคม 2026 บีบให้ทีมต้องหันไปใช้ AI โอเพนซอร์สจากจีน (Kimi K3) และจุดประกายให้บริษัทคริปโตกว่า 40 รายร่วมลงนามเรียกร้อ...