การประกาศนี้เกิดขึ้นราว 3 สัปดาห์หลังตระกูล GPT-5.6 เปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 และมีผลทันทีสำหรับ API มาตรฐานตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม
Luna ซึ่ง OpenAI วางตำแหน่งให้เป็นโมเดลที่เร็วและประหยัดที่สุดในตระกูล ถูกลดราคา API ลง 80%
| รายการ | ราคาเดิมต่อ 1 ล้านโทเคน | ราคาใหม่ต่อ 1 ล้านโทเคน |
|---|---|---|
| อินพุต | 1.00 ดอลลาร์ | 0.20 ดอลลาร์ |
| อินพุตที่แคชไว้ | — | 0.10 ดอลลาร์ |
| เอาต์พุต | 6.00 ดอลลาร์ | 1.20 ดอลลาร์ |
เมื่อคิดเฉพาะค่าอินพุตและเอาต์พุตใหม่รวมกัน Luna จะอยู่ที่ 1.40 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน
สำหรับรุ่นอื่นในตระกูล ราคาใหม่มีดังนี้
คำว่า “โทเคน” ในที่นี้หมายถึงหน่วยย่อยของข้อความที่ระบบใช้คำนวณการใช้งาน API ไม่ใช่จำนวนคำโดยตรง ดังนั้นค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับปริมาณข้อความที่ส่งเข้าโมเดลและข้อความที่โมเดลสร้างออกมา
OpenAI อธิบายการปรับราคาครั้งนี้ด้วยเหตุผลหลัก 2 ด้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกันทั้งการลดต้นทุนภายในและการแข่งขันในตลาด
OpenAI ระบุว่าได้ปรับปรุงประสิทธิภาพในทุกชั้นของระบบ ตั้งแต่โค้ดของโมเดลไปจนถึงระบบที่ใช้ให้บริการ ทำให้สามารถส่งมอบความสามารถในการประมวลผลได้มากขึ้นต่อหนึ่งดอลลาร์ หรือมี “ความฉลาดต่อดอลลาร์” สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทเรียกแนวทางนี้ว่าเป็นการผลักดันขอบเขตด้าน ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับราคา โดยงานปรับปรุงเคอร์เนลช่วยลดต้นทุนการให้บริการโมเดลแบบครบวงจรได้ 20% และการทดลองต่าง ๆ เพิ่มประสิทธิภาพการสร้างโทเคนได้มากกว่า 15%
หนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจคือ OpenAI ระบุว่า GPT-5.6 Sol สามารถช่วยเขียนโค้ดเคอร์เนลสำหรับระบบการผลิตขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการโมเดลลดลง 20%
การลดราคายังเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากโมเดลทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่า รวมถึงโมเดลแบบเปิดน้ำหนักจากบริษัทจีน
CNBC รายงานว่า OpenAI กำลังเผชิญแรงกดดันให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับต้นทุนมากขึ้น เพราะหลายองค์กรยังลังเลที่จะนำโมเดลราคาแพงไปใช้งาน หากยังประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนได้ไม่ชัดเจน
Axios ระบุว่าโมเดลแบบเปิดน้ำหนักจากจีนที่มีราคาถูกลง ทำให้ OpenAI และ Anthropic ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถที่เหนือกว่านั้นคุ้มค่ากับราคาที่สูงกว่าหรือไม่ ขณะที่ Reuters มองว่าการปรับราคาสะท้อนทั้งประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของ GPT-5.6 และบรรยากาศที่ธุรกิจต่าง ๆ กำลังตรวจสอบค่าใช้จ่ายด้าน AI อย่างละเอียด
แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ประกาศการเปลี่ยนแปลงผ่าน X โดยเขียนว่า บริษัทต้องการมอบ “สมดุลที่ดีที่สุดระหว่างราคาและความสามารถในทุกระดับ”
การลดราคา 80% ทำให้ Luna เหมาะกับงานที่ต้องเรียกใช้โมเดลจำนวนมากและต้องการความเร็ว เช่น ระบบอัตโนมัติ งานจัดหมวดหมู่ข้อความ หรือฟีเจอร์ AI ที่ต้องรองรับผู้ใช้จำนวนมาก โดยไม่ต้องเลือกใช้โมเดลระดับสูงสุดในทุกคำขอ
นอกจากราคา API แล้ว การลดราคาของ Luna และ Terra ยังสะท้อนในวิธีนับการใช้งานกับแพ็กเกจแบบชำระเงินของ ChatGPT Work และ Codex ด้วย ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าองค์กรทำงานด้าน AI ได้มากขึ้นภายใต้งบประมาณเดิม
โดยสรุป การปรับราคาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลดค่าบริการของโมเดลรุ่นเล็ก แต่เป็นสัญญาณว่าตลาด AI กำลังให้ความสำคัญกับ ต้นทุนต่อการใช้งานจริง มากขึ้น OpenAI อ้างถึงความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมเป็นเหตุผลหลัก ขณะเดียวกันแรงกดดันจากลูกค้าองค์กรและคู่แข่งราคาประหยัดก็ทำให้การแข่งขันด้านราคาทวีความเข้มข้นขึ้น