MiniMax หนึ่งในกลุ่ม 'AI Tigers' หรือพยัคฆ์ AI ของจีน เผยจำนวนลูกค้าองค์กรและนักพัฒนาทั่วโลก เพิ่มขึ้นห้าเท่าตัวในรอบ 6 เดือน เป็นกว่า 1 ล้านราย และมีฐานผู้ใช้ทั่วโลกถึง 300 ล้านคน [1][8] เบื้องหลังการเติบโตนี้คือรายได้ประจำปี (ARR) ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในเวลาเพียงสองเดือน สู่ระดับมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภาย...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What Chinese AI company recently reported a fivefold increase in its enterprise and developer client base to over 1 million in six months, a. Article summary: The company is **MiniMax**, a Chinese AI startup listed on the Hong Kong Stock Exchange.. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "DeepSeek’s reported push toward a roughly 45 billion dollar valuation is not just a headline about a single lab. It is a signal that China’s AI market is deep, well-capitalized, an" source context "8 China AI winners riding the DeepSeek breakout | NAI 500" Reference image 2: visual subject "The image features the 2026 Forbes China list of top 50 AI tech enterprise companies, prominently highlighting M fivefold increase in enterprise developer
เพียงแค่หกเดือนก่อนหน้านี้ MiniMax มีลูกค้าองค์กรและนักพัฒนาเพียงราว 200,000 รายเท่านั้น แต่ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ณ งาน UBS Asian Investment Conference ที่ฮ่องกง บริษัทสัญชาติเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ได้เปิดเผยว่าตัวเลขดังกล่าวได้พุ่งทะยานขึ้นเป็นกว่า 1 ล้านรายแล้ว คิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึงห้าเท่าตัว การประกาศที่ถูกรายงานโดย South China Morning Post ยังเผยให้เห็นฐานผู้ใช้ทั่วโลกที่ 300 ล้านคน และวิถีรายได้ที่ร้อนแรง โดยรายได้ที่เกิดขึ้นประจำรายปี (ARR) เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
ตัวเลขสำคัญเหล่านี้ตอกย้ำสถานะของ MiniMax ในฐานะหนึ่งใน "พยัคฆ์ AI" (AI Tigers) ของจีน ซึ่งเป็นกลุ่มสตาร์ตอัปที่มีเงินทุนหนาและแข่งขันกันเพื่อครองตลาด AI เจนเนอเรชั่นของประเทศ แต่ภายใต้เรื่องราวการเติบโตอันน่าทึ่ง ยังมีความเป็นจริงที่ชวนให้คิด: ผลขาดทุนทางการเงินของบริษัทกำลังเติบโตเร็วพอๆ กับฐานผู้ใช้ สร้างคำถามถึงเส้นทางสู่การทำกำไรที่ยั่งยืน
การเติบโตของ MiniMax ครอบคลุมสามตัวชี้วัดสำคัญที่มาประกอบกันเป็นภาพของบริษัทที่อยู่ในช่วงขยายตัวอย่างเต็มกำลัง
การเพิ่มขึ้นจากประมาณ 200,000 ราย ไปสู่มากกว่า 1 ล้านรายของกลุ่มลูกค้าองค์กรและนักพัฒนา แสดงถึงการเติบโตถึงห้าเท่าตัว ตัวชี้วัดนี้น่าสนใจเป็นพิเศษเพราะมันสะท้อนการยอมรับในหมู่ธุรกิจและนักพัฒนาที่นำโมเดล AI ของ MiniMax ไปผสานรวมเข้ากับผลิตภัณฑ์และขั้นตอนการทำงานของตนเอง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีมูลค่าสูงและมีความภักดีมากกว่าผู้ใช้งานทั่วไป
ยุน เยยี่ (Yun Yeyi) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานของ MiniMax เป็นผู้ประกาศการเติบโตนี้ในระหว่างที่เขาปรากฏตัวในงานประชุมของ UBS ซึ่งตอกย้ำถึงการขยายธุรกิจเชิงรุกของบริษัทออกไปนอกพรมแดนจีน
ปัจจุบัน MiniMax อ้างว่ามีผู้ใช้ทั่วโลกราว 300 ล้านคน หากเทียบเคียงกันแล้ว ตัวเลขนี้ทำให้บริษัทเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าตัวเลขนี้จะรวมทั้งผู้ใช้ฟรีและแบบชำระเงิน แต่ขนาดที่ใหญ่โตนี้บ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ AI สำหรับผู้บริโภคของ MiniMax ได้รับการยอมรับในวงกว้างแล้ว โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่บริษัทได้ทุ่มลงทุนอย่างหนัก
รายละเอียดทางการเงินที่สะดุดตาที่สุดคือแนวโน้มของ ARR MiniMax รายงานว่า ARR ของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในเวลาเพียงสองเดือน โดยก่อนหน้านี้ในการแถลงผลประกอบการเมื่อเดือนมีนาคม 2026 บริษัทได้เปิดเผยว่า ARR ได้ทะลุ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแล้ว ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นการกระโดดครั้งสำคัญจากระดับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ทำได้ในช่วงต้นปี
พูดอีกนัยหนึ่งคือ MiniMax สามารถเพิ่มรายได้ต่อปีได้ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเวลาประมาณแปดสัปดาห์
การเร่งความเร็วนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ยาวนานกว่า โดยรายได้รวมของ MiniMax ในรอบ 12 เดือนที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 เพิ่มขึ้น 159% เป็น 79 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประมาณ 73% ของรายได้นั้นมาจากตลาดต่างประเทศ รายได้ส่วนใหญ่มาจากผลิตภัณฑ์ AI-Native หรือผลิตภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของ AI โดยตรง มากกว่าที่จะเป็นการขายซอฟต์แวร์องค์กรแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากลยุทธ์ AI-First ของ MiniMax กำลังสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ว่าตัวเลขรายได้ขั้นต้นจะแข็งแกร่ง แต่ MiniMax ก็ยังไม่สามารถทำกำไรได้ บริษัทกำลังต่อสู้กับผลขาดทุนทางการเงินที่ถ่างกว้างขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกเปิดเผยควบคู่ไปกับรายงานของ SCMP แรงตึงระหว่างการขยายตัวอย่างรวดเร็วและต้นทุนที่พุ่งสูงเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันดีในอุตสาหกรรม AI แต่มันยิ่งทวีความรุนแรงเป็นพิเศษสำหรับบริษัท AI จีนที่ดำเนินธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือดและต้นทุนการฝึกโมเดลยังคงมหาศาล
MiniMax เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2026 ที่ราคา IPO 165 ดอลลาร์ฮ่องกง และนับตั้งแต่นั้นราคาหุ้นก็เพิ่มขึ้นประมาณห้าเท่าตัว ณ ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 มูลค่าตลาดของบริษัทสูงเกิน 250,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 223,500 ล้านหยวน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าตัวในระยะเวลาสี่เดือนนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน
แม้จะมีผลประกอบการที่ติดลบ แต่นักลงทุนก็ยังคงเดิมพันอย่างหนักว่าวิถีการเติบโตของบริษัทจะนำไปสู่ผลกำไรที่ยั่งยืนในที่สุด
MiniMax ไม่ใช่รายเดียวที่ประกาศตัวเลขที่ดึงดูดความสนใจ สมาชิกอื่นๆ ในกลุ่ม "พยัคฆ์ AI" ของจีนต่างก็เร่งระดมทุนและขยายฐานผู้ใช้อย่างดุเดือด Moonshot AI ผู้สร้างแชทบอท Kimi มูลค่าบริษัทพุ่งจาก 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปเป็น 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในหกเดือน และรายงานว่า ARR ของตัวเองเพิ่มขึ้นสองเท่าจาก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเวลาเพียงสองเดือน
แต่การเปิดเผยข้อมูลของ MiniMax โดดเด่นกว่าในแง่ของความครอบคลุมของตัวชี้วัด: ลูกค้าองค์กร ผู้ใช้ทั่วไป และรายได้ ล้วนเร่งตัวขึ้นพร้อมๆ กัน ความสามารถของบริษัทในการขยายทั้งสามสิ่งนี้ไปพร้อมๆ กัน ในขณะที่ยังคงมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็นหลัก บ่งชี้ว่าบริษัทได้พบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด (Product-Market Fit) นอกประเทศจีนได้เร็วกว่าคู่แข่งหลายราย
คำถามที่ลอยอยู่เหนือบริษัทเหล่านี้คือ นักลงทุนจะอดทนกับผลขาดทุนที่ถ่างกว้างขึ้นได้นานแค่ไหน ภายในปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ผู้สังเกตการณ์ตลาดรายหนึ่งให้ความเห็นว่า นักลงทุนต่าง "ตะเกียกตะกาย" เข้าซื้อหุ้นของบริษัท AI จีน แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีผลกำไรก็ตาม ความกระตือรือร้นนั้นจะยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทอย่าง MiniMax จะสามารถแปลงการเติบโตอย่างระเบิดระเบ้อของจำนวนผู้ใช้และลูกค้า ไปสู่ผลกำไรที่ยั่งยืนได้ในที่สุดหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่มีบริษัท AI รายใหญ่รายใดแสดงให้เห็นอย่างน่าเชื่อถือ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
MiniMax หนึ่งในกลุ่ม 'AI Tigers' หรือพยัคฆ์ AI ของจีน เผยจำนวนลูกค้าองค์กรและนักพัฒนาทั่วโลก เพิ่มขึ้นห้าเท่าตัวในรอบ 6 เดือน เป็นกว่า 1 ล้านราย และมีฐานผู้ใช้ทั่วโลกถึง 300 ล้านคน [1][8]
MiniMax หนึ่งในกลุ่ม 'AI Tigers' หรือพยัคฆ์ AI ของจีน เผยจำนวนลูกค้าองค์กรและนักพัฒนาทั่วโลก เพิ่มขึ้นห้าเท่าตัวในรอบ 6 เดือน เป็นกว่า 1 ล้านราย และมีฐานผู้ใช้ทั่วโลกถึง 300 ล้านคน [1][8] เบื้องหลังการเติบโตนี้คือรายได้ประจำปี (ARR) ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในเวลาเพียงสองเดือน สู่ระดับมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยมีรายได้กว่า 73% มาจากตลาดต่างประเทศ [9][16]
แม้ตัวเลขจะดูร้อนแรง แต่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงแห่งนี้ก็กำลังเผชิญกับภาวะขาดทุนที่มากขึ้น ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของสมรภูมิ AI จีนที่ต้องทุ่มทุนมหาศาลเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด [1]