มิถุนายน 2026 นี้ถือเป็นเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับบริการ PlayStation Plus เมื่อ Sony ได้ตัดสินใจเปิดตัวสองสิ่งใหม่ไปพร้อมกัน นั่นคือ การทดลองระบบการปล่อยเกมในแค็ตตาล็อกแบบใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมในบางประเทศ และการปรับขึ้นราคาสำหรับสมาชิกใหม่ที่สมัครแพ็กเกจระยะสั้น ซึ่งทั้งสองสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าบริษัทกำลังคิดใหม่ทำใหม่ ว่าจะส่งมอบคุณค่าและสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มสมาชิกของตัวเองอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น
Sony กำลังทดสอบวิธีการนำส่งเกมใหม่ให้กับสมาชิก PlayStation Plus ระดับ Extra และ Premium โดยในเดือนนี้ แทนที่เกมทุกเกมจะออกมาพร้อมกันหมดในวันเดียว สมาชิกที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น จะได้เล่นเกมกันแบบทยอยออกเป็นรายสัปดาห์ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน ทางบริษัทได้ให้เหตุผลอย่างเป็นทางการว่า เป็นการ "สำรวจหาวิธีการใหม่ๆ ในการส่งมอบเกมในแค็ตตาล็อกของ PlayStation Plus"
การทดลองนี้หมายความว่าแต่ละเกมจะมีกำหนดการวางจำหน่ายของตัวเองใน 3 ประเทศดังกล่าว ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่เหลือจะยังคงใช้ระบบเก่า คือได้เกมทั้งหมดพร้อมกันในวันเดียว รูปแบบนี้มีความคล้ายคลึงกับบริการของคู่แข่งอย่าง Xbox Game Pass และ Prime Gaming อย่างชัดเจน ซึ่งทาง IGN ก็ได้วิเคราะห์ว่าการทดลองนี้ถือเป็นครั้งแรกของบริการนี้ในการใช้แนวทางเช่นนี้ในประเทศเหล่านี้
ด้วยรูปแบบการปล่อยเกมใหม่ ทำให้ตารางการเล่นเกมของเดือนนี้ซับซ้อนกว่าเดือนก่อนๆ นี่คือรายละเอียดเกมทั้งหมดแยกตามวันที่
เกมสำหรับสมาชิก Essential และระดับสูงกว่าทั้งหมด พร้อมให้โหลดตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน
*นอกจากนี้ EA Sports FC 26 ซึ่งเป็นเกมประจำเดือนพฤษภาคม จะถูกขยายเวลาให้ยังสามารถรับได้ฟรีต่อไปจนถึงวันที่ 16 มิถุนายน
ช่วงต้นเดือนมิถุนายน
วันที่ 16 มิถุนายน - วันปล่อยเกมสำหรับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
สำหรับสมาชิกที่อยู่นอกสหรัฐฯ, อังกฤษ และญี่ปุ่น รายชื่อเกมแค็ตตาล็อกทั้งหมดจะพร้อมให้เล่นในวันนี้ ซึ่งรวมถึงเกมที่จะทยอยออกในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าในประเทศที่ถูกเลือกด้วย
วันที่ 23 มิถุนายน - สำหรับสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่นเท่านั้น
วันที่ 30 มิถุนายน - สำหรับสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่นเท่านั้น
พร้อมๆ กับการทดลองระบบใหม่ Sony ได้ปรับขึ้นราคาค่าสมาชิก PlayStation Plus สำหรับแพ็กเกจระยะสั้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป สำหรับสมาชิกใหม่ในบางภูมิภาค ทางบริษัทอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะ "สภาวะตลาดที่กำลังดำเนินอยู่"
โครงสร้างราคาใหม่เป็นดังนี้:
| แพ็กเกจ | สหรัฐอเมริกา | สหราชอาณาจักร | ยุโรป |
|---|---|---|---|
| 1 เดือน | $10.99 | £7.99 | €9.99 |
| 3 เดือน | $27.99 | £21.99 | €27.99 |
รายละเอียดที่สำคัญคือ การขึ้นราคาครั้งนี้จะมีผลกับสมาชิกใหม่เท่านั้น สมาชิกปัจจุบันจะยังคงใช้ราคาเดิมต่อไป ตราบใดที่พวกเขาไม่ปล่อยให้สมาชิกขาดอายุหรือเปลี่ยนแพ็กเกจ สำหรับสมาชิกแบบรายปีจะไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาครั้งนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการขึ้นราคามีผลกับทุกแพ็กเกจ ไม่ใช่แค่แพ็กเกจ Essential พื้นฐานเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีข้อยกเว้นในบางตลาด เช่น มีรายงานว่าในประเทศอินเดียและตุรกี อาจมีการบังคับใช้กฎที่แตกต่างออกไป โดยสมาชิกปัจจุบันอาจต้องจ่ายในราคาใหม่เมื่อถึงเวลาต่ออายุสมาชิกด้วย
การเปิดตัวระบบปล่อยเกมแบบใหม่และการขึ้นราคาสมาชิกไปพร้อมๆ กัน ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางกลยุทธ์ของ PlayStation Plus ที่น่าจับตามอง
สำหรับตอนนี้สมาชิกในประเทศที่ได้รับผลกระทบต้องปรับตัวกับปฏิทินการปล่อยเกมใหม่ ส่วนใครที่กำลังคิดจะสมัครสมาชิกก็ต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น การทดลองครั้งนี้จะถูกตัดสินว่าประสบความสำเร็จและกลายเป็นส่วนหนึ่งถาวรของประสบการณ์ PlayStation Plus หรือไม่ เราคงต้องรอดูกันต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Sony เริ่มทดลองปล่อยเกมใน PlayStation Plus Game Catalog แบบทยอยออก (Staggered Release) ในเดือนมิถุนายน 2026 ทำให้สมาชิกในสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ได้เล่นเกมใหม่ในวันที่แตกต่างกันในแต่ละสัปดาห์ แทนที่จะได้ทีเดี...
Sony เริ่มทดลองปล่อยเกมใน PlayStation Plus Game Catalog แบบทยอยออก (Staggered Release) ในเดือนมิถุนายน 2026 ทำให้สมาชิกในสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ได้เล่นเกมใหม่ในวันที่แตกต่างกันในแต่ละสัปดาห์ แทนที่จะได้ทีเดี... ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ สมาชิกใหม่ของ PS Plus ทุกแพ็กเกจ ต้องเผชิญกับราคาสมัครแบบรายเดือนและ 3 เดือนที่สูงขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป โดยราคาเริ่มต้นของแพ็กเกจ Essential แบบรายเดือนในสหร...
สองสิ่งนี้ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เป็นสัญญาณว่า Sony กำลังมองหาแนวทางใหม่ในการปล่อยเกมให้เหมือนคู่แข่งอย่าง Game Pass และสร้างรายได้ที่มากขึ้น แต่ก็ยังเรียกมันว่าเป็นเพียง 'การทดสอบ' ในตอนนี้ [13][4]
Loading comments...
Comments
0 comments