คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ หุ้น Xiaomi ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.58 HKD ในวันที่ 11 มิ.ย. 2026 แม้จะมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 2 หมื่นล้าน HKD สะท้อนว่านักลงทุนจับตากำไรที่ทรุดตัวลงถึง 57% และสัญญาณเตือนผลประกอบการ Q2 ที่อ... ในวันเดียวกันนั้น Xiaomi ทุ่มงบ 201.9 ล้าน HKD ซื้อหุ้นคืน 7.8 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นการซื้อคืนครั้งที่ 70 ของปี แต่ราคาหุ้นก็ยังร่วงลงไปประมาณ 57% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2025 อยู่ดี Goldman Sachs เตือนว่ารายได้ Q2/2026 อาจโตเพียง 1% จากปีก่อน ขณะที่ Jefferies ปรับลดอันดับหุ้นลงเป็น 'Underperform' โดยชี้ถึงอัตรากำไรของธุรกิจสมาร์ทโฟนที่หดตัว และยอดขาดทุนที่กองโตจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า What caused Xiaomi's stock to hit a 52-week low, triggering a HKD200 million share buyback on June 11, and what are the key details of the b Xiaomi's stock has fallen roughly 57% from its 2025 peak, with a record buyback failing to halt the slide. Image: AI-generated. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Xiaomi's stock to hit a 52-week low, triggering a HKD200 million share buyback on June 11, and what are the key details of the b. Article summary: Xiaomi's stock has been crushed by a confluence of deteriorating fundamentals — a 57% profit crash, soaring memory-chip costs, collapsing smartphone shipments, deepening EV losses, and analyst downgrades — that have over. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "and its founder have gone on a stock buyback spree, repurchasing more than HK$900 million ($115.6 million) of the company’s shares on three consecutive trading days, as its stock c" source context "Xiaomi, Founder Stem Stock Rout With $115 Million Buyback - Caixin Global" Reference image 2: visual subject "
openai.com ราคาหุ้นของ Xiaomi แตะจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ท่ามกลางพายุแห่งกำไรที่หดหาย การปรับลดคำแนะนำจากนักวิเคราะห์ และปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่อ่อนแอ ซึ่งกลบรัศมีความพยายามในการซื้อหุ้นคืนที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท จนหมดสิ้น ในขณะที่ผู้บริหารทุ่มงบหลายหมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อปกป้องราคาหุ้น ตลาดกลับจับจ้องไปที่แนวโน้มที่เสื่อมถอยอย่างรวดเร็วของธุรกิจสมาร์ทโฟนหลัก และแผนกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ยังคงขาดทุนอยู่
จุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์และการตอบโต้ด้วยการซื้อหุ้นคืนทันที
ในวันที่ 11 มิถุนายน หุ้นของ Xiaomi Corp (1810.HK) ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.58 ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) หรือคิดเป็นการลดลงเกือบ 49% จากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 61.45 HKD ซึ่งทำไว้เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2025 ตอนนี้ ราคาหุ้นได้ทรุดตัวลงประมาณ 57% จากจุดสูงสุดที่ 6.69 ยูโรในปีก่อนหน้า
เพื่อเป็นการตอบโต้โดยตรงในวันเดียวกัน บริษัทได้ซื้อหุ้นคืนประเภท B จำนวน 7.8 ล้านหุ้น เป็นมูลค่ารวม 201.9 ล้าน HKD (ประมาณ 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในราคาระหว่าง 25.76 ถึง 26 HKD ต่อหุ้น นี่นับเป็นธุรกรรมการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 70 ของ Xiaomi ในปี 2026 นี้เพียงปีเดียว แต่การแทรกแซงนี้ก็ไม่สามารถสร้างแนวรับที่มีนัยสำคัญใดๆ ได้ ราคาหุ้นปิดตลาดที่ 2.87 ยูโร บนตลาดหลักทรัพย์ยุโรป ซึ่งสูงกว่าจุดต่ำสุดของวันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "แบ็กสเตจศึกชิงความเชื่อมั่น: สถิติซื้อหุ้นคืนของ Xiaomi พ่ายต่อปัจจัยพื้นฐานที่ทรุดตัว" คืออะไร หุ้น Xiaomi ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.58 HKD ในวันที่ 11 มิ.ย. 2026 แม้จะมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 2 หมื่นล้าน HKD สะท้อนว่านักลงทุนจับตากำไรที่ทรุดตัวลงถึง 57% และสัญญาณเตือนผลประกอบการ Q2 ที่อ...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? หุ้น Xiaomi ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.58 HKD ในวันที่ 11 มิ.ย. 2026 แม้จะมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 2 หมื่นล้าน HKD สะท้อนว่านักลงทุนจับตากำไรที่ทรุดตัวลงถึง 57% และสัญญาณเตือนผลประกอบการ Q2 ที่อ... ในวันเดียวกันนั้น Xiaomi ทุ่มงบ 201.9 ล้าน HKD ซื้อหุ้นคืน 7.8 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นการซื้อคืนครั้งที่ 70 ของปี แต่ราคาหุ้นก็ยังร่วงลงไปประมาณ 57% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2025 อยู่ดี
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Goldman Sachs เตือนว่ารายได้ Q2/2026 อาจโตเพียง 1% จากปีก่อน ขณะที่ Jefferies ปรับลดอันดับหุ้นลงเป็น 'Underperform' โดยชี้ถึงอัตรากำไรของธุรกิจสมาร์ทโฟนที่หดตัว และยอดขาดทุนที่กองโตจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ หุ้น Xiaomi ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.58 HKD ในวันที่ 11 มิ.ย. 2026 แม้จะมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 2 หมื่นล้าน HKD สะท้อนว่านักลงทุนจับตากำไรที่ทรุดตัวลงถึง 57% และสัญญาณเตือนผลประกอบการ Q2 ที่อ... ในวันเดียวกันนั้น Xiaomi ทุ่มงบ 201.9 ล้าน HKD ซื้อหุ้นคืน 7.8 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นการซื้อคืนครั้งที่ 70 ของปี แต่ราคาหุ้นก็ยังร่วงลงไปประมาณ 57% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2025 อยู่ดี Goldman Sachs เตือนว่ารายได้ Q2/2026 อาจโตเพียง 1% จากปีก่อน ขณะที่ Jefferies ปรับลดอันดับหุ้นลงเป็น 'Underperform' โดยชี้ถึงอัตรากำไรของธุรกิจสมาร์ทโฟนที่หดตัว และยอดขาดทุนที่กองโตจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า What caused Xiaomi's stock to hit a 52-week low, triggering a HKD200 million share buyback on June 11, and what are the key details of the b Xiaomi's stock has fallen roughly 57% from its 2025 peak, with a record buyback failing to halt the slide. Image: AI-generated. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Xiaomi's stock to hit a 52-week low, triggering a HKD200 million share buyback on June 11, and what are the key details of the b. Article summary: Xiaomi's stock has been crushed by a confluence of deteriorating fundamentals — a 57% profit crash, soaring memory-chip costs, collapsing smartphone shipments, deepening EV losses, and analyst downgrades — that have over. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "and its founder have gone on a stock buyback spree, repurchasing more than HK$900 million ($115.6 million) of the company’s shares on three consecutive trading days, as its stock c" source context "Xiaomi, Founder Stem Stock Rout With $115 Million Buyback - Caixin Global" Reference image 2: visual subject "
openai.com ราคาหุ้นของ Xiaomi แตะจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ท่ามกลางพายุแห่งกำไรที่หดหาย การปรับลดคำแนะนำจากนักวิเคราะห์ และปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่อ่อนแอ ซึ่งกลบรัศมีความพยายามในการซื้อหุ้นคืนที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท จนหมดสิ้น ในขณะที่ผู้บริหารทุ่มงบหลายหมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อปกป้องราคาหุ้น ตลาดกลับจับจ้องไปที่แนวโน้มที่เสื่อมถอยอย่างรวดเร็วของธุรกิจสมาร์ทโฟนหลัก และแผนกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ยังคงขาดทุนอยู่
จุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์และการตอบโต้ด้วยการซื้อหุ้นคืนทันที
ในวันที่ 11 มิถุนายน หุ้นของ Xiaomi Corp (1810.HK) ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.58 ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) หรือคิดเป็นการลดลงเกือบ 49% จากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 61.45 HKD ซึ่งทำไว้เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2025 ตอนนี้ ราคาหุ้นได้ทรุดตัวลงประมาณ 57% จากจุดสูงสุดที่ 6.69 ยูโรในปีก่อนหน้า
เพื่อเป็นการตอบโต้โดยตรงในวันเดียวกัน บริษัทได้ซื้อหุ้นคืนประเภท B จำนวน 7.8 ล้านหุ้น เป็นมูลค่ารวม 201.9 ล้าน HKD (ประมาณ 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในราคาระหว่าง 25.76 ถึง 26 HKD ต่อหุ้น นี่นับเป็นธุรกรรมการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 70 ของ Xiaomi ในปี 2026 นี้เพียงปีเดียว แต่การแทรกแซงนี้ก็ไม่สามารถสร้างแนวรับที่มีนัยสำคัญใดๆ ได้ ราคาหุ้นปิดตลาดที่ 2.87 ยูโร บนตลาดหลักทรัพย์ยุโรป ซึ่งสูงกว่าจุดต่ำสุดของวันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "แบ็กสเตจศึกชิงความเชื่อมั่น: สถิติซื้อหุ้นคืนของ Xiaomi พ่ายต่อปัจจัยพื้นฐานที่ทรุดตัว" คืออะไร หุ้น Xiaomi ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.58 HKD ในวันที่ 11 มิ.ย. 2026 แม้จะมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 2 หมื่นล้าน HKD สะท้อนว่านักลงทุนจับตากำไรที่ทรุดตัวลงถึง 57% และสัญญาณเตือนผลประกอบการ Q2 ที่อ...
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? หุ้น Xiaomi ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 25.58 HKD ในวันที่ 11 มิ.ย. 2026 แม้จะมีโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 2 หมื่นล้าน HKD สะท้อนว่านักลงทุนจับตากำไรที่ทรุดตัวลงถึง 57% และสัญญาณเตือนผลประกอบการ Q2 ที่อ... ในวันเดียวกันนั้น Xiaomi ทุ่มงบ 201.9 ล้าน HKD ซื้อหุ้นคืน 7.8 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นการซื้อคืนครั้งที่ 70 ของปี แต่ราคาหุ้นก็ยังร่วงลงไปประมาณ 57% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2025 อยู่ดี
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Goldman Sachs เตือนว่ารายได้ Q2/2026 อาจโตเพียง 1% จากปีก่อน ขณะที่ Jefferies ปรับลดอันดับหุ้นลงเป็น 'Underperform' โดยชี้ถึงอัตรากำไรของธุรกิจสมาร์ทโฟนที่หดตัว และยอดขาดทุนที่กองโตจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
เจาะลึกโครงการซื้อหุ้นคืน 2 หมื่นล้าน HKD การซื้อหุ้นคืนในวันเดียวนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุนที่ใหญ่กว่ามาก หลังจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี คณะกรรมการของ Xiaomi ได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนในตลาดใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2026 แทนที่แผนเดิม
ปัจจัยหลักของโครงการใหม่นี้ประกอบด้วย:
มูลค่ารวมที่ได้รับอนุมัติ : สูงสุดถึง 2 หมื่นล้าน HKD (ประมาณ 2.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือเป็นการซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท
ระยะเวลา : โครงการมีอายุ 12 เดือน นับจากวันที่เริ่มใช้
ความเร็วในการดำเนินการ : บริษัทเร่งการซื้อคืนในช่วงต้นเดือนมิถุนายน โดยซื้อคืน 3.6 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 98 ล้าน HKD ในวันที่ 8 มิถุนายน, อีก 3.7 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 97.4 ล้าน HKD ในวันที่ 10 มิถุนายน และบล็อกใหญ่ 7.8 ล้านหุ้นในวันที่ 11 มิถุนายน
นับตั้งแต่โครงการเริ่มต้น Xiaomi ได้ซื้อหุ้นคืนสะสมไปแล้ว 22.1 ล้านหุ้น ภายในวันที่ 11 มิถุนายน คิดเป็น 0.09% ของทุนที่ออกและชำระแล้ว เงินสดสำรองจำนวนมหาศาลของบริษัทที่ 220.6 พันล้านหยวน ทำให้มีความยืดหยุ่นทางการเงินอย่างมากสำหรับการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงตอนนี้ โครงการนี้ก็ล้มเหลวในการกอบกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมาได้
คำเตือนจาก Goldman Sachs ที่เขย่าตลาด ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Goldman Sachs ได้เผยแพร่รายงานบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน โดยคาดการณ์ว่า Xiaomi จะมีผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ที่ "ค่อนข้างอ่อนแอ" การคาดการณ์ที่ไม่สดใสของวาณิชธนกิจรายนี้ประกอบด้วย:
การเติบโตของรายได้ : เพียง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และหากไม่นับธุรกิจใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและ AI แล้ว รายได้หลักคาดว่าจะลดลงถึง 9%
กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว : คาดการณ์ว่าจะทรุดตัวลง 50% จากปีก่อน เหลือเพียง 5.4 พันล้านหยวน และลดลง 11% จากไตรมาสก่อนหน้า
กำไรหลักทั้งปี : คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 3.28 หมื่นล้านหยวน ซึ่งลดลง 12% จากปีก่อน
คำเตือนนี้ส่งผลกระทบอย่างหนัก เพราะมันเกิดขึ้นหลังจากไตรมาสแรกที่ย่ำแย่อยู่แล้ว โดยใน Q1/2026 กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วลดลง 43.1% เหลือ 6.07 พันล้านหยวน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และบนพื้นฐาน GAAP (การบัญชีที่รับรองทั่วไป) กำไรสุทธิร่วงลง 57% เหลือ 4.72 พันล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ได้ตั้งข้อสังเกตถึงปัจจัยเร่งการเติบโตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวรถ SUV แบบ REEV ในอีกประมาณสามเดือน และการคาดการณ์การเปิดตัวระบบปฏิบัติการ AIOS ของ Xiaomi ในไตรมาสที่สาม แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับหุ้นตัวนี้
แรงกดดันที่กำลังบดขยี้ธุรกิจของ Xiaomi
ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนอยู่ในภาวะดิ่งลง ธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นรากฐานของ Xiaomi กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างรุนแรง ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนใน Q1/2026 ลดลงเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือเพียง 33.8 ล้านเครื่อง แม้ว่าบริษัทจะยังคงรักษาอันดับ 3 ของโลกได้เป็นไตรมาสที่ 23 ติดต่อกันก็ตาม
ตัวการหลักคือต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคา DRAM และ NAND Flash ที่พุ่งสูงขึ้นได้บีบอัตรากำไรของสมาร์ทโฟนและบังคับให้ต้องขึ้นราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภค รายได้จากธุรกิจสมาร์ทโฟนในไตรมาสนี้ลดลง 12.5% และ EBIT (กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี) ของธุรกิจนี้ดิ่งลงถึง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน
การเดิมพันธุรกิจ EV ที่ยังไม่เห็นผลตอบแทน การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นและแรงกดดันด้านการประเมินมูลค่าในตลาดรถ EV ยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน ซึ่งมองว่ากลุ่มธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่เผาเงินสด และยังอีกหลายปีกว่าจะกลายเป็นศูนย์กำไรที่พึ่งพาได้
Jefferies สร้างความเสียหายด้วยการปรับลดอันดับ Jefferies ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันสามด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ อัตรากำไรของธุรกิจสมาร์ทโฟนที่ลดลง, ยอดขายรถ EV ที่ลดลง, และต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว โบรกเกอร์ระบุว่าธุรกิจสมาร์ทโฟนหลักของ Xiaomi กำลังติดกับดักระหว่างต้นทุนส่วนประกอบที่สูงขึ้นและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ในขณะที่การเติบโตของธุรกิจ EV ยังห่างไกลจากจุดคุ้มทุนอย่างมาก
พูดง่ายๆ ก็คือ Xiaomi กำลังต่อสู้อยู่ในสงครามหลายด้าน โครงการซื้อหุ้นคืนครั้งมโหฬารของบริษัทเป็นสัญญาณว่าผู้บริหารเชื่อว่าราคาหุ้นถูกประเมินมูลค่าต่ำเกินไป แต่สำหรับตอนนี้ คำตัดสินของตลาดนั้นชัดเจน: จนกว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจจะทรงตัว จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนมาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถสร้างแนวรับให้กับราคาหุ้นได้
ad-hoc-news.de Xiaomi Issues HK$1.5 Billion in Free Stock to Retain Talent as Shares Sink to Multi-Year Lows
เจาะลึกโครงการซื้อหุ้นคืน 2 หมื่นล้าน HKD การซื้อหุ้นคืนในวันเดียวนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุนที่ใหญ่กว่ามาก หลังจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี คณะกรรมการของ Xiaomi ได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนในตลาดใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2026 แทนที่แผนเดิม
ปัจจัยหลักของโครงการใหม่นี้ประกอบด้วย:
มูลค่ารวมที่ได้รับอนุมัติ : สูงสุดถึง 2 หมื่นล้าน HKD (ประมาณ 2.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือเป็นการซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท
ระยะเวลา : โครงการมีอายุ 12 เดือน นับจากวันที่เริ่มใช้
ความเร็วในการดำเนินการ : บริษัทเร่งการซื้อคืนในช่วงต้นเดือนมิถุนายน โดยซื้อคืน 3.6 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 98 ล้าน HKD ในวันที่ 8 มิถุนายน, อีก 3.7 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 97.4 ล้าน HKD ในวันที่ 10 มิถุนายน และบล็อกใหญ่ 7.8 ล้านหุ้นในวันที่ 11 มิถุนายน
นับตั้งแต่โครงการเริ่มต้น Xiaomi ได้ซื้อหุ้นคืนสะสมไปแล้ว 22.1 ล้านหุ้น ภายในวันที่ 11 มิถุนายน คิดเป็น 0.09% ของทุนที่ออกและชำระแล้ว เงินสดสำรองจำนวนมหาศาลของบริษัทที่ 220.6 พันล้านหยวน ทำให้มีความยืดหยุ่นทางการเงินอย่างมากสำหรับการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงตอนนี้ โครงการนี้ก็ล้มเหลวในการกอบกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมาได้
คำเตือนจาก Goldman Sachs ที่เขย่าตลาด ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Goldman Sachs ได้เผยแพร่รายงานบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน โดยคาดการณ์ว่า Xiaomi จะมีผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ที่ "ค่อนข้างอ่อนแอ" การคาดการณ์ที่ไม่สดใสของวาณิชธนกิจรายนี้ประกอบด้วย:
การเติบโตของรายได้ : เพียง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และหากไม่นับธุรกิจใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและ AI แล้ว รายได้หลักคาดว่าจะลดลงถึง 9%
กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว : คาดการณ์ว่าจะทรุดตัวลง 50% จากปีก่อน เหลือเพียง 5.4 พันล้านหยวน และลดลง 11% จากไตรมาสก่อนหน้า
กำไรหลักทั้งปี : คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 3.28 หมื่นล้านหยวน ซึ่งลดลง 12% จากปีก่อน
คำเตือนนี้ส่งผลกระทบอย่างหนัก เพราะมันเกิดขึ้นหลังจากไตรมาสแรกที่ย่ำแย่อยู่แล้ว โดยใน Q1/2026 กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วลดลง 43.1% เหลือ 6.07 พันล้านหยวน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และบนพื้นฐาน GAAP (การบัญชีที่รับรองทั่วไป) กำไรสุทธิร่วงลง 57% เหลือ 4.72 พันล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ได้ตั้งข้อสังเกตถึงปัจจัยเร่งการเติบโตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวรถ SUV แบบ REEV ในอีกประมาณสามเดือน และการคาดการณ์การเปิดตัวระบบปฏิบัติการ AIOS ของ Xiaomi ในไตรมาสที่สาม แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับหุ้นตัวนี้
แรงกดดันที่กำลังบดขยี้ธุรกิจของ Xiaomi
ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนอยู่ในภาวะดิ่งลง ธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นรากฐานของ Xiaomi กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างรุนแรง ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนใน Q1/2026 ลดลงเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือเพียง 33.8 ล้านเครื่อง แม้ว่าบริษัทจะยังคงรักษาอันดับ 3 ของโลกได้เป็นไตรมาสที่ 23 ติดต่อกันก็ตาม
ตัวการหลักคือต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคา DRAM และ NAND Flash ที่พุ่งสูงขึ้นได้บีบอัตรากำไรของสมาร์ทโฟนและบังคับให้ต้องขึ้นราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภค รายได้จากธุรกิจสมาร์ทโฟนในไตรมาสนี้ลดลง 12.5% และ EBIT (กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี) ของธุรกิจนี้ดิ่งลงถึง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน
การเดิมพันธุรกิจ EV ที่ยังไม่เห็นผลตอบแทน การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นและแรงกดดันด้านการประเมินมูลค่าในตลาดรถ EV ยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน ซึ่งมองว่ากลุ่มธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่เผาเงินสด และยังอีกหลายปีกว่าจะกลายเป็นศูนย์กำไรที่พึ่งพาได้
Jefferies สร้างความเสียหายด้วยการปรับลดอันดับ Jefferies ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันสามด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ อัตรากำไรของธุรกิจสมาร์ทโฟนที่ลดลง, ยอดขายรถ EV ที่ลดลง, และต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว โบรกเกอร์ระบุว่าธุรกิจสมาร์ทโฟนหลักของ Xiaomi กำลังติดกับดักระหว่างต้นทุนส่วนประกอบที่สูงขึ้นและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ในขณะที่การเติบโตของธุรกิจ EV ยังห่างไกลจากจุดคุ้มทุนอย่างมาก
พูดง่ายๆ ก็คือ Xiaomi กำลังต่อสู้อยู่ในสงครามหลายด้าน โครงการซื้อหุ้นคืนครั้งมโหฬารของบริษัทเป็นสัญญาณว่าผู้บริหารเชื่อว่าราคาหุ้นถูกประเมินมูลค่าต่ำเกินไป แต่สำหรับตอนนี้ คำตัดสินของตลาดนั้นชัดเจน: จนกว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจจะทรงตัว จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนมาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถสร้างแนวรับให้กับราคาหุ้นได้
ad-hoc-news.de Xiaomi Issues HK$1.5 Billion in Free Stock to Retain Talent as Shares Sink to Multi-Year Lows