การโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ของยูเครนเมื่อวันที่ 12 ส.ค. สร้างความเสียหายให้กับท่าเทียบเรือธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดสามแห่งของรัสเซียที่โนโวรอสซิสค์ ทำให้การขนส่งธัญพืชทั้งหมดจากท่าเรือนั้นหยุดชะงัก ในขณะเดียวกัน รัสเซียโจมตีเรือบรรทุกสินค้าอย่างน้อย 50 ลำในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ทำให้การขนส่งทางทะเลไปยังและจากท่าเรือทะเลดำสามแห่งของยูเครนที่ยังไม่ได้ถูกยึดครองหยุดชะงัก
ยูเครนบันทึกการโจมตีเรือในท่าเรือ 35 ครั้งและในทะเล 22 ครั้งในเดือนกรกฎาคม รวมถึงการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกท่าเรือ 67 ครั้ง
รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร Taras Vysotskyi รายงานเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่าประมาณการส่งออกธัญพืชของยูเครนในฤดูกาล 2026/27 ลดลงสูงสุด 12% เหลือ 38-40 ล้านตัน จากเป้าหมายเดิมประมาณ 44 ล้านตัน โดยอ้างถึงการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือโอเดสซา ระหว่างวันที่ 1-12 ส.ค. ยูเครนส่งออกธัญพืชประมาณ 590,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 30% ของปริมาณที่จำเป็น
รอยเตอร์รายงานว่าภูมิภาคนี้ได้กลายเป็น 'จุดคอขวดทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์' โดยทั้งรัสเซียและยูเครนต่างเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกส่งออกทางการเกษตรและเรือพาณิชย์ของกันและกัน การส่งออกข้าวสาลีของรัสเซียในเดือนสิงหาคมเสี่ยงลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษ — บริษัทที่ปรึกษาทางการเกษตร SovEcon คาดการณ์การส่งออกระหว่าง 3 ถึง 3.4 ล้านเมตริกตัน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในเดือนสิงหาคม 5 ปีที่ 5 ล้านตันมาก
คำถามอ้างถึงตัวเลขประมาณการเฉพาะ — การขาดแคลน 30-40 ล้านตัน และ ราคาอาหารเพิ่มขึ้น 15-20% ณ วันที่ 14 ส.ค. 2026 ไม่มีแหล่งข้อมูลทางการหรืออิสระใดที่ยืนยันตัวเลขที่แน่นอนเหล่านี้
พลวัตหลัก — การโจมตีท่าเรือขนส่งที่เพิ่มขึ้นทั้งสองฝ่ายโดยไม่มีการหยุดยิง — เป็นเรื่องจริงและกำลังฝัง 'risk premium' ถาวรในตลาดข้าวสาลี แต่ตัวเลขประมาณการเฉพาะในคำถามยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน