การเทขายครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวงกว้าง แต่กระจุกตัวอย่างรุนแรงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นในช่วงที่ AI บูมตลอดปีที่ผ่านมา ความกังวลว่าการประเมินมูลค่าหุ้น AI ได้วิ่งนำหน้าปัจจัยพื้นฐานไปมาก ได้จุดชนวนให้เกิดการย้ายเงินลงทุนออกจากกลุ่มนี้อย่างรวดเร็ว นักลงทุนจำนวนมากที่เคยแห่เข้าไปเก็งกำไรสร้างสถานะที่แออัด ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำหรับการปรับฐานครั้งรุนแรงเมื่อบรรยากาศการลงทุนเปลี่ยนทิศทาง องค์ประกอบของดัชนี Kospi ที่มีน้ำหนักไปทางหุ้นชิปอย่าง Samsung และ SK Hynix ทำให้ดัชนีนี้เป็นดัชนีที่เปราะบางที่สุดในภูมิภาค
นอกจากนี้ แนวโน้มที่น่าผิดหวังจากบริษัทผู้ผลิตชิป Broadcom ในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้าก็ได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยเกี่ยวกับความยั่งยืนของการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไว้ก่อนแล้ว
ปัจจัยลบที่ซ้ำเติมเข้ามาจากปัญหาเศรษฐกิจมหภาคและหุ้นเทคฯ คือการโจมตีครั้งใหม่ระหว่างอิหร่านและอิสราเอลในวันจันทร์ ซึ่งเพิ่มวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์เข้าไปอีกแรง ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเหนือระดับ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ผลักดันให้นักลงทุนย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยและหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นไปกระตุ้นความกลัวเงินเฟ้อที่มีอยู่เดิม สร้างบรรยากาศ "ปิดรับความเสี่ยง" ที่เร่งให้เกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง รายงานระบุว่าอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านทางตะวันตกและตอนกลาง แม้ว่าจะมีความพยายามทางการทูตเพื่อควบคุมความขัดแย้งก็ตาม
TSMC (ไต้หวัน): บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. ขาดทุนในวันเดียวเป็นประวัติการณ์ ราคาหุ้นร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ 2,230 เหรียญไต้หวัน ก่อนจะปิดที่ 2,295 เหรียญไต้หวัน ลบมูลค่าตลาดไปประมาณ 3.5 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน (ประมาณ 3.75 ล้านล้านบาท) ณ จุดที่ต่ำที่สุดระหว่างวัน แรงเทขายมาจากความกังวลในภาค AI ความกลัวอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่จากจุดอ่อนของตัวบริษัทเอง
ดัชนี Taiex (ไต้หวัน): ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันดิ่งลงมากกว่า 2,600 จุด โดยแรงเทขายขยายวงกว้างไปทั่วทั้งกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนีร่วงลงจากระดับใกล้ทำสถิติสูงสุดที่เหนือ 46,500 จุดในช่วงต้นเดือนมิถุนายน มาปิดที่ประมาณ 43,503 จุด
ดัชนี Kospi (เกาหลีใต้): Kospi เป็นศูนย์กลางของการเทขายในภูมิภาค โดยดิ่งลงมากถึง 8.8% ในช่วงการซื้อขายภาคเช้า ความรุนแรงของการร่วงลงทำให้ต้องใช้มาตรการ 'เซอร์กิตเบรกเกอร์' หยุดการซื้อขายทั้งหมดชั่วคราวเป็นเวลา 20 นาที ณ จุดต่ำสุด ดัชนีร่วงลงเกือบ 17% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เพิ่งทำไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน
และสุดท้ายปิดตลาดด้วยการลดลง 8.3%
ดัชนี Nikkei 225 (ญี่ปุ่น): Nikkei ของญี่ปุ่นลดลง 3.9% ซึ่งเป็นการลดลงที่รุนแรง แต่ยังเบากว่าการขาดทุนในเกาหลีใต้และไต้หวัน การร่วงลงนี้เป็นเงาสะท้อนของการเทขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลก เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นมีน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ
ตลาดฟิวเจอร์สหรัฐฯ: ในขณะที่เอเชียอยู่ในสภาวะร่วงอย่างไม่หยุดยั้ง ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ กลับชี้ไปที่การเปิดตลาดในแดนบวกเล็กน้อย บ่งชี้ว่านักเทรดบางส่วนมองว่าการเทขายนี้เป็น 'โอกาสในการซื้อ' มากกว่าที่จะเป็นวิกฤตเชิงระบบ ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นถึงคำถามสำคัญที่กำลังครอบงำตลาดอยู่: นี่คือการ 'ปรับฐาน' หรือ 'การแพร่ระบาดของวิกฤต' กันแน่?
หลักฐานมีความหลากหลายและข้อยุติยังไม่ชัดเจน ขนาดของการลดลงของ Kospi ที่เกือบ 17% จากจุดสูงสุดในเวลาเพียงไม่กี่วัน และธรรมชาติของการเทขายหุ้น AI และเทคฯ ที่มีการเก็งกำไรอย่างหนาแน่นและสอดประสานกันอย่างสูง ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นการบังคับขายเพื่อลดสถานะที่แออัด ไม่ใช่การพักฐานตามปกติ นี่คือเครื่องหมายการค้าของตลาดที่กระจุกตัวและประมาทเกินไป
อย่างไรก็ตาม มีข้อโต้แย้งเพื่อการมองโลกในแง่ดี ฟิวเจอร์สหรัฐฯ ที่ดีดตัวขึ้นเล็กน้อย และปัจจัยเร่งทางเศรษฐกิจมหภาคหลักอย่างรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ก็สะท้อนถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ในอดีต ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุนผลกำไรของบริษัทและตลาดหุ้นในระยะกลาง แม้ว่าจะนำไปสู่นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในระยะสั้นก็ตาม
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ให้ความเห็นหลังเหตุการณ์นี้ มองว่าการเทขายครั้งนี้คือ "การเช็กความเป็นจริง" สำหรับหุ้น AI ที่มูลค่าสูงเกินไป มากกว่าที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดหมีในวงกว้าง แต่การผสมผสานกันระหว่างการที่ตลาดปรับมุมมองต่อเฟดแบบสายเหยี่ยว, หุ้นเทคฯ ที่มีค่า P/E แพงเป็นประวัติการณ์, และวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่และคาดเดาไม่ได้ ได้สร้างสภาวะตลาดที่ผันผวนสูง เหตุการณ์ในวันที่ 8 มิถุนายนได้เผยให้เห็นถึงตลาดที่อยู่ในสถานะที่ย่ำแย่ สำหรับสถานการณ์ที่ 'ข่าวเศรษฐกิจดีกลับกลายเป็นข่าวร้ายสำหรับตลาด' และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สงบนิ่งมานาน จู่ๆ ก็เรียกร้องราคาที่ต้องจ่ายทันที
Comments
0 comments