ในตลาดอนุพันธ์คริปโต เทรดเดอร์มักใช้ เลเวอเรจ (leverage) เพื่อเพิ่มขนาดการลงทุน เมื่อราคาวิ่งสวนทางเกินระดับหลักประกันที่กำหนดไว้ ระบบของแพลตฟอร์มจะปิดสถานะทันทีเพื่อป้องกันการขาดทุนเกินเงินค้ำประกัน
หากผู้เล่นจำนวนมากถือสถานะในทิศทางเดียวกัน เช่น Long จำนวนมาก เมื่อราคาลดลงเล็กน้อย การล้างพอร์ตที่ถูกบังคับก็จะสร้างแรงขายเพิ่มขึ้น และทำให้เกิด วงจรลูกโซ่ของการล้างพอร์ต (liquidation cascade) อย่างที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ระบุว่า การล้างพอร์ตส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มซื้อขายหลัก ได้แก่
ในด้านสินทรัพย์ Bitcoin และ Ethereum มีมูลค่าการล้างพอร์ตสูงที่สุด เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีปริมาณการเทรดฟิวเจอร์สมากที่สุดในตลาด
ขณะเดียวกัน เหรียญขนาดใหญ่บางตัวก็โดนแรงกระแทกจากการลดเลเวอเรจเช่นกัน เช่น
เมื่อราคาของตลาดโดยรวมลดลง สถานะ Long ที่ใช้เลเวอเรจในเหรียญเหล่านี้ก็ถูกปิดจำนวนมากตามไปด้วย
เหตุการณ์ล้างพอร์ตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดด ๆ แต่เกิดขึ้นในช่วงที่ ความเชื่อมั่นของตลาดเริ่มอ่อนตัวอยู่แล้ว
ปัจจัยที่กดดันตลาดในช่วงนั้น ได้แก่
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดเปราะบาง เมื่อราคาเริ่มลดลง ผู้ซื้อก็ไม่เข้ามารับแรงขายมากพอ ส่งผลให้การล้างพอร์ตขยายตัวอย่างรวดเร็ว
สำหรับ funding rate ก่อนเหตุการณ์นี้ ยังมีข้อมูลที่จำกัด แต่ข้อมูลการล้างพอร์ตชี้ชัดว่า เลเวอเรจฝั่ง Long ที่สะสมจำนวนมาก เป็นตัวเร่งให้การปรับตัวลงรุนแรงขึ้น
เหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2026 ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะปรับฐานจากจุดสูงสุดก่อนหน้า
นั่นหมายความว่าราคาขณะนั้น ต่ำกว่าจุดสูงสุดประมาณ 40% ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในแนวโน้มปรับฐานจากปลายปี 2025
เหตุการณ์วันที่ 22–23 พฤษภาคม ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เกิดขึ้นในปีนั้น
ตลอดปี 2026 ตลาดคริปโตเผชิญการล้างพอร์ตขนาดใหญ่หลายครั้ง เช่น
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดจาก เลเวอเรจสูง + สภาพคล่องบางในตลาดอนุพันธ์คริปโต ซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวของราคาสามารถจุดชนวนการล้างพอร์ตแบบลูกโซ่ได้อย่างรวดเร็ว
การล้างพอร์ตขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น แต่ยังสะท้อน โครงสร้างของตลาดอนุพันธ์คริปโต ด้วย
เมื่อเลเวอเรจสะสมจำนวนมาก การเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยสามารถกระตุ้นการปิดสถานะอัตโนมัติจำนวนมาก ส่งผลให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์ล้างพอร์ตมักทำหน้าที่ รีเซ็ตเลเวอเรจในตลาด เพราะหลังจากสถานะที่เสี่ยงสูงถูกปิดไปแล้ว ตลาดอาจกลับเข้าสู่ช่วงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น—อย่างน้อยก็จนกว่านักเก็งกำไรจะกลับมาใช้เลเวอเรจสะสมอีกครั้ง